x close

ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง

รวมข้อมูลเรื่องการต่อภาษีรถยนต์ หลักการคำนวณเบื้องต้นว่า รถยนต์แต่ละประเภทต้องเสียภาษีเท่าไหร่ การเสียภาษีรถหรือต่อทะเบียนรถประจำปีต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และปัจจุบันนี้ เสียภาษีรถยนต์ได้ที่ไหน มีช่องทางไหนให้เลือกบ้าง

ในทุก ๆ ปี เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนย่อมมีหน้าที่ในการดำเนินการเสียภาษีรถประจำปี หรือที่เรียกว่า ต่อภาษีรถยนต์ หรือ ต่อทะเบียนรถ ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562 ซึ่งในหมวด 3 ข้อที่ 17 ระบุไว้ว่า "รถทุกคันที่จดทะเบียนแล้ว ต้องเสียภาษีรถประจำปี เว้นแต่รถที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีประจำปี"

แน่นอนว่าสิ่งที่เจ้าของรถจำเป็นต้องตรวจสอบทำความเข้าใจก็คือ เรื่องของค่าใช้จ่าย การต่อภาษีรถยนต์ รถของตัวเองจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ฉะนั้นลองมาดูรายละเอียดเรื่องการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีแต่ละส่วนกัน

ภาษีรถยนต์แต่ละประเภท

สำหรับรถยนต์แต่ละประเภทนั้นมีกำหนดอัตราค่าภาษี และวิธีจัดเก็บ คำนวณภาษีแตกต่างกันไป ดังนี้

จัดเก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.) ได้แก่

  1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน

จัดเก็บเป็นรายคัน ได้แก่

  1. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
  2. รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ 100 บาท
  3. รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท
  4. รถพ่วงประเภทอื่น ๆ คันละ 100 บาท
  5. รถบดถนน คันละ 200 บาท
  6. รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท

จัดเก็บตามน้ำหนัก ได้แก่

  1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  2. รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการ
  3. รถยนต์รับจ้าง
  4. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถลากจูง รถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการเกษตร

การจัดเก็บภาษีรถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า

  1. หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักของรถในอัตรารถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  2. กรณีเป็นรถประเภทอื่นให้จัดเก็บเป็นรายคันหรือจัดเก็บตามน้ำหนักในอัตราครึ่งหนึ่ง

ต่อภาษีรถยนต์ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ในส่วนของรถยนต์นั่งทั่วไป หรือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งนั้น จะจัดเก็บภาษีตามความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.) ดังนี้

  • ความจุกระบอกสูบ 600 ซี.ซี. แรก - ซี.ซี.ละ 0.50 บาท
  • ความจุกระบอกสูบ 601 - 1,800 ซี.ซี. - ซี.ซี. ละ 1.50 บาท
  • ความจุกระบอกสูบ เกินกว่า 1,800 ซี.ซี. - ซี.ซี. ละ 4.00 บาท

หมายเหตุ -  หากเป็นรถของนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อ จะต้องเสียภาษีในอัตราสองเท่า

ทั้งนี้หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อ ๆ ไป ดังนี้

  • ปีที่ 6 ร้อยละ 10
  • ปีที่ 7 ร้อยละ 20
  • ปีที่ 8 ร้อยละ 30
  • ปีที่ 9 ร้อยละ 40
  • ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไป ร้อยละ 50
ตัวอย่างการคำนวณภาษีรถกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบ 2,755 ซี.ซี.
  1. 600 ซี.ซี. แรก - ซี.ซี. ละ 0.50 บาท วิธีคิด 600 x 0.5 = 300 บาท
  2. 601 - 1,800 ซี.ซี. - ซี.ซี. ละ 1.50 บาท วิธีคิด (1,800 - 600) = 1200 x 1.50 = 1,800 บาท
  3. 1,801-2,755 ซี.ซี. - ซี.ซี. ละ วิธีคิด (2,755-1,800) = 955 x 4 = 3,820

นำตัวผลลัพธ์ของแต่ละช่วง ซี.ซี. มาบวกกัน - 300+1,800+3,820 = 5,920 บาท

กรณีที่รถมีอายุการใช้งานเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ เช่น

  • เมื่ออายุรถเข้าปีที่ 6 นำ 5,920-10% = 5,328 บาท
  • เมื่ออายุรถเข้าปีที่ 7 นำ 5,920-20% = 4,736 บาท
  • เมื่ออายุรถตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป 5,920-50% = 2,960 บาท

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง

  1. คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงหรือสำเนา
  2. หลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือที่เรียกว่า หาง พรบ.
  3. หากเป็นรถที่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพให้นำเข้าตรวจกับสถานตรวจสภาพรถเอกชนให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งได้แก่
    - รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
    - รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป
    - รถที่ติดตั้งแก๊สต้องมีหนังสือรับรองการตรวจสอบและทดสอบตามระยะเวลาที่กำหนด

ต่อภาษีรถยนต์ได้ที่ไหนบ้าง

ในปัจจุบันเจ้าของรถสามารถดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้

  • สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ (ไม่ว่ารถนั้นจะจดทะเบียนที่จังหวัดใดก็ตาม)
  • ที่ทำการไปรษณีย์
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ "ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)"
  • จุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax)
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

การต่อภาษีรถประจำปีปัจจุบันมีหลากหลายวิธีมากขึ้น และการ ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ก็น่าจะเป็นช่องทางที่สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้รถทุกประเภท โดยกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดให้บริการชำระภาษีรถประจำปี ผ่านเว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th ซึ่งรวมเอาการต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถให้ครบจบในทีเดียวด้วย คลิกเพื่อดูรายละเอียดได้ที่ วิธีต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์

ต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้กี่วัน

กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้สามารถต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ 90 วัน ก่อนครบอายุภาษี โดยเมื่อเตรียมเอกสารหลักฐานเรียบร้อยแล้วสามารถเลือกใช้บริการช่องทางต่าง ๆ ได้โดยมีเงื่อนไขคือ

  • หากเป็นรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี ไม่มีภาษีค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 1 ปี สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ ได้ทันที
  • ส่วนรถที่เข้าข่ายต้องตรวจสภาพก่อนชำระภาษี แนะนำให้ใช้บริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax), บริการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax) ที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์-อาทิตย์, ที่ทำการไปรษณีย์ หรือธนาคารที่ร่วมโครงการกับกรมการขนส่งทางบก หรือที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ

ต่อภาษีรถยนต์ช้า ค่าปรับเท่าไหร่

การชำระภาษีรถประจำปีล่าช้าจะมีค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน และหากขาดการติดต่อกันเกิน 3 ปี จะส่งผลให้ทะเบียนรถถูกระงับทำให้ไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียน อย่างเช่น การโอนเปลี่ยนชื่อ แจ้งเปลี่ยนสี แก้ไขรายการคู่มือรถได้

การต่อภาษีรถยนต์ช่วง COVID-19 ระบาด

หลังจากมีการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อ โควิด 19 กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศงดการให้บริการ ด้าน ใบอนุญาตขับรถ หรือ ใบขับขี่ ในส่วนที่ต้องเข้ารับการอบรมและทดสอบ ณ สำนักงานขนส่ง รวมถึงการให้บริการช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax) ที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ กรมการขนส่งทางบก ประกาศงดอบรมใบขับขี่-ทำ-ต่อใบขับขี่ใหม่ ป้องกันโควิด 19

ขอบคุณข้อมูลจาก dlt.go.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง โพสต์เมื่อ 10 พฤษภาคม 2562 เวลา 11:07:32 484,867 อ่าน
TOP