x close

ต่อใบขับขี่ 2563 รวมรายละเอียดขั้นตอนการทำใบขับขี่

          วิธีต่อใบขับ ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ อัปเดตล่าสุดปี 2563 สอบใบขับขี่ต้องทำยังไง ต่อใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งใบขับขี่รถยนต์และใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ ขั้นตอนการจองคิวทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ล่วงหน้า หรือใบขับขี่หมดอายุไปแล้วต้องทำอย่างไร รวมถึงตัวอย่างการเดินทางไปต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับรถ คือเอกสารสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถทุกประเภทต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาอย่างถูกต้อง หรือกล่าวอย่างง่าย ๆ ก็คือ ใครที่จะขับขี่รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ออกมาบนท้องถนนก็ต้องไปสอบใบขับขี่ให้เรียบร้อยเสียก่อนนั่นเอง

ขณะที่ใบขับขี่นั้นมีกำหนดอายุการใช้งาน นั่นเท่ากับว่าผู้ขับขี่ทุกคนก็มีหน้าที่ต้องไปต่อใบขับขี่เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ฉะนั้นมาดูกันว่า การต่อใบขับขี่ต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง ตั้งแต่การจองคิวใบขับขี่ จนถึงการเดินทางไปทำใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง เรื่องค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ รวมถึงข้อมูลในเรื่องอื่น ๆ ต้องมีข้อปฏิบัติอย่างไร โดยแบ่งรายละเอียดตามกรณีต่อไปนี้

  • การจองคิวต่อใบขับขี่
  • การต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี (เปลี่ยนจากชนิดชั่วคราว เป็นชนิด 5 ปี)
  • การต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี (ต่อชนิด 5 ปี เป็นชนิด 5 ปี)

จองคิวต่อใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้ผู้ที่จะดำเนินการเกี่ยวกับใบขับขี่ตามพ.ร.บ.รถยนต์ ต้องทำการจองคิวเพื่อเข้ารับการอบรมล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตขับขี่ชนิดชั่วคราวหรือทำใบขับขี่ใหม่ หรือการต่อใบขับขี่ประเภทต่าง ๆ โดยสามารถทำการจองผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

1. จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ปัจจุบันน่าจะถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยสามารถทำการจองผ่านแอพพลิเคชั่น DLT Smart Queue หรือทำการจองทางเว็บไซต์ gecc.dlt.go.th ของกรมการขนส่งทางบก ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

2. จองคิวต่อใบขับขี่ทางโทรศัพท์ โดยติดต่อไปยังหมายเลขของสำนักงานขนส่งพื้นที่ต่าง ๆ

3. จองคิวต่อใบขับขี่ด้วยตนเอง โดยเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งพื้นที่ต่าง ๆ

ต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี

การขอรับใบขับขี่รถส่วนบุคคล เปลี่ยนจากชนิดชั่วคราว เป็นชนิด 5 ปี หรือที่เรียกว่าต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี คือขั้นตอนหลังจากที่ทำใบขับขี่ครั้งแรกและได้รับใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้ว 1 ปี โดยการต่อใบขับขี่ครั้งต่อไปก็จะเป็นการขอรับใบขับขี่ชนิด 5 ปีนั่นเอง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่ชนิด 5 ปี

1. ได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

2. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 เช่น อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์, ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว หรือไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

3. ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกลงโทษปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปในความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 6 เดือนแล้ว

               • ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย

               • ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น

               • ในลักษณะกีดขวางการจราจร

               • ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

               • โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

               • โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่น

4. ใบขับขี่ชั่วคราวต้องไม่หมดอายุมาเกินกว่า 1 ปี หากหมดอายุเกิน 1 ปี ต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม

ต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี ใช้เอกสารอะไรบ้าง

1. ใบขับขี่ชั่วคราวที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

2. บัตรประชาชนตัวจริง

3. ใบรับรองแพทย์ ออกก่อนวันยื่นคำขอต่อใบขับขี่ไม่เกิน 1 เดือน

ขั้นตอนต่อใบขับขี่ 2 ปี เป็น 5 ปี ต้องสอบอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ

2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

               • ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ

               • ทดสอบสายตาทางลึก

               • ทดสอบสายตาทางกว้าง

               • ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)

3. ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูปติดใบขับขี่ และรับใบขับขี่ โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น ค่าคำร้อง 5 บาท และค่าธรรมเนียมใบขับขี่ตามแต่ละประเภท หากเป็นใบขับขี่รถยนต์ 500 บาท (รวม 505 บาท) ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 250 บาท (รวม 255บาท)

หมายเหตุ หากใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และหากหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องเข้าอบรม, ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด

ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี

สำหรับใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคล ทั้งใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อ และใบขับขี่รถจักรยานยนต์หรือใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ มีอายุ 5 ปี ซึ่ง ซึ่งการต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี มีหลักเกณฑ์ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ขอต่อใบขับขี่

1. เป็นผู้ที่ได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถบดถนน ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ หรือใบขับขี่รถชนิดอื่นอยู่เดิมแล้ว

2. ผู้ขอยังคงมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ถือใบขับขี่ชนิดนั้น ๆ

3. ใบขับขี่ฉบับเดิม ต้องไม่หมดอายุมาเกินกว่า 1 ปี หากหมดอายุเกิน 1 ปี ต้องมีการทดสอบเพิ่มเติม

ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ใช้เอกสารอะไรบ้าง

1. ใบขับขี่เดิม หรือใบแทน

2. บัตรประชาชนฉบับจริง

ขั้นตอนต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ต้องสอบอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ

2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

  • ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)

3. ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูปติดใบขับขี่ และรับใบขับขี่ โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น ค่าคำร้อง 5 บาท และค่าธรรมเนียมใบขับขี่ตามแต่ละประเภท หากเป็นใบขับขี่รถยนต์ 500 บาท (รวม 505 บาท) ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 250 บาท (รวม 255บาท)

หมายเหตุ หากใบขับขี่ชั่วคราวหมดอายุแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และหากหมดอายุเกิน 3 ปี ต้องเข้าอบรม, ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมด้วย

ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน

กรณีที่ ใบขับขี่หมดอายุ ในส่วนของใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคล ซึ่งได้แก่ ใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อ และใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สามารถยื่นคำขอใบอนุญาตใหม่ หรือ ทำการต่อใบขับขี่ ได้โดยมีเงื่อนไขคือ

  1. หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วไม่เกิน 1 ปี สามารถยื่นคำขอต่อใบขับขี่ได้เลย
  2. หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่
  3. หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม สอบข้อเขียนใหม่ และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมด้วย

ทําใบขับขี่ต้องอายุเท่าไหร่

กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอทำใบขับขี่ประเภทต่าง ๆ ต้องมีอายุตามเกณฑ์ดังนี้

  • ใบขับขี่ส่วนบุคคล ได้แค่ ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ และใบขับขี่รถยนต์ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
  • แต่หากเป็นการขอใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ชั่วคราว สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่มขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซี.ซี. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี
  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
  • ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ และใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
  • ใบขับขี่รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถประเภทอื่น ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

เอกสารต่อใบขับขี่ ใช้อะไรบ้าง

  • บัตรประชาชน
  • ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ
  • ใบรับรองแพทย์ (สำหรับผู้ต่ออายุใบขับขี่ 1 ปี เป็น 5 ปี) ส่วนต่อทุก 5 ปี ไม่ต้องใช้

ตัวอย่างการเดินทางไปต่อใบขับขี่ที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

สำหรับการเดินทางไปต่อใบขับขี่ด้วยตัวเอง ที่กรมการขนส่งทางบก จตุจักร มีขั้นตอนดังนี้

  • ไปที่ตึก 4 ชั้น 2 เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งต่อใบขับขี่
  • อยู่ที่ชั้น 2 เข้าไปด้านใน​ ช่อง​ 24-26 ยื่นหลักฐานการต่อใบขับขี่ จะได้ใบทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
  • ไปชั้น 3 เลี้ยวขวา เคาน์เตอร์ในสุด ลงคิว ตรวจร่างกาย ตรงทางออกจะได้เอกสารพร้อมผลการตรวจคืน
  • ไปชั้น 4 ลงทะเบียนการอบรม (มีรอบอบรมทุกครึ่ง ชม. รอบแรก 09.00 น.) ใช้เวลา 1 ชม. จะมีเจ้าหน้าที่คืนเอกสารเมื่อจบการอบรม
  • ไปที่ชั้น 2 ยื่นเอกสารให้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รับใบคิวและรอเรียกถ่ายรูปพร้อมรับใบขับขี่
ต่อใบขับขี่

  • ไปที่ตึก 4 ชั้น 2 เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งต่อใบขับขี่​ เปิด 07.45 น.​
ต่อใบขับขี่

  • อยู่ที่ชั้น 2 เข้าไปด้านใน ช่อง 24-26 ยื่นหลักฐานการต่อใบขับขี่ จะได้ใบทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ต่อใบขับขี่

  • ไปชั้น 3 เลี้ยวขวา เคาน์เตอร์ในสุด ลงคิว ตรวจร่างกาย​ จุดนี้หากคนใช้บริการเยอะจะรอคิวนาน เวลาทดสอบต่อคนประมาณ 5 นาที ทำการทดสอบ 4 อย่าง

- ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ (สีแดง เขียว เหลือง)   

- ทดสอบสายตาทางลึก

- ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรกเท้า)     

- ทดสอบสายตาทางกว้าง (สีแดง เขียว เหลือง)

ต่อใบขับขี่

ตรงทางออกจะได้เอกสารพร้อมผลการตรวจคืน

ต่อใบขับขี่

  • ไปชั้น 4 ลงทะเบียนการอบรม​ มีรอบอบรมทุกครึ่ง ชม.​ ​รอบแรก 09.00 น.​ และสุดท้าย 14.00 น. ​ใช้เวลา 1 ชม. จะมีเจ้าหน้าที่คืนเอกสารเมื่อจบการอบรม
ต่อใบขับขี่

  • ไปที่ชั้น 2 ยื่นเอกสารให้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รับใบคิวและรอเรียกถ่ายรูป​ จ่ายเงินค่าธรรมเนียม 

- ใบขับขี่รถยนต์ 2 ปี ชำระ 200 บาท + ค่าคำขอ 5 บาท รวม 205 บาท

- ใบขับขี่รถยนต์ 5 ปี ชำระ 500 บาท + ค่าคำขอ 5 บาท รวม 505 บาท

- ใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 ปี ชำระ 100 บาท + ค่าคำขอ 5 บาท รวม 105 บาท

- ใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ 5 ปี ชำระ 250 บาท + ค่าคำขอ 5 บาท รวม 255 บาท

การต่อใบขับขี่ที่ขาดต่อเกิน 1-3 ปีขึ้นไป

  • กรณีที่ใบขับขี่หมดอายุและขาดต่อเกิน 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตร 3 ชั่วโมง และสอบข้อเขียนใหม่
  • ส่วนใบขับขี่หมดอายุและขาดต่อเกิน 3 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรเต็มวัน พร้อมสอบข้อเขียนและปฏิบัติใหม่ทั้งหมด

โดยทั้ง 2 กรณีจะต้องทำการจองคิวอบรมล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อระบุวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการ

- ขั้นตอนแรกดาวน์โหลดแอปฯ  DLT Smart Queue และสมัครเข้าใช้งาน

- เลือกจังหวัดและสำนักงานขนส่งที่สะดวก

  • จากนั้นเลือกหัวข้อ ขอรับใบอนุญาต (สอบใหม่ หรือขาดต่อเกิน 1 ปีขึ้นไป)

  • เลือกวันที่ต้องการ โดยระบบจะแจ้งจำนวนผู้เข้ารับการอบรมว่าเต็มหรือไม่

  • เมื่อเลือกวันที่สะดวกแล้ว ให้ทำการกด “ยืนยันการจอง”
  • ระบบจะขึ้นใบนัดการจองที่ระบุ วัน เวลา ประเภท และสถานที่ให้ (ตามภาพ) นั่นแสดงว่าคุณได้ทำการจองวันอบรมเป็นที่เรียบร้อย

หลักฐานที่ต้องเตรียม สำหรับขาดต่อเกิน 1-3 ปี ขึ้นไป

  • บัตรประชาชนฉบับจริง

  • ใบขับขี่เก่า (ถ้ามี)

  • ใบรับรองแพทย์ ไม่เกิน 1 เดือน

กฎระเบียบที่ต้องทราบ

  • โปรดแต่งกายสุภาพในวันที่นัดอบรม ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ

  • ยื่นเอกสารตั้งแต่เวลา 07.45 - 08.30 น. หากไม่ติดต่อในเวลาที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์และต้องทำการจองคิวใหม่

  • กรณีทุพพลภาพ ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนจองคิวอบรม

  • เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ยกเลิกการจองของผู้รับบริการในกรณีไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้น

ใบขับขี่ จะหมดอายุตามวันที่ระบุ ซึ่งจะตรงกับวันที่ทำ โดยสามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ 3 เดือน ​ก่อนถึงวันหมดอายุ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ต่อใบขับขี่ 2563 รวมรายละเอียดขั้นตอนการทำใบขับขี่ โพสต์เมื่อ 3 กรกฎาคม 2561 เวลา 17:59:28 1,590,679 อ่าน
TOP