MG IM6 2025 รถ SUV ไฟฟ้าทรงคูเป้ขนาดกลาง 5 ที่นั่ง มี 3 รุ่นย่อย คือ Premium, Performance และรุ่นย่อยใหม่ Long Range วิ่งไกล 750 กิโลเมตร (NEDC) ราคาเริ่ม 1,299,900 บาท MG IM6 2025 (เอ็มจี ไอเอ็ม 6 2025) รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์แบบ SUV ขนาดกลางทรงคูเป้ 5 ที่นั่ง ที่เป็นการรวมความสปอร์ต หรูหรา และประโยชน์ใช้สอยเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายสำหรับการเดินทาง โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย เริ่มจากรุ่นเริ่มต้น Premium, รุ่น Long Range ซึ่งเป็นรุ่นย่อยใหม่ระยะทางวิ่งสูงสุด และ Performance ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ด้วยพละกำลังรวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนสีตัวถังมีทั้งหมด 5 สี MG IM6 มาในสไตล์ตัวถังคูเป้หลังคาลาดดีไซน์โค้งมน ประตูไร้กรอบกระจก แบบรถสปอร์ต ทุกรุ่นมาพร้อมไฟส่องสว่าง LED รอบคัน เปิด-ปิดอัตโนมัติ มีหลังคากระจกขนาดใหญ่ ฝาท้ายไฟฟ้า ยกเว้นล้ออัลลอยรุ่น Premium และ Long Range ใช้ขนาด 20 นิ้ว และ 21 นิ้ว ในรุ่น Performance สำหรับมิติตัวถังมีความยาว 4,904 มม. กว้าง 1,988 มม. สูง 1,669 มม. ความยาวฐานล้อ 2,950 มม. และความระยะห่างใต้ท้องรถ 161 มม. ภายในของ MG IM6 ให้บรรยากาศสงบง่าย สบายตา ด้วยความโค้งมน และโทนสีเทา-ดำ ใช้วัสดุบุนุ่มรอบห้องโดยสาร คอนโซลหน้าติดตั้งจอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสขนาด 26.3 นิ้ว วางเป็นแนวยาวส่วนคอนโซลกลางจะมีจอควบคุมอุปกรณ์แบบสัมผัสขนาด 10..5 นิ้ว วางในแนวตั้ง คู่กับที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย 50 วัตต์ ลำโพง 20 จุด เบาะนั่งหุ้มหนังสลับวัสดุสังเคราะห์ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ผู้โดยสารตอนหน้า 6 ทิศทาง มีระบบระบายความร้อน และระบบนวดในตัว เบาะหลังแยกพับ 60:40 แอร์เป็นแบบอัตโนมัติแยกปรับซ้าย-ขวา เป็นต้น MG IM6 ทั้ง 3 รุ่นย่อย จะมีรายละเอียดต่างกัน ดังนี้ รุ่น Premium ติดตั้งมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 295 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 75 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กิโลเมตร (NEDC) รุ่น Long Range (ใหม่) ติดตั้งมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 407 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 750 กิโลเมตร (NEDC) รุ่น Performance ติดตั้งมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 778 แรงม้า แรงบิด 802 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 634 กิโลเมตร (NEDC) ทางด้านระบบความปลอดภัย ทั้งสองรุ่นให้ถุงลมนิรภัย 6 จุด เบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัวและการลื่นไถล รวมถึงระบบช่วยขับขี่ เช่น เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ช่วยเบรกฉุกเฉิน ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน เตือนเมื่อออกนอกเลน เตือนมุมอับสายตา ช่วยจอดอัตโนมัติ ตลอดจนระบบรักษาความเร็วแปรผัน กล้องมองภาพ 360 องศา มีระบบเลี้ยว 4 ล้อ และในรุ่น Performance จะเพิ่มระบบกันสะเทือนสปริงลมหน้า-หลัง สีน้ำเงิน Nevis Blue สีชมพู Ferdinand Pink สีเบจ Raphael Beige สีเทา Rembrandt Grey สีดำ Ares Black รุ่น Premium ราคา 1,299,900 บาท รุ่น Long Range ราคา 1,499,900 บาท รุ่น Performance ราคา 1,699,900 บาท สำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางแบบ 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนในช่วงราคาล้านกลาง ๆ ถึง 2 ล้านบาท บาท ปัจจุบันมีอยู่หลายรุ่น เช่น Deepal S07 L ขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางวิ่ง 560 กิโลเมตร (NEDC) ราคา 1,499,000 บาท และ Xpeng G6 รุ่น Long Range ขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางวิ่ง 625 กิโลเมตร (NEDC) ราคา 1,599,000 บาท 6 รถ PHEV ปี 2025 ราคาถูกสุดในไทย ประหยัด วิ่งไกล อยู่ในงบ 1 ล้าน เทียบสเปก Aion UT vs BYD Dolphin รุ่นท็อป คันไหนคุ้ม ? ขอบคุณข้อมูลจาก : mgcars.com
แสดงความคิดเห็น