MINI Hatch และ MINI Convertible รุ่นปี 2018 เปิดตัวในไทย รอเคาะราคาอีกนิด

           MINI LCI 2018 เตรียมจำหน่ายในไทยปลายเดือนมิถุนายน มาทั้ง 3 ตัวถัง MINI Hatch 3 (F56), MINI Hatch 5 (F55), MINI Convertible (F57) พร้อมอีกรุ่นพิเศษ MINI JCW Hatch 3 ส่วนราคารู้พร้อมจำหน่าย 

          เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 มินิ ประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัว พร้อมแจ้งข่าวการมาของ MINI Hatch และ MINI Convertible รุ่นปี 2018 เตรียมพร้อมจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ จะมีการปรับปรุงโฉมทั้งหมด 4 รุ่นได้แก่
          มินิ แฮทช์ 3 ประตู (MINI Hatch 3)
          มินิ แฮทช์ 5 ประตู (MINI Hatch 5)
          มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู (MINI JCW Hatch 3)
          มินิ เปิดประทุน (MINI Convertible)
          ถือว่ารวดเร็วทันใจหลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกไปช่วงมกราคมที่ผ่านมา "MINI Hatch 2018 และ MINI Convertible 2018 ใหม่ ครั้งแรกกับไฟท้ายยูเนียนแจ็ก"
          ทาง BMW Group เรียกการปรับโฉม MINI ครั้งนี้ว่า LCI หรือ Life Cycle Impulse เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ หากมีคนเรียกว่า MINI LCI 2018

          MINI Hatch และ MINI Convertible รุ่นปี 2018 จะให้ความรู้สึกเป็นอังกฤษมากว่าเดิมด้วยไฟท้ายลายธงยูเนียนแจ็ค ปรับดีเทลของดีไซน์ภายนอก-ภายในรวมถึงเครื่องยนต์และชุดเกียร์ จุดเด่นที่เปลี่ยนมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

1.ไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวง

          โคมไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่น คูเปอร์ (Cooper) และคูเปอร์ ดี (Cooper D) ในโคมไฟโดยใช้ฐานโคมเป็นสีดำขับให้ไฟวงแหวนไม่ฟุ้ง สวยชัดและคม ในรุ่นคูเปอร์ เอส (Cooper S) ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำและไฟสูงด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วยไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว

2. เทคโนโลยี Adaptive LED Headlights ในรุ่น จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ (MINI JCW Hatch 3)

          ปรับความสว่างของไฟหน้าแบบอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง และปรับองศาไฟขณะเข้าโค้ง มาพร้อมกับเทคโนโลยี Matrix light​เปิด-ปิดระบบไฟส่องสว่างโดยอัตโนมัติเมื่อกล้องในรถยนต์ตรวจจับได้ว่ามีรถยนต์คันอื่นสวนมา

3. ไฟท้ายลายธงยูเนียนแจ็ค

          เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ โดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียนแจ็ค ในรุ่น คูเปอร์ เอส (Cooper S) และ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ (MINI JCW Hatch 3) ไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทะแยง เมื่อเปิดไฟภาพรวมของท้ายรถมีความสวยงามผสมผสานเส้นไฟเข้ากับรายละเอียดของลาย

4.โลโก้ MINI แบบใหม่ในสไตล์เรียบง่าย

          ดีไซน์ความเป็นมินิมอลในสไตล์มินิ แต่ให้ความสบายตามากขึ้นด้วยการออกแบบ 2 มิติ มีประดับใน 4 ตำแหน่ง​บริเวณฝากระโปรงหน้ารถ ฝากระโปรงท้ายรถ บนพวงมาลัย และบนกุญแจรีโมท

5. สีตัวถังใหม่ 3 สี

          สวยสะดุดตา รุ่นปรับโฉมใหม่ทั้ง 3 ประเภทตัวถัง มินิ แฮทช์ 3 ประตู, มินิ แฮทช์ 5 ประตู และ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล มาพร้อมตัวเลือกของสีตัวถังใหม่เพิ่มอีก 3 สี 

          สีเทา Emerald Grey Metallic 
          สีน้ำเงิน Starlight Blue Metallic
          สีส้ม Solaris Orange Metallic
          พิเศษเฉพาะ คูเปอร์ เอส สปอร์ตดุดันด้วย Piano Black Exterior สีดำเงาที่กรอบโคมไฟหน้า โคมไฟท้าย และกระจังหน้ารถ

6. ล้ออัลลอยลายใหม่ทั้งหมด 4 แบบที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น

           ลาย Victory Spoke Black ขนาด 16 นิ้ว 
           ลาย Roulette Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว 
           ลาย Rail Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว
           ลาย MINI Yours Vanity Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อมฝาครอบล้อใหม่ลาย MINI Yours

7. ปรับปรุงการตกแต่งภายใน เพิ่มทางเลือกให้กับ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล ภายในรถ มีการเพิ่มตัวเลือกของสีเบาะที่นั่งและห้องโดยสารทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

          Leather Chester, Leather Malt Brown
          Leather Cross Punch Carbon Black
          Leather Lounge Satellite Grey ตอบโจทย์ความชื่นชอบที่ไม่เหมือนใคร

8. เครื่องยนต์ใหม่

          มินิ เครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นจะมีการเพิ่มแรงดันสูงสุดในการฉีดน้ำมันจาก 200 เป็น 350 บาร์ ควบคู่ไปกับใบพัดเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ทำจากวัสดุที่ทนทานต่อความร้อนสูง รวมถึงมีการปรับแรงดันหัวฉีดน้ำมันทำให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ขณะที่ฝาครอบเครื่องยนต์นำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) มาใช้เป็นครั้งแรก จึงทำให้มีน้ำหนักเบาลง เสริมสมรรถนะให้รวดเร็วฉับไวขึ้น

          ขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo มีให้เลือก เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ในรุ่น  คูเปอร์ (Cooper) และคูเปอร์ ดี (Cooper D)

          เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร ให้พละกำลังได้สูงสุดถึง 192 แรงม้า ควบคู่กับแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ในรุ่น คูเปอร์ เอส (Cooper S)

9. เกียร์อัตโนมัติแบบใหม่

          พัฒนาเพิ่มเติมด้วยคันเกียร์ใหม่ในระบบไฟฟ้า โดยในรุ่น คูเปอร์และคูเปอร์ เอส จะมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) เร่งดีขึ้นและประหยัด​เชื้อเพลิงมากกว่าเดิม

          เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบสปอร์ต ในรุ่น จอห์นคูเปอร์เวิร์คส์ แฮทช์ (MINI JCW Hatch 3)

          มินิ แฮทช์ 3 ประตู (MINI Hatch 3) ตัวถัง F56 ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า (เครื่องเบนซิน) โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.8 วินาที / ไม่ได้แจ้งข้อมูลเครื่องดีเซล

          มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู (MINI Hatch 5) ตัวถัง F55 สามารถให้กำลังได้สูงสุด 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.7 วินาที 

          มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล (MINI Convertible) ตัวถัง F57 ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าโดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที

10. พวงมาลัยและหน้าจอแบบใหม่

          แบบมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกันไปในมินิแต่ละรุ่น ด้านซ้ายจะมีปุ่มควบคุม Speed Limit ด้านขวาจะเกี่ยวข้องกับระบบความบันเทิงและเครื่องเสียง หน้าจอดิจิทัลพร้อมระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว หรือ 8.8 รองรับการเื่อมต่อ Bluetooth และเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

11. ลูกเล่นฉายไฟโลโก้ลงพื้น

          ชุดอุปกรณ์เสริม MINI Excitement มาพร้อมกับระบบ MINI Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ

12. แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

          ในรุ่นจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ มินิ ยังนำเทคโนโลยีล่าสุดอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) มาติดตั้งไว้ยังบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย มีทางเลือกเสริมให้ติดตั้งพอร์ต USB เพิ่มเติมที่คอนโซลหน้ารถได้อีกด้วย

          ภายในงาน มินิ ประเทศไทย แจ้งพร้อมวางจำหน่าย MINI Hatch และ MINI Convertible รุ่นปี 2018 ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเผยรายละเอียดตามแต่ละรุ่นย่อย รวมถึงราคารทั้งหมดอีกครั้ง

สนใจให้รีวิว รถใหม่ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ Test Drive วิดีโอโปรโมต และ Content & Social Marketing

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
MINI Hatch และ MINI Convertible รุ่นปี 2018 เปิดตัวในไทย รอเคาะราคาอีกนิด โพสต์เมื่อ 18 มิถุนายน 2561 เวลา 16:46:17 6,525 อ่าน
TOP