x close

สวนกระแส ! Honda มีแนวโน้มจะเอาจอทัชสกรีนออกจากรถ เหตุเพราะคนขับคุมรถยาก

Honda ญี่ปุ่น เผย อาจจะยกเลิกการติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสหรือจอทัชสกรีนแบบที่รถยนต์ในปัจจุบันใช้กันอยู่ หลังผลสำรวจพบว่าใช้งานยาก ใช้ปุ่มแบบเดิมดีกว่า

จอทัชสกรีนหรือหน้าจอระบบสัมผัสกำลังเป็นที่นิยมในรุ่นยนต์รุ่นใหม่ ด้วยความสามารถในการควบคุมระบบทุกอย่างของรถยนต์ไว้ด้วยหน้าจอเดียว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือก็ได้ ใช้ดูแผนที่เพื่อความสะดวกในการเดินทางหรือดูภาพยนตร์ขณะที่รถติดก็ยังได้ แต่ Honda กลับมองว่าระบบการทำงานบางอย่างที่เคยใช้ง่าย ๆ อย่างเช่นการเปิด-ปิดแอร์กลับกลายเป็นเรื่องยากเมื่อควบคุมด้วยจอทัชสกรีน

คุณ Takeki Tanaka หัวหน้าทีมพัฒนา Honda Jazz กล่าวว่า คนขับรถต้องละสายตาจากการมองถนนมามองที่จอทัชสกรีนเพื่อกดให้ถูกจุด ในขณะที่การใช้สวิตช์หมุนแบบเดิมกลับใช้ได้ง่ายแบบไม่ต้องหันมามองด้วยซ้ำ และเราไม่ต้องการให้คนขับเสียสมาธิในการขับรถด้วย มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้รถมาเป็นจำนวนมากในเรื่องนี้ เราจึงเลือกที่จะกลับไปใช้งานด้วยปุ่มแบบเก่าดีกว่า

Honda

แผงคอนโซลใน Honda Fit จะเห็นว่าสวิตช์เปิด-ปิดแอร์จะแยกออกมาต่างหาก

หรือในรถยุโรปประเภท MPV แบบเดียวกันอย่าง Audi A3 ที่เอาปุ่มต่าง ๆ ออกไปแทบทั้งหมด แล้วควบคุมทุกอย่างด้วยจอทัชสกรีน ถ้าสังเกตดูจะพบว่ามีปุ่มเปิด-ปิดแอร์แยกออกมาต่างหากเช่นกันเดียวกัน โดยคุณ Melanie Limmer หัวหน้าฝ่ายอิเล็กทรอนิกส์ของ Audi กล่าวว่าการควบคุมทัชสกรีนของรถต้องให้ความรู้สึกเหมือนการใช้โทรศัพท์มือถือ และอยากให้การใช้งานระบบทุกอย่างเป็นมิตรกับผู้ขับรถมากที่สุด

Honda

Audi A3 มีแนวคิดคล้าย ๆ กันคือต้องการให้ผู้ขับใช้งานง่ายที่สุด

สิ่งที่ Honda กำลังสื่อสารคือ การขับขี่ที่ปลอดภัย การควบคุมที่ง่ายดาย และการใช้เทคโนโลยีล้ำยุคบางครั้งก็ไม่เข้ากับการใช้งานจริงเสมอไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายที่สุดซึ่งง่ายกว่าทัชสกรีนหรือสวิตช์แบบเดิมด้วยซ้ำ นั่นก็คือระบบการสั่งงานด้วยเสียงหรือ Voice-Controlled ที่แค่พูดก็สั่งการได้เลย ซึ่งเทคโนโลยีนี้ MG ทำแล้ว และมีภาษาไทยด้วย และ Honda จะใช้เทคโนโลยีนี้ด้วยหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

ภาพจาก : honda.co.jp

ข้อมูลจาก : autocar

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
สวนกระแส ! Honda มีแนวโน้มจะเอาจอทัชสกรีนออกจากรถ เหตุเพราะคนขับคุมรถยาก โพสต์เมื่อ 2 เมษายน 2563 เวลา 15:09:56 36,469 อ่าน
TOP