x close

ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี 2024 มีรุ่นไหนน่าสนใจ พร้อมราคาทุกขนาด

ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี 2024 ทั้งกลุ่มยางนุ่มเงียบ ยางประหยัดน้ำมัน และยางสปอร์ต รุ่นไหนน่าสนใจ มีขนาดเท่าไหร่บ้าง พร้อมราคาเบื้องต้น รวมถึงวิธีการเลือกซื้อ

ยางรถยนต์

         อัปเดต ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2024 สำหรับรถยนต์นั่งประเภทรถเก๋ง โดยมีมาแนะนำทั้งกลุ่มยางนุ่มเงียบ ยางประหยัดน้ำมัน และยางสปอร์ต ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับลักษณะการขับขี่ รวมถึงสมรรถนะของรถที่ต่างกัน ปัจจุบันจะมีรุ่นไหนน่าสนใจหรือได้รับความนิยม เราได้รวบรวมมาทั้งขนาดและราคาเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกยางเส้นใหม่ว่ารุ่นไหนเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี 2024 

1. ยางรถยนต์ Michelin

ยางประหยัดน้ำมัน Michelin Energy XM2+ 

ยางสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กและรถอีโคคาร์ เนื้อยางเป็น Full Silica สูตรใหม่ ให้ความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้หน้ายางปรับสภาพและยึดเกาะพื้นถนนได้อย่างเต็มที่มากกว่ารุ่นเดิม ระยะเบรกสั้น เน้นความทนทาน ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

  • ขนาดยางและราคา Michelin Energy XM2+ (ต่อเส้น)
    • 175/65 R14 82H ราคาประมาณ 3,150 บาท

    • 185/65 R14 86H ราคาประมาณ 3,190 บาท

    • 185/70 R14 88H ราคาประมาณ 3,450 บาท
       

    • 175/50 R15 79H ราคาประมาณ 3,750 บาท

    • 175/65 R15 84H ราคาประมาณ 3,790 บาท

    • 185/55 R15 86V ราคาประมาณ 3,890 บาท

    • 185/60 R15 88H ราคาประมาณ 3,590 บาท

    • 185/65 R15 88H ราคาประมาณ 3,790 บาท

    • 195/60 R15 88V ราคาประมาณ 3,590 บาท

    • 195/65 R15 91V ราคาประมาณ 3,590 บาท

    • 205/60 R15 91V ราคาประมาณ 4,350 บาท

    • 205/65 R15 94V ราคาประมาณ 4,450 บาท

    • 215/65 R15 96H ราคาประมาณ 4,550 บาท
       

    • 185/55 R16 83V ราคาประมาณ 4,350 บาท

    • 195/50 R16 88V ราคาประมาณ 4,450 บาท

    • 205/55 R16 91V ราคาประมาณ 4,850 บาท

    • 205/60 R16 92V ราคาประมาณ 4,850 บาท

    • 215/60 R16 95H ราคาประมาณ 5,000 บาท

ยางรถยนต์ Michelin

ภาพจาก : aecbmesvcm.cloudimg.io

ยางนุ่มเงียบ Michelin Primacy 4

          ยางรถยนต์ระดับพรีเมียม เพื่อการขับขี่ที่นุ่มเงียบ ให้ความสบายในการเดินทาง ด้วยลายดอกยางที่ดีไซน์ด้วยเทคโนโลยี Silent Rib รุ่น 2 ลดการสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี MICHELIN EverGrip เพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสกับพื้นถนน และการออกแบบให้ร่องรีดน้ำกว้างขึ้น 50% ทำให้การเกาะถนนและเบรกบนถนนเปียกดีขึ้น

  • ขนาดยางและราคา Michelin Primacy 4 (ต่อเส้น)
    • 195/60 R15 92V ราคาประมาณ 4,050 บาท

    • 195/65 R15 91V ราคาประมาณ 3,850 บาท
       

    • 185/60 R16 86V ราคาประมาณ 4,550 บาท

    • 195/60 R16 93V ราคาประมาณ 4,350 บาท

    • 205/55 R16 91W ราคาประมาณ 4,990 บาท

    • 205/60 R16 92V ราคาประมาณ 6,350 บาท

    • 205/65 R16 95V ราคาประมาณ 4,990 บาท

    • 215/55 R16 97W ราคาประมาณ 4,790 บาท

    • 215/60 R16 99V ราคาประมาณ 5,490 บาท

    • 225/55 R16 99W ราคาประมาณ 6,650 บาท

    • 225/60 R16 98W ราคาประมาณ 6,690 บาท

    • 235/60 R16 100V ราคาประมาณ 6,850 บาท
       

    • 205/50 R17 93W ราคาประมาณ 6,150 บาท

    • 205/55 R17 91 W MO ราคาประมาณ 6,190 บาท

    • 215/45 R17 91W ราคาประมาณ 6,290 บาท

    • 215/50 R17 95W ราคาประมาณ 5,490 บาท

    • 215/55 R17 94V ราคาประมาณ 5,990 บาท 

    • 215/60 R17 96V ราคาประมาณ 6,490 บาท

    • 225/45 R17 91W ราคาประมาณ 7,250 บาท

    • 225/45 R17 94W ราคาประมาณ 7,250 บาท

    • 225/50 R17 98W ราคาประมาณ 5,990 บาท

    • 225/55 R17 101W ราคาประมาณ 7,490 บาท

    • 225/60 R17 103V ราคาประมาณ 7,290 บาท

    • 235/55 R17 103W ราคาประมาณ 8,190 บาท

    • 245/45 R17 99W ราคาประมาณ 8,390 บาท
       

    • 215/45 R18 93W ราคาประมาณ 7,890 บาท

    • 225/45 R18 95W ราคาประมาณ 8,390 บาท

    • 225/45 R18 95Y MO ราคาประมาณ 8,550 บาท

    • 225/50 R18 95V ราคาประมาณ 6,990 บาท

    • 235/45 R18 98W VOL ราคาประมาณ 7,550 บาท

    • 235/50 R18 97W ราคาประมาณ 7,990 บาท

    • 235/55 R18 100V VOL ราคาประมาณ 7,590 บาท

    • 245/45 R18 100W ราคาประมาณ 8,950 บาท

    • 245/50 R18 100W ราคาประมาณ 9,390 บาท

    • 255/40 R18 99Y MO ราคาประมาณ 10,190 บาท

    • 255/45 R18 99W ราคาประมาณ 9,590 บาท
       

    • 245/45 R19 102W ราคาประมาณ 10,050 บาท

ยางรถยนต์ Michelin

ภาพจาก : aecbmesvcm.cloudimg.io

ยางสปอร์ต Michelin Pilot Sport 5

          ยางรถยนต์ที่รองรับการขับขี่ด้วยสมรรถนะสูง ให้การตอบสนองฉับไว ควบคุมได้มั่นใจ และยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Response ร่วมกับเข็มขัดรัดหน้ายาง HyBrid Belt จากสนามแข่ง และสูตรเนื้อยางที่มีส่วนผสมของอะรามิดและไนลอน ช่วยให้ควบคุมแม่นยำ นอกจากนี้โครงสร้าง Max Touch ยังช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับพื้นผิวถนน กระจายแรงกดที่หน้ายางให้สม่ำเสมอทั้งตอนเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง

  • ขนาดยางและราคา Michelin Pilot Sport 5 (ต่อเส้น)
    • 205/40 R17 84Y ราคาประมาณ 4,550 บาท

    • 205/45 R17 88Y ราคาประมาณ 4,990 บาท

    • 215/45 R17 91Y ราคาประมาณ 4,990 บาท

    • 215/50 R17 95Y ราคาประมาณ 5,190 บาท

    • 215/55 R17 98Y ราคาประมาณ 6,250 บาท

    • 225/45 R17 94Y ราคาประมาณ 6,650 บาท

    • 225/50 R17 98Y ราคาประมาณ 6,250 บาท

    • 225/55 R17 101Y ราคาประมาณ 5,750 บาท

    • 245/40 R17 95Y ราคาประมาณ 7,450 บาท

    • 245/45 R17 99Y ราคาประมาณ 7,450 บาท
       

    • 215/40 R18 89Y ราคาประมาณ 6,790 บาท

    • 215/45 R18 93Y ราคาประมาณ 6,890 บาท

    • 225/40 R18 92Y ราคาประมาณ 7,250 บาท

    • 225/45 R18 95Y ราคาประมาณ 6,990 บาท

    • 235/40 R18 95Y ราคาประมาณ 7,490 บาท

    • 235/45 R18 98Y ราคาประมาณ 6,990 บาท

    • 235/50 R18 101Y ราคาประมาณ 7,390 บาท

    • 245/35 R18 92Y ราคาประมาณ 7,650 บาท

    • 245/40 R18 97Y ราคาประมาณ 10,090 บาท

    • 245/45 R18 100Y ราคาประมาณ 9,590 บาท

    • 255/35 R18 94Y ราคาประมาณ 10,850 บาท

    • 255/40 R18 99Y ราคาประมาณ 9,050 บาท

    • 255/45 R18 103Y ราคาประมาณ 9,690 บาท

    • 265/35 R18 97Y ราคาประมาณ 10,850 บาท

    • 275/40 R18 103Y ราคาประมาณ 10,350 บาท
       

    • 225/40 R19 93Y ราคาประมาณ 8,990 บาท

    • 225/45 R19 96Y ราคาประมาณ 9,590 บาท

    • 235/35 R19 91Y ราคาประมาณ 9,590 บาท

    • 235/40 R19 96Y ราคาประมาณ 10,150 บาท

    • 235/45 R19 99Y ราคาประมาณ 10,690 บาท

    • 245/35 R19 93Y ราคาประมาณ 10,750 บาท

    • 245/40 R19 98Y ราคาประมาณ 10,750 บาท

    • 245/45 R19 102 Y ราคาประมาณ 11,590 บาท

    • 255/35 R19 96Y ราคาประมาณ 9,150 บาท

    • 255/40 R19 100 Y ราคาประมาณ 10,650 บาท

    • 255/45 R19 104Y ราคาประมาณ 10,450 บาท

    • 275/35 R19 100 Y ราคาประมาณ 12,250 บาท

    • 275/40 R19 105Y ราคาประมาณ 12,150 บาท

    • 285/40 R19 107Y ราคาประมาณ 12,550 บาท
       

    • 245/35 R20 95Y ราคาประมาณ 11,890 บาท

    • 255/35 R20 97Y ราคาประมาณ 11,990 บาท

    • 255/40 R20 101Y ราคาประมาณ 12,150 บาท

    • 275/45 R20 110Y ราคาประมาณ 13,850 บาท
       

    • 255/35 R21 98Y ราคาประมาณ 13,490 บาท

2. ยางรถยนต์ Yokohama

ยางประหยัดน้ำมัน Yokohama BluEath AE51

ยางประหยัดน้ำมัน Yokohama BluEath AE51 ได้รับการออกแบบและพัฒนาดอกยางให้เพิ่มความแข็งแกร่ง ช่วยให้การขับขี่บนความเร็วสูงมีเสถียรภาพ พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของยาง ทำให้ทุกการขับขี่ผ่อนคลายมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

  • ขนาดยางและราคา Yokohama BluEath AE51 (ต่อเส้น)
    • 175/65R14 ราคาประมาณ 2,950 บาท
       

    • 185/55R15 ราคาประมาณ 3,600 บาท

    • 185/60R15 ราคาประมาณ 3,150 บาท

    • 185/65R15 ราคาประมาณ 3,300 บาท

    • 195/60R15 ราคาประมาณ 3,200 บาท

    • 195/65R15 ราคาประมาณ 3,300 บาท

    • 205/65R15 ราคาประมาณ 4,000 บาท
       

    • 185/55R16 ราคาประมาณ 4,100 บาท

    • 195/45R16 ราคาประมาณ 4,150 บาท

    • 195/50R16 ราคาประมาณ 4,250 บาท

    • 195/55R16 ราคาประมาณ 4,450 บาท

    • 205/45R16 ราคาประมาณ 4,500 บาท

    • 205/50R16 ราคาประมาณ 4,780 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 4,700 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 4,700 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 4,700 บาท

    • 205/65R16 ราคาประมาณ 4,500 บาท

    • 215/55R16 ราคาประมาณ 4,730 บาท

    • 215/60R16 ราคาประมาณ 4,850 บาท

    • 215/65R16 ราคาประมาณ 4,800 บาท

    • 215/65R16 ราคาประมาณ 4,800 บาท

    • 225/55R16 ราคาประมาณ 5,800 บาท

    • 225/60R16 ราคาประมาณ 5,850 บาท
       

    • 205/45R17 ราคาประมาณ 4,590 บาท

    • 205/50R17 ราคาประมาณ 5,390 บาท

    • 205/55R17 ราคาประมาณ 5,300 บาท

    • 215/45R17 ราคาประมาณ 4,400 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 4,700 บาท

    • 215/55R17 ราคาประมาณ 4,900 บาท

    • 225/45R17 ราคาประมาณ 6,550 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 6,050 บาท

    • 225/55R17 ราคาประมาณ 6,020 บาท

    • 235/45R17 ราคาประมาณ 6,800 บาท

    • 245/45R17 ราคาประมาณ 7,000 บาท
       

    • 225/40R18 ราคาประมาณ 6,450 บาท

    • 225/45R18 ราคาประมาณ 6,810 บาท

    • 225/50R18 ราคาประมาณ 6,500 บาท

    • 235/40R18 ราคาประมาณ 6,500 บาท

    • 235/45R18 ราคาประมาณ 6,880 บาท

    • 235/50R18 ราคาประมาณ 6,950 บาท

    • 245/40R18 ราคาประมาณ 8,000 บาท

    • 245/45R18 ราคาประมาณ 8,000 บาท

    • 255/35R18 ราคาประมาณ 7,600 บาท

    • 255/45R18 ราคาประมาณ 8,680 บาท

    • 265/35R18 ราคาประมาณ 9,180 บาท
       

    • 225/35R19 ราคาประมาณ 9,190 บาท

    • 225/40R19 ราคาประมาณ 9,860 บาท

    • 225/45R19 ราคาประมาณ 9,190 บาท

    • 235/35R19 ราคาประมาณ 9,190 บาท

    • 235/40R19 ราคาประมาณ 9,190 บาท

    • 245/35R19 ราคาประมาณ 9,600 บาท

    • 245/40R19 ราคาประมาณ 10,270 บาท

    • 245/45R19 ราคาประมาณ 8,770 บาท

    • 255/35R19 ราคาประมาณ 8,970 บาท

    • 275/30R19 ราคาประมาณ 9,960 บาท

    • 275/35R19 ราคาประมาณ 10,120 บาท
       

    • 245/35R20 ราคาประมาณ 9,140 บาท

    • 275/30R20 ราคาประมาณ 10,990 บาท

ยางรถยนต์ Yokohama

ภาพจาก : yokohamathailand.com

ยางนุ่มเงียบ Yokohama Advan DB V552

Advan DB V552 ยางตระกูลนุ่มเงียบของ Yokohama สำหรับรถยนต์นั่งกลุ่มพรีเมียมตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ดอกยางทั้ง 144 บล็อกถูกออกแบบให้มีการลบเหลี่ยม ซึ่งจะทำให้ยางนุ่มเงียบ เนื้อยางใช้ส่วนประกอบคุณภาพสูง และออกแบบโครงสร้างของยางให้นุ่มเงียบยาวนาน

  • ขนาดยางและราคา Yokohama Advan DB V552 (ต่อเส้น)
    • 185/60R15 ราคาประมาณ 3,890 บาท

    • 185/65R15 ราคาประมาณ 3,890 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 4,300 บาท

    • 195/60R15 ราคาประมาณ 3,850 บาท

    • 195/65R15 ราคาประมาณ 3,850 บาท
       

    • 205/65R15 ราคาประมาณ 4,500 บาท

    • 195/55R16 ราคาประมาณ 5,350 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 5,000 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 5,300 บาท

    • 205/65R16 ราคาประมาณ 6,050 บาท

    • 215/55R16 ราคาประมาณ 4,900 บาท

    • 215/60R16 ราคาประมาณ 5,150 บาท

    • 225/55R16 ราคาประมาณ 6,550 บาท

    • 225/60R16 ราคาประมาณ 6,450 บาท

    • 235/60R16 ราคาประมาณ 6,450 บาท
       

    • 205/45R17 ราคาประมาณ 4,900 บาท

    • 215/45R17 ราคาประมาณ 5,950 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 5,400 บาท

    • 215/55R17 ราคาประมาณ 5,400 บาท

    • 215/60R17 ราคาประมาณ 6,650 บาท

    • 225/45R17 ราคาประมาณ 7,050 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 6,200 บาท

    • 225/55R17 ราคาประมาณ 6,800 บาท

    • 225/60R17 ราคาประมาณ 6,850 บาท

    • 235/55R17 ราคาประมาณ 7,400 บาท

    • 245/45R17 ราคาประมาณ 7,900 บาท
       

    • 215/45R18 ราคาประมาณ 6,680 บาท

    • 225/40R18 ราคาประมาณ 8,450 บาท

    • 225/45R18 ราคาประมาณ 7,550 บาท

    • 235/45R18 ราคาประมาณ 7,000 บาท

    • 235/50R18 ราคาประมาณ 7,550 บาท

    • 245/40R18 ราคาประมาณ 9,200 บาท

    • 245/45R18 ราคาประมาณ 8,350 บาท

    • 245/50R18 ราคาประมาณ 8,550 บาท

    • 265/35R18 ราคาประมาณ 10,050 บาท
       

    • 225/40R19 ราคาประมาณ 9,600 บาท

    • 225/45R19 ราคาประมาณ 8,260 บาท

    • 235/40R19 ราคาประมาณ 9,710 บาท

    • 235/55R19 ราคาประมาณ 8,340 บาท

    • 245/40R19 ราคาประมาณ 10,500 บาท

    • 245/45R19 ราคาประมาณ 9,050 บาท

    • 245/50RF19 ราคาประมาณ 12,240 บาท
       

    • 235/55R20 ราคาประมาณ 7,600 บาท

    • 245/40R20 ราคาประมาณ 12,150 บาท

    • 245/45R20 ราคาประมาณ 9,500 บาท

    • 255/45R20 ราคาประมาณ 9,750 บาท

    • 275/40R20 ราคาประมาณ 9,850 บาท

    • 275/45R20 ราคาประมาณ 9,600 บาท
       

    • 255/40R21 ราคาประมาณ 10,450 บาท

    • 275/35R21 ราคาประมาณ 11,350 บาท

ยางรถยนต์ Yokohama

ภาพจาก : yokohamathailand.com

ยางสปอร์ต Yokohama Advan Fleva V701

          ยางรถยนต์ Yokohama Advan Fleva V701 ได้รับการออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ตและต้องการใช้สมรรถนะสูงอยู่เป็นประจำ โดยช่วยให้การบังคับควบคุมแม่นยำรวมถึงเกาะถนนได้ดีในทุกสภาพผิว 

  • ขนาดยางและราคา Yokohama Advan Fleva V701 (ต่อเส้น)
    • 195/50R15 ราคาประมาณ 3,240 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 3,240 บาท
       

    • 195/45R16 ราคาประมาณ 4,450 บาท

    • 195/50R16 ราคาประมาณ 4,060 บาท

    • 205/45R16 ราคาประมาณ  4,630 บาท

    • 205/50R16 ราคาประมาณ 4,630 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 4,630 บาท

    • 215/45R16 ราคาประมาณ 4,750 บาท

    • 225/50R16 ราคาประมาณ 5,350 บาท
       

    • 205/40R17 ราคาประมาณ 5,160 บาท

    • 205/45R17 ราคาประมาณ 3,900 บาท

    • 215/40R17 ราคาประมาณ 5,650 บาท

    • 215/45R17 ราคาประมาณ 4,200 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 5,350 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 5,650 บาท
       

    • 205/40R18 ราคาประมาณ 6,280 บาท

    • 215/35R18 ราคาประมาณ 7,180 บาท

    • 215/40R18 ราคาประมาณ 5,970 บาท

    • 215/45R18 ราคาประมาณ 5,650 บาท

    • 225/40R18 ราคาประมาณ 5,850 บาท

    • 235/40R18 ราคาประมาณ 6,000 บาท

    • 235/55R18 ราคาประมาณ 6,900 บาท

    • 245/40R18 ราคาประมาณ 6,830 บาท

    • 245/45R18 ราคาประมาณ 5,730 บาท

    • 255/35R18 ราคาประมาณ 7,850 บาท

    • 275/40R18 ราคาประมาณ 6,000 บาท
       

    • 225/35R19 ราคาประมาณ 8,420 บาท

    • 225/40R19 ราคาประมาณ 8,420 บาท

    • 235/35R19 ราคาประมาณ 8,050 บาท

    • 255/30R19 ราคาประมาณ 8,800 บาท

    • 255/35R19 ราคาประมาณ 9,190 บาท

    • 265/30R19 ราคาประมาณ 8,880 บาท
       

    • 225/35R20 ราคาประมาณ 10,650 บาท

    • 255/30R20 ราคาประมาณ 10,960 บาท

3. ยางรถยนต์ Bridgestone

ยางประหยัดน้ำมัน Bridgestone Ecopia EP300

         ยาง Bridgestone Ecopia EP300 มาพร้อมเทคโนโลยี Nano Pro-Tech TM เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น ให้การขับขี่ที่สบาย รวมถึงช่วยประหยัดน้ำมัน ขับได้อย่างมั่นใจเต็มประสิทธิภาพ

  • ขนาดยางและราคา Bridgestone Ecopia EP300 (ต่อเส้น)
    • 175/65R15 ราคาประมาณ 3,450 บาท

    • 185/55R15 ราคาประมาณ 3,490 บาท

    • 185/60R15 ราคาประมาณ 3,450 บาท

    • 195/50R15 ราคาประมาณ 4,190 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 3,950 บาท

    • 195/60R15 ราคาประมาณ 3,090 บาท

    • 195/65R15 ราคาประมาณ 3,290 บาท

    • 205/60/R15 ราคาประมาณ 3,950 บาท

    • 205/65R15 ราคาประมาณ 3,990 บาท
       

    • 185/55R16 ราคาประมาณ 3,890 บาท

    • 195/50R16 ราคาประมาณ 3,990 บาท

    • 195/55R16 ราคาประมาณ 4,650 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 4,450 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 4,690 บาท

    • 215/60R16 ราคาประมาณ 4,690 บาท
       

    • 205/50R17 ราคาประมาณ 5,190 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 5,290 บาท

    • 215/55R17 ราคาประมาณ 4,590 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 5,550 บาท

ยางรถยนต์ Bridgestone

ภาพจาก : bridgestone.co.th

ยางนุ่มเงียบ Bridgestone Turanza T005A

สู่อีกขั้นของนวัตกรรมยางรถยนต์ สุดยอดนวัตกรรมแห่งความนุ่มสบายระดับพรีเมียม เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า TURANZA T005A ยางรถยนต์ที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ เปลี่ยนการขับขี่แบบธรรมดาเป็นการเดินทางอันแสนรื่นรมย์

  • ขนาดยางและราคา Bridgestone Turanza T005A (ต่อเส้น)
    • 195/65R15 91V ราคาประมาณ 3,490 บาท
    • 205/55R16 91V ราคาประมาณ 4,990 บาท

    • 205/60R16 92V ราคาประมาณ 5,750 บาท 

    • 205/65R16 95H ราคาประมาณ 5,750 บาท

    • 215/55R16 93V ราคาประมาณ 4,650 บาท

    • 215/60R16 95V ราคาประมาณ 5,290 บาท

    • 215/65R16 98H ราคาประมาณ 5,000 บาท

    • 225/55R16 95V ราคาประมาณ 5,990 บาท

    • 225/60R16 98V ราคาประมาณ 6,050

    • 235/60R16 100W ราคาประมาณ 6,190 บาท
       

    • 215/45R17 91W ราคาประมาณ 5,750 บาท

    • 215/50R17 91W ราคาประมาณ 5,290 บาท

    • 215/55R17 94V ราคาประมาณ 5,450 บาท

    • 215/60R17 96H ราคาประมาณ 6,450 บาท

    • 225/45R17 91W ราคาประมาณ 6,550 บาท

    • 225/50R17 94W ราคาประมาณ 5,690 บาท

    • 225/55R17 97W ราคาประมาณ 6,790 บาท

    • 235/45R17 97W ราคาประมาณ 8,040 บาท

    • 235/55R17 99W ราคาประมาณ 7,425 บาท

    • 245/45R17 95W ราคาประมาณ 7,565 บาท
       

    • 225/40R18 88W ราคาประมาณ 9,400 บาท

    • 225/45R18 91W ราคาประมาณ 7,625 บาท

    • 235/45R18 94W ราคาประมาณ 6,850 บาท

    • 235/50R18 101W ราคาประมาณ 7,665 บาท

    • 245/40R18 93W ราคาประมาณ 9,800 บาท

    • 245/45R19 98W ราคาประมาณ 8,040 บาท

    • 245/50R18 100W ราคาประมาณ 8,400 บาท

    • 255/45R18 103W ราคาประมาณ 8,640 บาท

    • 265/35R18 93W ราคาประมาณ 11,000 บาท
       

    • 225/35R19 88W ราคาประมาณ 7,475 บาท

    • 235/35R19 87W ราคาประมาณ 7,725 บาท

    • 245/40R19 94W ราคาประมาณ 11,240 บาท

    • 275/40R19 101W ราคาประมาณ 12,300 บาท

ยางรถยนต์ Bridgestone

ภาพจาก : bridgestone.co.th

ยางสปอร์ต Bridgestone Potenza Adrenalin RE004

ได้รับการออกแบบร่องยางให้สามารถกระจายแรงกดบริเวณหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนนอย่างสม่ำเสมอทั้งเปียกและแห้ง ตัวบล็อกดอกยางขนาดใหญ่เพิ่มพื้นที่หน้ายางส่วนสัมผัสถนนมากขึ้นเพื่อการยึดเกาะที่ดี พร้อมร่องยางรูปตัว A สไตล์สปอร์ต ลดการบิดตัวของยาง ช่วยให้ควบคุมและเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ

  • ขนาดยางและราคา Bridgestone Potenza Adrenalin RE004 (ต่อเส้น)
    • 195/55R15 85W ราคาประมาณ 3,950 บาท

    • 195/50R15 82W ราคาประมาณ 4,090 บาท
       

    • 195/50R16 84V ราคาประมาณ 4,590 บาท

    • 205/55R16 91W ราคาประมาณ 4,890 บาท

    • 205/50R16 87W ราคาประมาณ 5,150 บาท

    • 205/45R16 87W ราคาประมาณ 5,790 บาท

    • 215/55R16 97W ราคาประมาณ 5,950 บาท
       

    • 205/50R17 93W ราคาประมาณ 5,290 บาท

    • 205/45R17 88W ราคาประมาณ 4,550 บาท

    • 215/55R17 94W ราคาประมาณ 6,950 บาท

    • 215/50R17 95W ราคาประมาณ 5,290 บาท

    • 215/45R17 91W ราคาประมาณ 4,690 บาท

    • 225/55R17 101W ราคาประมาณ 5,250 บาท

    • 225/50R17 98W ราคาประมาณ 5,750 บาท

    • 225/45R17 94W ราคาประมาณ 5,950 บาท

    • 235/45R17 97W ราคาประมาณ 6,350 บาท
       

    • 215/45R18 93W ราคาประมาณ 6,190 บาท

    • 225/45R18 95W ราคาประมาณ 6,490 บาท

    • 225/40R18 92W ราคาประมาณ 6,590 บาท

    • 235/45R18 98W ราคาประมาณ 5,750 บาท

    • 245/40R18 95W ราคาประมาณ 9,140 บาท

    • 245/45R18 100W ราคาประมาณ 7,475 บาท

    • 255/35R18 94W ราคาประมาณ 10,000 บาท

    • 265/35R18 97W ราคาประมาณ 10,000 บาท
       

    • 235/35R19 91W ราคาประมาณ 8,550 บาท

    • 245/40R19 98W ราคาประมาณ 8,700 บาท

    • 275/35R19 100W ราคาประมาณ 11,340 บาท

    • 245/35R20 95W ราคาประมาณ 13,550 บาท

    • 275/30R20 97W ราคาประมาณ 15,300 บาท

ยางรถยนต์ Bridgestone

ภาพจาก : bridgestone.co.th

4. ยางรถยนต์ Dunlop

ยางประหยัดน้ำมัน Dunlop Ensave EC300+

ยางประหยัดน้ำมัน มีส่วนผสมของเนื้อยาง Multi-Functionalized Polymer ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นถึง 20% พร้อมความนุ่มเงียบด้วยลายดอกยางใหม่แบบร่องละเอียด ลดเสียงรบกวนขณะขับ

  • ขนาดยางและราคา Dunlop Ensave EC300+ (ต่อเส้น)
    • 185/65R14 ราคาประมาณ 2,000 บาท

    • 185/70R14 ราคาประมาณ 2,200 บาท

    • 175/65R14 ราคาประมาณ 2,290 บาท
       

    • 175/60R15 ราคาประมาณ 3,000 บาท

    • 175/65R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 185/60R15 ราคาประมาณ 2,590 บาท 

    • 185/65R15 ราคาประมาณ 2,450 บาท 

    • 195/50R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 195/60R15 ราคาประมาณ 2,550 บาท

    • 195/65R15 ราคาประมาณ 2,650 บาท

    • 205/65R15 ราคาประมาณ 3,300 บาท
       

    • 185/55R16 ราคาประมาณ 3,200 บาท

    • 185/60R16 ราคาประมาณ 3,800 บาท

    • 195/60R16 ราคาประมาณ 3,500 บาท

    • 195/65R16 ราคาประมาณ 3,390 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 4,200 บาท

    • 205/65R16 ราคาประมาณ 4,400 บาท

    • 215/60R16 ราคาประมาณ 3,600 บาท

    • 215/65R16 ราคาประมาณ 4,200 บาท

ยางรถยนต์ Dunlop

ภาพจาก : dunloptire.co.th

ยางนุ่มเงียบ Dunlop SP SPORT LM705

        ยางรถยนต์ Dunlop SP Sport LM705 มีแก้มยางถูกออกแบบมาให้ช่วยดูดซับแรงกระแทกกับพื้นถนน พร้อมหน้ายางที่ช่วยลดแรงกระแทกขณะวิ่ง ดอกยางช่วยกระจายแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนลดการสั่นสะเทือน เพื่อความสบายในการขับขี่

  • ขนาดยางและราคา Dunlop SP SPORT LM705 (ต่อเส้น)
    • 175/70R13 ราคาประมาณ 2,000 บาท

    • 185/70R13 ราคาประมาณ 1,800 บาท
       

    • 175/65R14 ราคาประมาณ 2,400 บาท

    • 185/60R14 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 185/65R14 ราคาประมาณ 2,290 บาท
       

    • 185/55R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 185/60R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 185/65R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 195/50R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 195/60R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 195/65R15 ราคาประมาณ 2,800 บาท

    • 205/65R15 ราคาประมาณ 3,300 บาท

    • 205/70R15 ราคาประมาณ 3,700 บาท
       

    • 185/55R16 ราคาประมาณ 3,300 บาท

    • 195/50R16 ราคาประมาณ 3,800 บาท

    • 205/50R16 ราคาประมาณ 3,900 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 3,900 บาท

    • 205/60R16 ราคาประมาณ 4,800 บาท

    • 205/65R16 ราคาประมาณ 4,400 บาท

    • 215/60R16 ราคาประมาณ 4,000 บาท

    • 215/65R16 ราคาประมาณ 4,400 บาท
       

    • 205/45R17 ราคาประมาณ 3,600 บาท

    • 215/45R17 ราคาประมาณ 3,900 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 4,200 บาท

    • 215/55R17 ราคาประมาณ 4,400 บาท

    • 215/60R17 ราคาประมาณ 5,400 บาท

    • 225/45R17 ราคาประมาณ 5,300 บาท

    • 225/55R17 ราคาประมาณ 5,500 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 4,800 บาท

    • 235/45R17 ราคาประมาณ 6,000 บาท

    • 245/45R17 ราคาประมาณ 6,300 บาท
       

    • 225/40R18 ราคาประมาณ 5,300 บาท

    • 225/45R18 ราคาประมาณ 5,300 บาท

    • 235/40R18 ราคาประมาณ 5,900 บาท

    • 235/45R18 ราคาประมาณ 5,990 บาท

    • 235/50R18 ราคาประมาณ 6,200 บาท

    • 235/55R18 ราคาประมาณ 6,700 บาท

    • 245/40R18 ราคาประมาณ 6,700 บาท
       

    • 245/40R19 ราคาประมาณ 8,000 บาท
       

    • 245/40R20 ราคาประมาณ 9,200 บาท

ยางรถยนต์ Dunlop

ภาพจาก : dunloptire.co.th

ยางสปอร์ต Dunlop Direzza DZ102+

          ยางสไตล์สปอร์ต ใช้ส่วนผสมเนื้อยางคุณสมบัติเฉพาะสำหรับยางตระกูล DIREZZA ที่ผ่านการจำลอง Rubber Simulation และ Noise Simulation ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน การเข้าโค้ง และการเบรกทั้งถนนเปียกและถนนแห้ง รวมถึงการลดเสียงรบกวน ต้านทานการเหินน้ำ

  • ขนาดยางและราคา Dunlop Direzza DZ102+ (ต่อเส้น)
    • 195/50R15 ราคาประมาณ 3,000 บาท

    • 195/55R15 ราคาประมาณ 2,900 บาท

    • 195/50R15 ราคาประมาณ 3,000 บาท

    • 205/55R15 ราคาประมาณ 4,000 บาท

    • 205/55R15 ราคาประมาณ 4,000 บาท
       

    • 195/50R16 ราคาประมาณ 3,800 บาท

    • 195/60R16 ราคาประมาณ 3,290 บาท

    • 205/45R16 ราคาประมาณ 4,200 บาท

    • 205/50R16 ราคาประมาณ 4,600 บาท

    • 205/55R16 ราคาประมาณ 4,100 บาท

    • 215/50R16 ราคาประมาณ 5,000 บาท

    • 215/55R16 ราคาประมาณ 5,100 บาท

    • 225/50R16 ราคาประมาณ 5,200 บาท

    • 225/55R16 ราคาประมาณ 5,500 บาท
       

    • 205/45R17 ราคาประมาณ 3,800 บาท

    • 205/50R17 ราคาประมาณ 4,800 บาท

    • 215/45R17 ราคาประมาณ 4,000 บาท

    • 215/50R17 ราคาประมาณ 4,500 บาท

    • 215/55R17 ราคาประมาณ 4,600 บาท

    • 225/45R17 ราคาประมาณ 4,700 บาท

    • 225/50R17 ราคาประมาณ 5,000 บาท

    • 235/45R17 ราคาประมาณ 5,200 บาท

    • 235/55R17 ราคาประมาณ 6,000 บาท

    • 245/40R17 ราคาประมาณ 6,500 บาท

    • 245/45R17 ราคาประมาณ 6,500 บาท

    • 255/40R17 ราคาประมาณ 7,000 บาท
       

    • 225/40R18 ราคาประมาณ 5,900 บาท

    • 225/45R18 ราคาประมาณ 5,900 บาท

    • 235/40R18 ราคาประมาณ 6,700 บาท

    • 235/50R18 ราคาประมาณ 6,700 บาท

    • 245/40R18 ราคาประมาณ 6,800 บาท

    • 245/45R18 ราคาประมาณ 8,300 บาท

    • 255/35R18 ราคาประมาณ 8,000 บาท

    • 255/45R18 ราคาประมาณ 9,200 บาท

    • 265/35R18 ราคาประมาณ 9,300 บาท

    • 275/40R18 ราคาประมาณ 12,500 บาท

    • 275/35R18 ราคาประมาณ 13,400 บาท
       

    • 225/35R19 ราคาประมาณ 10,000 บาท

    • 235/35R19 ราคาประมาณ 12,200 บาท

    • 245/35R19 ราคาประมาณ 9,500 บาท

    • 245/40R19 ราคาประมาณ 9,000 บาท

    • 265/30R19 ราคาประมาณ 14,500 บาท

    • 275/30R19 ราคาประมาณ 10,300 บาท
       

    • 245/35ZR20 ราคาประมาณ 10,000 บาท

    • 245/40ZR20 ราคาประมาณ 10,000 บาท

    • 255/35R20 ราคาประมาณ 10,500 บาท

ยางรถยนต์ Dunlop

ภาพจาก : dunloptire.co.th

5. ยางรถยนต์ Maxxis

ยางประหยัดน้ำมัน Maxxis Mecotra MA-P5

          ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมัน Maxxis Mectra MA-P5 ออกแบบหน้ายางให้ลดเสียงรบกวนขณะขับ และมีแรงต้านการหมุนต่ำช่วยให้ประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังซับแรงสั่นสะเทือน รวมถึงอายุการใช้งานยาวนาน

  • ขนาดยางและราคา Maxxis Mecotra MA-P5 (ต่อเส้น)
    • 155/70R12 73T ราคาประมาณ 1,575 บาท

    • 155/80R12 77T ราคาประมาณ 1,575 บาท
       

    • 155/65R13 73T ราคาประมาณ 1,825 บาท

    • 165/65R13 77T ราคาประมาณ 1,875 บาท

    • 165/80R13 83T ราคาประมาณ 1,620 บาท

    • 175/70R13 82T ราคาประมาณ 1,750 บาท

    • 185/70R13 86S ราคาประมาณ 1,750 บาท
       

    • 175/65R14 82H ราคาประมาณ 1,725 บาท

    • 175/70R14 84H ราคาประมาณ 1,600 บาท

    • 185/60R14 82H ราคาประมาณ 1,925 บาท

    • 185/65R14 86H ราคาประมาณ 1,850 บาท

    • 185/70R14 88H ราคาประมาณ 1,850 บาท

    • 195/70R14 91H ราคาประมาณ 2,050 บาท
       

    • 175/65R15 84H ราคาประมาณ 1,570 บาท

    • 185/55R15 82H ราคาประมาณ 2,100 บาท

    • 185/60R15 84V ราคาประมาณ 2,000 บาท

    • 185/65R15 88H ราคาประมาณ 1,750 บาท

    • 195/55R15 85V ราคาประมาณ 1,700 บาท

    • 195/60R15 88V ราคาประมาณ 1,850 บาท

    • 195/65R15 91V ราคาประมาณ 1,650 บาท

    • 205/65R15 94V ราคาประมาณ 2,200 บาท
       

    • 185/55R16 83V ราคาประมาณ 2,050 บาท

    • 195/60R16 89H ราคาประมาณ 1,600 บาท

    • 205/55R16 91V ราคาประมาณ 1,850 บาท

    • 205/60R16 92V ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 205/65R16 95V ราคาประมาณ 2,200 บาท

    • 215/65R16 98H ราคาประมาณ 2,700 บาท
       

    • 205/55R17 91H ราคาประมาณ 2,400 บาท

    • 215/55R17 94V ราคาประมาณ 2,675 บาท

ยางรถยนต์ Maxxis

ภาพจาก : maxxis.co.th

ยางนุ่มเงียบ Maxxis Waltz MS2

ยางรถยนต์ Maxxis Waltz MS2 เป็นยางตระกูลนุ่มเงียบ ใช้โครงสร้างยางที่ออกแบบใหม่ให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนทุกสถานการณ์ ร่องดอกยางมีความถี่มากเป็นพิเศษเพื่อลดเสียงรบกวน เนื้อยางเป็นแบบ Full-Silica เพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกและการควบคุมบนพื้นผิวเปียกและแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

  • ขนาดยางและราคา Maxxis Waltz MS2 (ต่อเส้น)
    • 205/55R16 91V ราคาประมาณ 2,350 บาท

    • 215/55R16 97W ราคาประมาณ 2,350 บาท

    • 215/60R16 95V ราคาประมาณ 2,350 บาท
       

    • 215/45/R17 91V ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 215/55R17 94V ราคาประมาณ 2,750 บาท

    • 225/50R17 98V ราคาประมาณ 2,980 บาท

ยางรถยนต์ Maxxis

ภาพจาก : maxxis.co.th

ยางสปอร์ต Maxxis Premitra HP5

ยางรถยนต์ Maxxis Premitra HP5 ถูกออกแบบลายดอกยางเป็นบล็อกต่อกันเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะและการขับขี่ด้วย Full-Silica โดยดอกยางส่วนกลางช่วยให้การควบคุมบนความเร็วสูงมีเสถียรภาพ ขณะที่ร่องยางละเอียดจะช่วยรีดน้ำออกจากหน้ายางได้อย่างรวดเร็ว ลดการลื่นไถลบนถนนเปียก

  • ขนาดยางและราคา Maxxis Premitra HP5 (ต่อเส้น)
    • 195/50R15 86V ราคาประมาณ 1,850 บาท

    • 195/55R15 85V ราคาประมาณ 2,050 บาท
       

    • 185/55R16 83V ราคาประมาณ 2,250 บาท

    • 195/50R16 88V ราคาประมาณ 2,350 บาท

    • 205/45ZR16 87W ราคาประมาณ 2,450 บาท 

    • 205/55ZR16 94W ราคาประมาณ 2,250 บาท

    • 205/60R16 96V ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 215/55ZR16 97W ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 215/60ZR16 99W ราคาประมาณ 2,300 บาท

    • 225/55ZR16 99W ราคาประมาณ 2,700 บาท
       

    • 205/45ZR17 88W ราคาประมาณ 2,425 บาท

    • 215/45ZR17 91W ราคาประมาณ 2,400 บาท

    • 215/50ZR17 91V ราคาประมาณ 2,400 บาท

    • 215/55ZR17 98W ราคาประมาณ 2,500 บาท

    • 225/50ZR17 98W ราคาประมาณ 2,650 บาท

    • 225/40ZR18 92W ราคาประมาณ 3,050 บาท

    • 225/45ZR18 95W ราคาประมาณ 3,175 บาท

    • 235/40ZR18 95W ราคาประมาณ 3,375 บาท

    • 235/45ZR18 98W ราคาประมาณ 3,300 บาท

ยางรถยนต์ Maxxis

ภาพจาก : maxxis.co.th

ความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์

วิธีเลือกซื้อยางรถยนต์

          แม้หน้าที่หลักของยางรถยนต์จะซับแรงสะเทือน รับน้ำหนัก และช่วยให้รถยึดเกาะถนน แต่ยางรถยนต์ที่จำหน่ายนั้นถูกแยกย่อยเอาไว้หลายแบบสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ เราควรต้องทราบว่าลักษณะการใช้งานหรือพฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไรเสียก่อน เพื่อจะได้เลือกยางรถยนต์ให้เหมาะสมถูกต้อง เช่น ใช้น้อย ระยะทางสั้น ๆ ขับไม่เร็ว อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยางรุ่นท็อป ราคาสูงสุดเสมอไป สามารถเลือกยางประหยัดน้ำมัน หรือยางแบรนด์ที่ราคาไม่แพงมาก เพราะใช้คุณสมบัติได้ไม่คุ้มค่า

          แต่ถ้าชอบใช้ความเร็วสูง เน้นการยึดเกาะ ยางแบบสปอร์ตจะมีความเหมาะสมมากกว่า หรือกรณีชอบความนุ่ม เงียบ นั่งสบาย ควรต้องเลือกยางกลุ่มนุ่มเงียบ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะแบ่งประเภทยางใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ควรเลือกยางรถยนต์ตามลักษณะรถ เช่น รถเก๋ง รถ Crossover SUV รถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะ หรือยางออฟโรดโดยเฉพาะ เป็นต้น

          นอกจากการเลือกประเภทยางให้เหมาะสมกับความต้องการแล้ว การซื้อยางรถควรพิจารณาถึงปีที่ผลิต ซึ่งจะระบุไว้ที่แก้มยาง และไม่ควรเลือกยางที่ผลิตนานเกินไป เพราะถึงยางจะไม่ถูกใช้งานแต่เนื้อยางจะเสื่อมสภาพตามเวลา หากได้ยางปีเก่ามาใช้จะทำให้อายุยางเสื่อมเร็วกว่ายางปีใหม่ ทำให้ต้องเปลี่ยนยางเร็วขึ้น หรือประสิทธิภาพต่ำลงเร็ว เมื่อเทียบกับยางปีใหม่กว่า เป็นต้น

ยางรถยนต์มีกี่แบบ

          หากจะแบ่งประเภทของยางรถยนต์ตามสไตล์การขับขี่หรือการใช้งาน จะแบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลัก ได้แก่ ยางนุ่มเงียบ, ยางประหยัดน้ำมัน, ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง, ยางออฟโรด, ยาง RunFlat และยางรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ 

  • ยางนุ่มเงียบ

          ยางรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องรองรับการกระแทกได้ดี ให้ความนุ่ม ลดเสียงรบกวน เนื้อยางออกแบบให้ลดการสั่นสะเทือน ร่องดอกยางละเอียด ตัวยางมีผิวสัมผัสที่กระจายแรงกดแบบสม่ำเสมอ

  • ยางประหยัดน้ำมัน

          ยางรถยนต์ที่มีส่วนผสมของ Silica Filter ให้คุณสมบัติในการทนความร้อนได้ดีกว่าเมื่อเกิดแรงเสียดทานในขณะขับ เนื้อยางไม่เหนียวเกาะถนนมากเกินไป ลดแรงต้านการหมุนของล้อ ทำให้เครื่องยนต์ไม่สูญเสียกำลังขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ประสิทธิภาพการเกาะถนนจะไม่สูงเท่ายางกลุ่มอื่นนัก

  • ยางสปอร์ต

          ยางรถยนต์ที่มีคุณสมบัติการยึดเกาะ ให้ความมั่นคงดีกว่ายางชนิดอื่น ๆ ให้การควบคุมและการตอบสนองกับพวงมาลัยที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการขับด้วยความเร็วและพื้นถนนที่เรียบ อาจจะรองรับแรงกระแทกได้ไม่มากเท่าไหร่เมื่อขับบนสภาพถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ

  • ยางออฟโรด

          ยางที่มีความสมบุกสมบัน มีความแข็งแกร่ง เหมาะกับการขับในทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นดินโคลน พื้นทราย ลุยน้ำ ฝนตก แดดออก ทางลาดชัน พื้นผิวขรุขระ มีแรงเกาะถนนเป็นเยี่ยม ตอบสนองกับพวงมาลัยได้ดี  

  • ยาง RunFlat

          อีกหนึ่งเทคโนโลยียางรถยนต์ที่แม้ตัวยางจะเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดปัญหา แต่รถจะยังสามารถขับได้อยู่ เช่น รั่วหรือซึม ส่วนมากใช้ในรถยุโรป และราคายางค่อนข้างสูง

  • ยางรถยนต์ไฟฟ้า

เป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่มักจะมีน้ำหนักมากกว่ารถปกติในขนาดที่เท่ากัน เนื่องจากต้องแบกแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องใช้ยางที่สามารถรองรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น โดยมีผลกระทบกับการดูดซับแรงสะเทือน เกาะถนนน้อยที่สุด รวมถึงการลดเสียงรบกวนขณะแล่น

ยางรถยนต์

วิธียืดอายุการใช้งานยางรถยนต์

          แม้ยางรถยนต์จะเป็นอุปกรณ์ของรถยนต์ที่มีอายุ หรือมีวันที่จะเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน แต่ผู้ขับรถยนต์ทุกคนสามารถที่จะยืดอายุการใช้งานยางรถยนต์ให้ยาวนานขึ้นได้ โดยขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเรา

  • เช็กลมยางและเติมลมยางให้พอดี

          เราควรหมั่นตรวจเช็กลมยางรถยนต์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ควรเติมลมยางให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการเติมลมยางที่อ่อนหรือแข็งจนเกินไปจะส่งผลให้การสึกของดอกยางไม่เท่ากัน รวมถึงสมรรถนะขณะขับขี่ที่อาจด้อยประสิทธิภาพลง

  • สลับยาง ถ่วงล้อ และตั้งศูนย์

          แม้ยางรถยนต์จะสัมผัสกับพื้นพร้อมกันทั้ง 4 ล้อ แต่การสึกของดอกยางจะไม่เท่ากัน โดยเฉพาะยางคู่หน้า ในรถยนต์ทั่วไปจะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ยางหน้าจะต้องรับแรงกระชากเมื่อรถออกตัว รวมถึงต้องแบกน้ำหนักของเครื่องยนต์ จึงจำเป็นต้องมีการสลับยาง เพื่อให้ดอกยางทั้ง 4 ล้อสึกเท่ากัน รวมถึงการตั้งศูนย์และถ่วงล้อ เพราะเมื่อใช้งานไปสักระยะการกระจายน้ำหนักและศูนย์ของล้ออาจมีองศาที่เอียง ส่งผลให้การขับขี่และควบคุมรถทำได้ไม่ดี

  • ลักษณะการขับรถ

          ยางรถยนต์ถึงแม้จะมีคุณสมบัติการรับน้ำหนัก รองรับการกระแทกได้ดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าผู้ขับขับรถด้วยความไม่ระมัดระวัง เช่น ขับลงหลุม ขับเบียดทางเท้า ไม่หลบสิ่งกีดขวาง หักเลี้ยว หรือเบรกอย่างรุนแรง ก็จะทำให้อายุของยางนั้นสั้นลงกว่าค่าเฉลี่ยได้ หรือหากร้ายแรงจนถึงขั้นชำรุดก็เสี่ยงต่อการเกิดอย่างระเบิด แตก ขณะขับได้เช่นกัน

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ ?

          ค่าเฉลี่ยในการเปลี่ยนยางรถยนต์ในแต่ละครั้งส่วนใหญ่ผู้ผลิตมักกำหนดไว้ที่ 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและลักษณะของการขับขี่ด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่นอกจากตัวเลขค่าเฉลี่ยแล้ว ผู้ขับก็สามารถสังเกตลักษณะของยางรถยนต์ตัวเองได้เช่นกันว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้วหรือไม่ โดยดูได้จาก

  • สะพานยาง

         ให้สังเกตส่วนที่เป็นเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างดอกยาง หรือสะพานยาง ถ้าดอกยางสึกจนอยู่ในระดับเดียวกับสะพานยาง หรือใช้มือสัมผัสแล้วรู้สึกว่าสะพานยางอยู่ตื้นมาก นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แล้ว

  • ดอกยาง

          โดยปกติดอกยางใหม่จะลึกประมาณ 8-9 มิลลิเมตร แต่ถ้าดอกยางเหลือไม่ถึง 3 มิลลิเมตร ควรรีบเปลี่ยนยางรถยนต์ทันที หากไม่มีอุปกรณ์วัดสามารถตรวจสอบได้โดยการสังเกต หรือใช้ไม้ขีดไฟจิ้มลงไป หากมองเห็นหัวไม้ขีดไฟ ถือว่าดอกยางบางและเหลือน้อย ถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่

  • ยางบวม

          ยางบวมมักจะเกิดขึ้นในส่วนของแก้มยาง ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการขับรถเสียดสีอย่างรุนแรง อาจเป็นการชนขอบทางเท้า ขับรถตกหลุม รวมถึงยางที่ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ หากฝืนใช้งานต่อไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดยางระเบิดหรือยางแตกกลางทางได้

  • เช็กความแข็งกระด้าง-รอยแตกลายงา

          ผิวยางรถยนต์ใหม่ ๆ จะมีความเงา เนื้อยางนิ่มระดับหนึ่ง แต่เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ ผิวยางจะเริ่มแข็งกระด้าง ไปจนถึงปรากฏรอยแตกลายงา ซึ่งจะส่งผลต่อความทนทานของแก้มยาง การเกาะถนนและเบรกเป็นอย่างมาก แม้จะยังไม่ถึงขั้นต้องเปลี่ยนในทันที แต่อายุของการใช้งานนั้นก็เหลือไม่มากเช่นกัน ควรหมั่นตรวจสอบเป็นประจำก่อนการขับขี่

  • ดูตัวเลขที่บริเวณแก้มยาง

          ยางรถยนต์บางทีเมื่อสังเกตจากสภาพภายนอกอาจดูใหม่ ไร้ริ้วรอย แต่จริง ๆ อาจผลิตออกมาหลายปีแล้ว แม้จะยังใช้งานได้ แต่เนื้อยางนั้นจะเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ วิธีการดูปีที่ผลิตของยางรถยนต์นั้นดูได้จากตัวเลขบริเวณแก้มยาง 

          รหัส 4 ตัวบนแก้มยาง โดยจะระบุเป็น WW/YY หมายถึงสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น 0722 หมายถึงยางที่ผลิตในสัปดาห์ที่ 7 ปี 2022 หรือผลิตในช่วงสัปดาห์ที่ 1-2 ของเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 นั่นเอง (1 ปีจะมี 52 สัปดาห์)

          อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงยางรถยนต์บางส่วนที่เราหยิบยกมาให้ดูกัน ส่วนยี่ห้อไหน รุ่นไหน จะมีขนาดใดบ้าง และราคาเท่าไร ควรสอบถามทางร้านหรือตัวแทนจำหน่ายก่อนทำการเปลี่ยนให้ละเอียดอีกครั้ง สำหรับใครที่งบน้อย การเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ หรือปีการผลิตใหม่ ๆ อาจมีราคาสูง การหันไปเลือกยางค้างปีหรือยางเปอร์เซ็นต์สามารถทำได้ แต่ประสิทธิภาพย่อมด้อยกว่า และต้องตรวจสอบปีที่ผลิต รวมถึงศึกษาวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุก่อน แต่ที่สำคัญไม่ว่ายางรถยนต์จะมีประสิทธิภาพสูงแค่ไหน ถ้าเราขับรถด้วยความประมาทก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : michelin.co.th, yokohamathailand.com, bridgestone.co.th, dunloptire.co.th และ maxxis.co.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี 2024 มีรุ่นไหนน่าสนใจ พร้อมราคาทุกขนาด อัปเดตล่าสุด 20 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11:30:00 16,135 อ่าน
TOP