x close

เช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกล ขั้นตอนเบื้องต้นในการเช็กรถด้วยตัวเอง

          เช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกล วิธีเช็กรถด้วยตัวเอง ขั้นตอนง่าย ๆ ในการตรวจสอบสภาพรถยนต์เบื้องต้น การตรวจเช็กรอยรั่วซึม เช็กลมยาง สภาพยางรถยนต์ และตรวจสอบของเหลวต่าง ๆ ว่าพร้อมสำหรับการขับรถทางไกลหรือไม่​

          สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน การตรวจเช็กรถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องใช้รถเดินทางไกล ขับรถทางไกลอย่างการท่องเที่ยวออกทริปในช่วงหยุดยาว ขับรถเที่ยวปีใหม่ หรือขับรถเที่ยวช่วงสงกรานต์ ซึ่งหากเกิดเหตุไม่คาดฝันมีปัญหาเพียงเพราะไม่ได้เตรียมรถให้ดีคงหมดสนุกไปเลยทีเดียว

          ฉะนั้นลองมาดูกันว่าขั้นตอนเช็กรถด้วยตัวเอง วิธีตรวจเช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกลเบื้องต้นต้องดูอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าหากมีสิ่งผิดปกติจะได้ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมได้ทันท่วงที

1.​ ตรวจเช็กรอยรั่วซึมใต้ท้องรถตามจุดต่าง ​ๆ


วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          หนึ่งในสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบอยู่เสมอก็คือ การดูบริเวณใต้ท้องรถว่ามีของเหลวไหลซึมออกมาแบบผิดปกติหรือไม่ ซึ่งต้องทราบก่อนว่าโดยทั่วไปแล้วอาจจะมีน้ำหยดที่ใต้รถโดยเฉพาะหลังจากจอดรถจะเห็นได้ชัดขึ้น โดยนั่นอาจจะเป็นน้ำที่ปล่อยจากระบบปรับอากาศหรือน้ำแอร์ตามปกติ

          แต่หากพบเห็นลักษณะการหยด หรือการรั่วซึม แบบอื่น เช่นน้ำหยดอยู่ตลอดเวลา หรือของเหลวที่ออกมานั้นมีสี มีกลิ่น ไม่ใช่น้ำใส ๆ อาจจะเป็นกรณีของน้ำยาแอร์รั่วซึม หรืออาจเป็นการรั่วของน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่อง ซึ่งแบบนี้ก็ต้องรีบนำรถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที

2.​ ตรวจเช็กลมยางและเช็กสภาพดอกยาง

เช็กรถด้วยตัวเอง

          ยางรถยนต์ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยเลยเช่นกัน ดังนั้นก่อนเดินทางไกลควรตรวจสอบให้เรียบร้อย โดยเริ่มที่
เช็กความดันลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จากนั้นดูเรื่องของ ดอกยาง รอยฉีกขาดที่อาจเกิดขึ้นบนหน้ายาง รวมถึงดูด้วยว่ามียางเส้นไหนถูกตะปูหรือวัตถุอื่น ๆ แทงคาอยู่หรือไม่

          สำหรับในส่วนของ ลมยาง นั้น การเติมลมด้วยระดับแรงดันที่เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละรุ่นสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือประจำรถ หรือสังเกตขอบประตูด้านในฝั่งคนขับจะมีตัวเลขความดันลมยางที่เหมาะสมระบุเอาไว้ และในการขับรถทางไกลก็สามารถเพิ่มแรงดันขึ้นจากระดับปกติอีกก็จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นด้วย

3.​ ตรวจเช็กระบบไฟรอบคันและมาตรวัดต่าง ๆ

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          ระบบไฟส่องสว่างก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการขับรถ เพราะไม่เพียงแต่การให้ความสว่างในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่ไฟรถยังใช้ในการให้สัญญาณในระหว่างที่อยู่บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหน้ารถสูง-ต่ำ ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน สัญญาณไฟที่ส่องสว่างได้ดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

          ส่วนการตรวจสอบมาตรวัดต่าง ๆ ก็เช่นกัน ควรสังเกตดูว่าเมื่อเรากดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์หรือบิดกุญแจแล้ว มีสัญญาณแจ้งเตือนที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมาหรือไม่

4.​ ตรวจเช็กระบบเบรก

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          ระบบเบรกคือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดในการขับรถ ลองสตาร์ตรถและเข้าเกียร์ D จากนั้นลองเหยียบแป้นเบรกดูว่ารถเบรกอยู่หรือไม่ ระยะห่างระหว่างขากับแป้นเบรกอยู่ในระยะพอเหมาะหรือไม่ ตัวแป้นเบรกมีระยะฟรีและการคืนตัวเป็นอย่างไร หากพบสิ่งผิดปกติ รีบนำรถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที

5.​ ตรวจเช็กแบตเตอรี่

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          สำหรับรถยนต์ที่เปลี่ยน แบตเตอรี่ มาเป็นเวลามากกว่า 1 ปี โอกาสที่จะมีปัญหาแบตฯ เสื่อมสภาพก็อาจจะเกิดขึ้นได้มากขึ้น ฉะนั้นเบื้องต้นต้องคอยสังเกตลักษณะของรถเวลาสตาร์ตเครื่องยนต์ หากเริ่มรู้สึกว่ามีอาการสะดุด เครื่องติดยากก็อาจจะต้องรีบปรึกษาช่างหรืออู่ใกล้บ้าน เพื่อตรวจสอบหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปมีปัญหากลางทาง

          ส่วนรถคันไหนที่ใช้แบตเตอรี่ที่เรียกว่าแบตฯ เปียก ก็ควรเติมน้ำกลั่นแบตเตอรรี่ให้อยู่ในระดับที่กำหนดก่อนออกเดินทาง

6.​ ตรวจเช็กสายพานในห้องเครื่องยนต์

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          ขั้นตอนนี้เป็นการเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจเช็ก สายพานซึ่งเราเรียกว่าสายพานหน้าเครื่อง โดยสายพานที่อยู่ในสภาพดีต้องไม่มีรอยแตกหรือเปื้อนน้ำมันหล่อลื่น และให้ลองใช้มือกดลงตรงกลางของสายพาน หากกดแล้วสายพานหย่อนเกิน 10 มิลลิเมตรก็แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนสายพานแล้ว นอกจากนี้ยังควรจะทดลองสตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วฟังเสียงดูด้วยว่าเมื่อเดินเครื่องแล้วมีเสียงแปลก ๆ ออกมาจากสายพานหรือไม่

7.​ ตรวจเช็กที่ปัดน้ำฝนและเติมน้ำยาล้างกระจก


วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          เรื่องของลมฟ้าอากาศเป็นสิ่งที่บางครั้งก็คาดการณ์ไม่ได้ และหากเจอฝนตกหนักหรือกระจกหน้ารถเลอะฝุ่นโคลน ที่ปัดน้ำฝันที่อยู่ในสภาพดีก็จะช่วยให้เรามองเห็นเส้นทางขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบยางปัดน้ำฝนหากพบว่าเริ่มเสื่อมสภาพปัดกระจกแล้วไม่สะอาด กวาดคราบน้ำได้ไม่เกลี้ยงสนิทหรือเริ่มมีเสียงดังก็ควรซื้อหามาเปลี่ยนให้เรียบร้อย รวมถึงเติมน้ำฉีดกระจกให้เต็มตามระดับก่อนออกเดินทาง

8.​ ตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องและของเหลวอื่น ๆ


วิธีการตรวจเช็ครถยนต์

          มาถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนสามารถลองเช็กด้วยตัวเองได้ นั่นก็คือระดับน้ำมันเครื่อง ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ หรือมีลักษณะความข้น สีเปลี่ยนไปมากน้อยอย่างไร ซึ่งนั่นรวมถึงของเหลวในระบบอื่น ๆ อย่างน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำมันเกียร์เฟืองท้าย น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ หากพบว่าพร่องหรือมีลักษณะเปลี่ยนไปก็ควรดำเนินการเปลี่ยนให้เรียบร้อย

          แน่นอนว่าในการเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวหรือคนที่คุณรักนั้น คงไม่มีใครอยากที่ต้องมาเผชิญกับปัญหาไม่คาดฝันให้หงุดหงิดใจ ฉะนั้นการตรวจสอบรถยนต์ และแก้ไขซะก่อนถึงวันเดินทางน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เช็กรถยนต์ก่อนเดินทางไกล ขั้นตอนเบื้องต้นในการเช็กรถด้วยตัวเอง อัปเดตล่าสุด 5 เมษายน 2564 เวลา 09:51:18 10,307 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP