ทดสอบรถ BYD ขับจริงในสนามเจิ้งโจว ประเทศจีน รีวิวประสบการณ์ขับซูเปอร์คาร์ EV และ SUV หลายรุ่น เทคโนโลยีจริงเป็นอย่างไร
"เจิ้งโจว" นอกจากเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำคัญของจีนแล้ว ยังเป็นฐานการผลิตรถ EV ที่ใหญ่สุดของ BYD โดยมีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ รวมถึงการทดสอบรถพลังงานไฟฟ้า และที่ซึ่ง Kapookได้มีโอกาสทดสอบรถ BYD อีกครั้งบนสนาม BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit เพื่อสัมผัสเทคโนโลยี สมรรถนะ ตั้งแต่ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า, รถ SUV สายลุย, รถครอบครัว ไปจนถึงรถที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยประสบการณ์ขับขี่จริง จึงอยากจะนำมาเล่าให้ฟังว่า เราค้นพบอะไรการทดสอบรถ BYD ครั้งนี้ ทิศทางรถพลังงานไฟฟ้า BYD เป็นอย่างไร มีรถรุ่นไหนน่าจับตา และมีโอกาสเข้ามาทำตลาดในไทยหรือไม่ไปพร้อม ๆ กัน
ทดสอบรถ BYD ที่เจิ้งโจว เปิดประสบการณ์ขับจริงในสนามระดับโลก
สองปีก่อน เราเคยได้ทดสอบรถ BYD ทั้ง Dolphin, Seal และ Atto 3 ที่กระแสกำลังมาแรงด้วยการจัดทริปเดินทางจริง ต่อด้วยการขับขี่ในสนามแข่งพีระเซอร์กิตกับรถ Denza D9, BYD Sealion 7 และ BYD Seagull ที่ยังไม่เปิดตัวในขณะนั้น ซึ่งตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า BYD คือ Game Changer ที่เขย่าวงการยานยนต์ไทย ทำให้เกิดการแข่งขัน เกิดทางเลือก และประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค จนเจ้าตลาดเดิมต้องปรับตัว
ล่าสุดเราได้รับเกียรติจาก BYD Rever อีกครั้ง กับการพาไปสัมผัสโรงงาน BYD Zhengzhou Factory ในเจิ้งโจวที่เราได้นำเสนอไปแล้ว รวมถึงประสบการณ์ขับขี่จริงในสนามทดสอบ BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit ซึ่งเรามีโอกาสได้ทดลองขับรถ BYD ที่น่าสนใจหลายรุ่นและอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง ประทับใจจุดไหน อาจจะยังจุดไหน ในมุมมองของเราว่า BYD วันนี้ไปไกลเพียงใดด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ต้องหันมามองรถ EV จาก BYD มากขึ้น
BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit คืออะไร ทำไมถึงเป็นหัวใจของการทดสอบรถ
BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit หรือ BYD Zhengzhou International Circuit คือ สนามทดสอบสมรรถนะรถยนต์ของ BYD ในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สนามแห่งนี้ใช้เงินลงทุนมหาศาลกว่า 5,000 ล้านหยวน หรือราว 25,000 ล้านบาท เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งโซนที่เราได้ทำการทดสอบและเยี่ยมชมมี 6 จุด ดังนี้
-
Track สนามทดสอบสมรรถนะทางเรียบ
-
Low Friction Circle ทดสอบระบบควบคุมการทรงตัว
-
Kick Plate ทดสอบระบบควบคุมการทรงตัว
-
Off-Road ทดสอบสมรรถนะทางออฟโรด
-
Water crossing ทดสอบการลอยน้ำ
-
Sand Incline เนินทรายจำลองความชันมากที่สุดในโลก ทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ทดลองขับ BYD Yangwang U9 ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 1,300 แรงม้า ฟีลลิ่งในสนามจริง
หลังจากประตู Scissor Door ปิดสนิท เราค่อย ๆ พา BYD Yangwang U9 เคลื่อนตัวออกจาก Dynamic Paddock อย่างระมัดระวัง เป็นครั้งแรกที่เราได้ขับซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าและค่อนข้างประหม่า ปัญหาไม่ใช่เพราะกำลังกว่า 1,300 แรงม้า แต่มันคือความเงียบที่เราไม่ชินนัก !
BYD Yangwang U9 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนำยานอวกาศออกจากหลุมจอดแล่นไปตาม Taxiway ทันทีที่พ้นโค้งแรกของ Track ทางตรงทอดยาวที่ปรากฏตรงหน้าคือสัญญาณบอกเราว่า ได้เวลา Take off สมองสั่งการให้ Kick down สุดตัวทันที
แต่ในความเป็นจริงเราไม่ได้ทำแบบนั้น คงไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อัตราเร่งของรถระดับ 1,300 แรงม้า เราค่อย ๆ เหยียบคันเร่งอย่างเจียมตัว แต่ถึงอย่างนั้น เราไม่สามารถบอกได้ว่าใช้ความเร็วเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตั้งแต่เมื่อไหร่ แค่พริบตา BYD Yangwang U9 สีม่วง Argyle Purple ก็มาเกือบถึงปลายสุดของทางตรงก่อนเข้าโค้งหักศอก และใช่…ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากไวแล้วมันยังเงียบเชียบมาก
เราลดความเร็ว ก่อนพุ่งเข้าสู่จุด Apex ในโค้ง เข้าใจว่าตอนนี้ระบบช่วยควบคุมตัวถังอัตโนมัติ Cloud Chassis-X คงกำลังทำหน้าที่ของมันในเสี้ยววินาที รถไม่แสดงอาการโคลงให้หวั่นไหวแม้แต่น้อย ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้าให้ความมั่นใจ ควบคุมง่าย แค่เรารู้สึกขาดความคมและเป็นธรรมชาติอย่างที่ซูเปอร์คาร์ควรจะเป็น ?
ต่อจากนั้น เราไม่ได้ใช้ความเร็วมากนักสำหรับโค้งหักศอก (Hairpin) ต่อด้วยโค้งสลับซ้าย-ขวา (Chicane) จนวนกลับมาถึง Paddock ด้วยยังไม่คุ้นชินกับรถ แต่ยืนยันได้ว่า BYD Yangwang U9 เป็นซูเปอร์คาร์ประเภทขับง่าย ขับสบาย ตราบเท่าที่ไม่ขยี้คันเร่งอย่างบ้าคลั่ง มันเต็มไปด้วยระบบช่วยเหลือ ช่วยแม้กระทั่งตั้งปีกเบาะให้กระชับลำตัวรับแรง G ขณะเข้าโค้งให้เลย
BYD Yangwang U9 เป็นรถสปอร์ตทรง Exotic ที่น่าทึ่ง ดึงดูดสะดุดตา และเชื่อว่ามันถูกแบบมาให้มีความ Friendly มันเงียบ เร็ว แรง เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่มากมาย แค่ต้องแลกกับความเป็นธรรมชาติ ตลอดจนการรับรู้ระหว่าง "รถ" กับ "ผู้ขับขี่" ในแบบเดิม ๆ ที่เรียกว่า "Sense" ขาดหายไปบ้าง
ประเด็นนี้ชวนให้เรานึกถึงนิยาม Silent Sport Car ของ Bentley ยุคที่ Rolls-Royce เข้าครอบครอง (Derby Bentley) ซึ่ง Rolls-Royce ถนัดทำเครื่องยนต์ที่เดินเรียบ เงียบนิ่ง และมันควรจะดี แต่สิ่งนี้กลับทำลายจิตวิญญาณการเป็นรถแข่งโดยสายเลือดของ WO Bentley ผู้ให้กำเนิด Bentley ขนาดตัว WO Bentley ยังรับไม่ได้ จนต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปทำรถ Lagonda
ทีนี้เหล่าเศรษฐีกล้าตายอย่าง Bentley Boy ติ่งตัวยงของ Bentley ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วย Passion ในการขับรถแข่ง (ยุคนั้นเศรษฐีไม่ขับรถเอง ต้องมีพลขับ การขับรถ นักแข่งรถ เป็นงานของชนชั้นรอง) มองว่า Silent Sport Car คือ "ความน่าเบื่อ" และ "จืดชืด" มันไม่ใช่ Bentley แบบดั้งเดิมอีกต่อไป
ดังนั้น หากถามว่า BYD Yangwang U9 น่าประทับใจหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักขับประเภท "รักสนุก" หรือ "รักสบาย" แต่สำหรับเราแล้วคงต้องเป็นนักขับที่รวยให้ได้ก่อน เพราะถึงแม้ราคาจะต่ำกว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไป แต่มันก็ยังเป็นรถถนนของผู้คนมีอันจะกินอยู่ดี การได้สัมผัสนับว่าเป็นเรื่องน่าประทับใจเสมอ
รีวิว Denza B5 รถ SUV สายลุย ก่อนเข้าไทย น่าใช้แค่ไหนจากการขับจริง
ตอนนี้เราเปลี่ยนมานั่งอยู่บน Denza B5 รถ SUV ที่รู้สึกว่าน่าจะถูกจริตคนไทยในช่วงเทรนด์ Boxy มาแรง จุดนี้คือสนามทดสอบความสามารถเชิงออฟโรด ลักษณะเหมือนสวนสนุกที่จำลองอุปสรรคหลากหลายรูปแบบตามเส้นทางคดเคี้ยว ทั้งเนินลักษณะต่าง ๆ ให้ขับปีนตะแคงข้าง ผ่านพื้นผิวมีแง่งหิน ไต่ขึ้น-ลงเนินที่มีความชัน ผ่านบ่อน้ำ ความน่าตื่นเต้นทั้งหมดนี้รวมอยู่ในที่เดียว
Denza B5 มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ยาวหัวจรดท้าย 4.88 เมตร กว้าง 1.97 เมตร ใช้โครงสร้างตัวถัง Body on frame เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะเรียกว่าเป็น BYD Shark ในแพ็กเกจของ SUV ก็คงได้ ภายในกว้างขวาง โปร่งโล่งมากทีเดียว เบาะหลังให้การรองรับดี นั่งสบาย หากขายไทยจะเจอรถกลุ่ม PPV เป็นคู่แข่งรออยู่
กลับมาที่การขับขี่ เห็นได้ชัดว่า Denza B5 ถูกเซตมาให้ขับง่าย นั่งสบาย บนสนามทดสอบออฟโรด ระบบกันสะเทือนให้ความรู้สึกนุ่มนวลชวนฝันและเปลี่ยนเป็นขย่มโยนเมื่อเจอ Bump ต่อเนื่อง น้ำหนักพวงมาลัยเบามือ สิ่งที่เราทำแค่ประคองรถไปตามจุดทดสอบต่าง ๆ เอียงบ้าง ชันบ้าง แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย รถคุณเขาทำให้หมด !
เนื่องจาก Denza B5 มีโหมดการขับขี่หลายแบบให้เลือก เราแค่กดโหมดตามที่ Instructor แนะนำบนหน้าจอมัลติฟังก์ชัน ระบบจะปรับการขับเคลื่อนให้เหมาะสม พาตัวรถเคลื่อนผ่านอุปสรรคจำลองไปอย่างช้า ๆ พร้อมภาพประกอบบนจอ ซึ่งมีฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถให้ด้วย
Denza B5 เป็น PHEV ขณะทดสอบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ห้องโดยสารเงียบกริบ ไม่มีเสียงผิดปกติจากงานประกอบเล็ดลอดออกมา แม้จังหวะที่รถต้องปีนป่าย สำหรับเราจัดว่า Denza B5 เป็นรถน่าใช้รุ่นหนึ่งและอยากให้จำหน่ายในไทยมากจริง ๆ
ทดลองขับ BYD Song Pro DM-i รถครอบครัว PHEV สำหรับชีวิตเมือง
สถานีนี้ไม่ใช่การทดสอบความเร็วสูง แต่เป็นการทดสอบสมรรถนะและทักษะการควบคุมรถในพื้นที่จำกัด รถที่ BYD จัดให้สำหรับจุดนี้คือ BYD Song Pro DM-i จังหวะนี้เราได้ถาม BYD ว่ารุ่นนี้จะเข้าไทยหรือไม่ คำตอบได้มาแบบกว้าง ๆ ถ้ารุ่นไหนกระแสดีก็มีความเป็นไปได้...เป็นอันว่าสิ้นสุดการสนทนา
เมื่อลองขับจริงแล้ว BYD Song Pro DM-i เหมาะที่จะเป็น Urban SUV ขับในเมืองหรือเดินทางไกลสบาย ๆ ขนาดใหญ่กว่า BYD Atto 3 ดีไซน์ไม่หวือหวา ให้ความคล่องแคล่วพอประมาณ แชสซีส์กับพวงมาลัยไม่ได้ให้ความรู้สึกกระชับ ตรงไปตรงมาแบบสั่งได้นักสำหรับการสลาลมและยิมคาน่า
แน่นอน หากพยายามยัด BYD Song Pro DM-i ให้มุดไปตามแนวไพลอนด้วยความเร็วเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่มือต้องหมุนพวงมาลัยไปมาเป็นระวิง ต้องต่อสู้กับอาการโคลง หน้ารถทิ่มโค้ง คุณจะไม่ได้ผ่านมันไปอย่างมีความสุขหรือสนุกสนานนัก ต้องใช้ทักษะในการควบคุมและรักษาอาการพอสมควร
หากแค่ใช้งานในเมืองที่การจราจรหนาแน่น เราค่อนข้างมั่นใจว่า BYD Song Pro DM-i จะเป็นรถ SUV เทคโนโลยี PHEV ที่ขับสบาย คล่องตัว เบาแรง สาว ๆ ยังขับพาลูกไปโรงเรียนได้สะดวก จอดง่าย หรือเดินทางไกลยาวไปเรื่อย ๆ ให้ความนุ่มนวล เหมาะกับครอบครัวที่มองว่า BYD Atto 3 เล็กเกินไป ต้องการพื้นที่โดยสารมากขึ้น และไม่ต้องคอยกังวลเรื่องระยะทางวิ่ง
ระบบช่วยขับและเทคโนโลยี BYD ที่ได้ลองใช้จริงในสนามทดสอบ
นอกจาก BYD Yangwang U9, Denza B5 และ BYD Song Pro DM-i ที่เราได้ทดลองขับแล้ว ยังมี BYD Destroyer 05 DM-i อีกหนึ่งรุ่น ในสถานีทดสอบที่เรียกว่า Kick Plate โดย Instructor จะให้ใช้ความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง วิ่งเข้าลานพื้นผิวแรงเสียดทานต่ำที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ เมื่อล้อหลังแตะ Kick Plate มันจะดันให้ท้ายรถเหวี่ยงออกไปด้านใดด้านหนึ่ง อารมณ์เหมือนเปิดกล่องจุ่ม ไม่สามารถเดาทิศทางได้ การทดสอบนี้ให้ขับ 2 รอบ เปรียบเทียบให้เห็นว่าการขับที่ "มี" และ "ไม่มี" ระบบควบคุมการทรงตัวเป็นอย่างไร ทุกคนคงทราบคำตอบ เราหมุนไม่เป็นท่าเมื่อปิดระบบดังกล่าว
ขณะที่การทดสอบสถานี Parking Assist จะมีรถ BYD หลายรุ่นมาสาธิตระบบช่วยจอดอัตโนมัติในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ระบบช่วยถอยเข้าช่องจอด ออกจากช่องจอดเองทั้งแบบมีคนนั่งในรถและสั่งงานระยะไกลโดยไม่ต้องมีผู้ขับขี่ โชว์การจอดขนานขอบทางของ Denza Z9GT EV ด้วยฟีเจอร์ Sideways Parking ซึ่งกินดอกยางมาก แต่มันเวิร์กเลยเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับ
ส่วนอีกสองจุดที่เป็นไฮไลต์ของ BYD จุดแรกการนำ BYD Yangwang U8 รถ SUV สุดหรูระดับ Flagship มาโชว์การลอยตัวบนน้ำ เป็นฟังก์ชันใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งมันอาจจะเหมาะกับไทยช่วงน้ำรอการระบายด้วยก็ได้
สุดท้ายของการทดสอบครั้งนี้คือ "เนินทรายจำลองในร่ม" ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 29.6 เมตร เท่าตึกประมาณ 6 ชั้น ระดับความชันมากสุด 28 องศา เอาไว้ใช้ทดสอบสมรรถนะการไต่ทางชันและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถ BYD
จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่สื่อมวลชนที่สามารถเข้าไปทดสอบในสนาม BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit ได้เท่านั้น แต่จะมีแพ็กเกจทดสอบขับขี่ในสนามแห่งนี้สำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประสบการณ์แบบที่เราได้สัมผัสมาแล้วด้วยเช่นกัน
สรุปทริปทดสอบรถ BYD รุ่นไหนเหมาะกับใคร และสะท้อนอะไรเกี่ยวกับ EV จีน
จากการได้ ทดสอบรถ BYD ในสนามเจิ้งโจว เห็นได้ชัดว่ารถแต่ละรุ่นพัฒนามาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่ต่างกัน BYD Yangwang U9 คือซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะระดับสุดขั้ว แต่ยังคงความง่ายในการควบคุม ขณะที่ Denza B5 เป็น SUV สายลุยที่เน้นความสบาย ใช้งานง่าย ส่วน BYD Song Pro DM-i รถครอบครัวอเนกประสงค์ มากความสามารถ รองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง แต่จุดที่น่าสนใจคือ BYD ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนหน้าที่ ที่ในอดีตเคยเป็นของผู้ขับขี่ ซึ่งอาจเปลี่ยนนิยามของรถยนต์ไปสู่ความเป็น Automation มากขึ้นเรื่อย ๆ
ภาพรวมของการทดสอบครั้งนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ความหลากหลาย แต่ยังชี้ให้เห็นว่า BYD ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถพลังงานใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังพยายามนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ไม่ใช่มีไว้โชว์หรือติดตั้งในรถยนต์ราคาสูงเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตากับเป้าหมายสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในตลาดยานยนต์โลกอย่างจริงจัง ทั้งในฐานะผู้นำเทคโนโลยีและทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคในอนาคต
บทความที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารวงการรถยนต์
ขอบคุณภาพจาก : reverautomotive.com และ บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด





