x close

รถประหยัดน้ำมัน 2023 รุ่นไหนน่าใช้ ขับแล้วเซฟเงินในกระเป๋า

รถประหยัดน้ำมัน 2023 รุ่นไหนน่าสนใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยอัตราสิ้นเปลืองต่ำ ยิ่งต้องขับเยอะ ขับไกล หรือต้องฝ่าการจราจรติดขัดเป็นประจำยิ่งไม่ควรพลาด

รถประหยัดน้ำมัน

รวมรถประหยัดน้ำมัน 2023 สำหรับยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ส่วนการจราจรบางพื้นที่ก็ติดหนึบแบบเลี่ยงไม่ได้ อัตราสิ้นเปลืองจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ สำหรับใครหลายคนที่กำลังคิดจะออกรถใหม่เอาไว้ใช้งานและยังไม่พร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบัน รถยนต์ประหยัดน้ำมันไม่ได้มีให้เลือกเพียงแค่รถเล็ก หรืออีโคคาร์ เท่านั้น แต่รถขนาดใหญ่ก็ประหยัดได้เช่นกันด้วยเทคโนโลยีไฮบริด จึงมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ส่วนจะมีรุ่นไหนน่าใช้ ประหยัดน้ำมันแค่ไหน เราได้คัดรุ่นที่น่าสนใจ มีความสดใหม่ รวมถึงยังได้รับความนิยม มาให้ตัดสินใจกัน

รถประหยัดน้ำมัน 2023

1. Honda City e:HEV

ถึง Honda City e:HEV จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับ Honda City RS รุ่นท็อปสุดของเครื่องยนต์เบนซินแล้ว Honda City e:HEV จะแพงกว่าอยู่ 100,000 บาท ซึ่งจะได้อัตราเร่งฉับไวทันใจและประหยัดน้ำมันกว่า แถมยังได้อุปกรณ์ความปลอดภัย Honda Sensing เพิ่มด้วย ส่วนถ้าใครชอบความอเนกประสงค์ก็มี Honda City Hatchback e:HEV ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ให้เลือกในราคาที่เพิ่มขึ้น 10,000 บาท

Honda City e:HEV เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 98 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กิโลเมตร/ลิตร

Honda City e:HEV ราคาจำหน่าย

  • Honda City e:HEV RS ราคา 839,000 บาท

  • Honda City Hatchback e:HEV RS ราคา 849,000 บาท

Honda City e:HEV

ภาพจาก : honda.co.th

2. Toyota Yaris Ativ

Toyota Yaris Ativ รถยนต์ซีดานภายใต้โครงการอีโคคาร์รุ่นล่าสุดของ Toyota ซึ่งมีความสดใหม่ ดีไซน์สปอร์ต และมีระบบความปลอดภัยหลายรายการเป็นมาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ส่วน Toyota Safety Sense มีให้ตั้งแต่รุ่น Premium และ Premium Luxury อีกทั้งราคาเริ่มต้นก็ไม่สูงมากนัก

Toyota Yaris Ativ เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาดความจุ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

Toyota Yaris Ativ ราคาจำหน่าย

  • Toyota Yaris Ativ รุ่น Sport ราคา 549,000 บาท

  • Toyota Yaris Ativ รุ่น Smart ราคา 594,000 บาท

  • Toyota Yaris Ativ รุ่น Premium ราคา 669,000 บาท

  • Toyota Yaris Ativ รุ่น Premium Luxury ราคา 699,000 บาท

Toyota Yaris Ativ

ภาพจาก : toyota.co.th

3. Toyota Corolla Cross

Toyota Corolla Cross รถ Crossover SUV ที่ขนาดอยู่กึ่งกลางระหว่างซับคอมแพกต์กับคอมแพกต์ เน้นความโปร่งโล่งของห้องโดยสารและประโยชน์ใช้สอยมากกว่าไลฟ์สไตล์ที่เอาไว้ขับเก๋ ๆ อย่าง Toyota C-HR ทรงคูเป้ยกสูง พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวก เช่น ฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า ส่วนระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันมีให้เฉพาะรุ่น Premium Safety และ GR Sport

Toyota Corolla Cross เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 98 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 71 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมกันทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

Toyota Corolla Cross ราคาจำหน่าย

  • Toyota Corolla Cross HEV Smart ราคา 1,024,000 บาท

  • Toyota Corolla Cross HEV Premium ราคา 1,094,000 บาท

  • Toyota Corolla Cross HEV Premium Safety ราคา 1,204,000 บาท

  • Toyota Corolla Cross HEV GR Sport ราคา 1,254,000 บาท

Toyota Corolla Cross

ภาพจาก : toyota.co.th

4. Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV เป็นหนึ่งในรถ Crossover SUV ขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดและมีรุ่นเริ่มต้นให้เลือกในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท อีกทั้งอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยยังทำได้ดีกว่ารถอีโคคาร์ทุกรุ่น จะเป็นรองก็เพียง Honda City/City Hatcback e:HEV เท่านั้น และไม่มีระบบความปลอดภัย Honda Sensing

Honda HR-V e:HEV เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 106 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 131 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 25.6 กิโลเมตร/ลิตร

Honda HR-V e:HEV ราคาจำหน่าย

  • Honda HR-V e:HEV E ราคา 979,000 บาท

  • Honda HR-V e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท

  • Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท

Honda HR-V e:HEV

ภาพจาก : honda.co.th

5. Nissan Kicks e-POWER

Nissan Kicks e-POWER รถ Crossover SUV เซกเมนต์เดียวกับ Honda HR-V e:HEV แต่ราคาต่ำกว่ามาก โดยรุ่นท็อปสุดไม่เกิน 9 แสนบาท ให้ระบบความปลอดภัยมากกว่า และส่วนที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปคือการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพียงแค่ไม่สามารถชาร์จไฟจากแหล่งจ่ายไฟภายนอกได้ เพราะอาศัยเครื่องยนต์ขนาดเล็กปั่นไฟแทน จึงหมดปัญหาเรื่องไม่มีที่ชาร์จหรือไม่อยากเสียเวลาแวะชาร์จ หรือวางแผนเมื่อต้องเดินทางไกล ๆ 

Nissan Kicks e-POWER เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อจ่ายไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้า (ไม่สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

Nissan Kicks e-POWER ราคาจำหน่าย

  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น E ราคา 759,000 บาท

  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น V ราคา 829,000 บาท

  • Nissan Kicks e-POWER รุ่น VL ราคา 899,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER

ภาพจาก : nissan.co.th

6. Haval H6 HEV

Haval H6 HEV รถ Crossover SUV ขนาดคอมแพกต์ที่ค่อนข้างใหญ่ ภายในกว้างขวาง และใช้วัสดุตกแต่งที่ช่วยให้ดูพรีเมียม อีกทั้งเครื่องยนต์ไฮบริดยังมีกำลังเกิน 200 แรงม้า ให้ใช้งาน รวมถึงระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่หลายรายการในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

Haval H6 HEV เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 177 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมกันทั้งระบบ 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 19.2 กิโลเมตร/ลิตร

Haval H6 HEV ราคาจำหน่าย

  • Haval H6 HEV Ultra ราคา 1,349,000 บาท

ภาพจาก : gwm.co.th

7. Honda Civic e:HEV

Honda Civic e:HEV รถยนต์ซีดานขนาดคอมแพกต์ทรงท้ายลาดและมีเวอร์ชั่นไฮบริด e:HEV ให้เลือก ซึ่งจะเน้นการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยี i-MMD โดยจะมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำงานร่วมกัน ช่วยให้ตอบสนองรวดเร็ว แต่ประหยัดน้ำมันกว่ารถกลุ่มอีโคคาร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda SENSING มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน   

Honda Civic e:HEV เครื่องยนต์และสมรรถนะ

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 141 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 182 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 25 กิโลเมตร/ลิตร

Honda Civic e:HEV ราคาจำหน่าย

  • Honda Civic e:HEV EL+ ราคา 1,129,000 บาท

  • Honda Civic e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท

Honda Civic e:HEV

ภาพจาก : honda.co.th

8. Toyota Camry Hybrid

Toyota Camry Hybrid แม้ปัจจุบันรถยนต์ซีดานขนาดกลางจะได้รับความนิยมลดลง แต่ยังคงความน่าใช้สำหรับคนที่ต้องการรถเก๋งที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง เดินทางสบาย เบาะหลังมีแผงควบคุมแบบหน้าจอสัมผัสสำหรับสั่งงานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในรถได้ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ติดตั้งมาให้

Toyota Camry Hybrid เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 178 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 188 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 202 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมกันทั้งระบบ 211 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตร/ลิตร

Toyota Camry Hybrid ราคาจำหน่าย

  • Toyota Camry 2.5 HEV Premium ราคา 1,659,000 บาท
  • Toyota Camry 2.5 HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท
Toyota Camry Hybrid

ภาพจาก : toyota.co.th

9. Volvo XC40 Recharge

Volvo XC40 Recharge รถ Crossover SUV ขนาดเล็กสุดของ Volvo ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยุโรปที่ราคาไม่สูงมาก ดีไซน์มินิมอลแต่โมเดิร์น และใช้เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดให้กำลังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 44 กิโลเมตร 

Volvo XC40 Recharge เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมกันสูงสุด 262 แรงม้า และแรงบิด 425 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 44 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 43.5 กิโลเมตร/ลิตร

Volvo XC40 Recharge ราคาจำหน่าย

  • Volvo XC40 Recharge Plus T5 Plug-in Hybrid Dark ราคา 2,190,000 บาท

  • Volvo XC40 Recharge Ultimate T5 Plug-in Hybrid Bright ราคา 2,490,000 บาท

 Volvo XC40 Recharge

ภาพจาก : volvocars.com

10. Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class รถยนต์พรีเมียมซีดานขนาดคอมแพกต์ ไม่ใหญ่จนเกินไป แต่ยังคงความหรูและสามารถใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกลได้โดยไม่อึดอัดนัก ส่วนเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมีกำลังสูง อัตราเร่งตอบสนองรวดเร็ว แต่อัตราสิ้นเปลืองต่ำ

Mercedes-Benz C-Class เครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลือง

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมกันสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง เร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 71.4 กิโลเมตร/ลิตร

Mercedes-Benz C-Class ราคาจำหน่าย

  • Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic ราคา 3,350,000 บาท

Mercedes-Benz C-Class

ภาพจาก : Mercedes-benz.co.th

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถคันใหม่

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถใหม่ แต่ยังไม่แน่ใจหรือลังเลว่าควรเลือกหรือตัดสินใจอย่างไรไม่ให้ผิดหวังหรือต้องมานั่งเสียดายภายหลัง เพราะคันนู้นก็ชอบ คันนี้ก็ดี เรามีวิธีง่าย ๆ มาแนะนำเพื่อให้ได้รถที่เหมาะกับตัวเองและการใช้งานมากที่สุด 

ก่อนอื่นควรพิจารณาลักษณะการใช้งาน หรือจริง ๆ แล้วต้องการซื้อรถเพราะเหตุผลใดเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถรถเก๋ง รถกระบะ รวมถึงรถอเนกประสงค์ เช่น ถ้าเน้นขับใช้งานในเมือง ไป-กลับที่ทำงานเป็นหลัก รถขนาดเล็กก็อาจเพียงพอต่อความต้องการ

แต่ถ้าต้องการรถใช้ภายในครอบครัว สมาชิก 2-3 คน รถขนาดคอมแพกต์หรือรถขนาดกลางอาจเหมาะสมกว่าในแง่ของพื้นที่ใช้สอยและความสบาย หรือถ้ามีสมาชิกเยอะกว่านั้น ต้องเดินทางพร้อมกันหลายคน รถยนต์ 7 ที่นั่ง หรือรถครอบครัว น่าจะเป็นตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณา

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญและต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจคือ งบประมาณกับรายได้ว่าเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะค่างวดรายเดือนไม่ควรเกิน 20-30% ของรายได้ เพราะถึงจะซื้อรถใหม่แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาตามระยะ ยาง แบตเตอรี่ และประกันภัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถยนต์ไฮบริด หรือปลั๊กอินไฮบริด มักมีราคาสูงกว่ารถยนต์ปกติ และจะเห็นความประหยัดชัดเจนเมื่อใช้งานในเมืองหรือการจราจรหนาแน่น เพราะเมื่อวิ่งทางไกลยาว ๆ จะใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก และมอเตอร์ไฟฟ้าคอยทำหน้าที่แค่ช่วยเสริมกำลัง เช่น ขณะเร่งแซง ดังนั้น หากใช้งานในพื้นที่ที่การจราจรไม่หนาแน่น ใช้รถน้อย อาจไม่คุ้มค่ากับส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจากรถยนต์ปกติเท่าไรนัก

รถใหม่ 2023 เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ขอบคุณภาพจาก : honda.co.th, nissan.co.th, toyota.co.th, gwm.co.th, volvocars.com และ Mercedes-benz.co.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
รถประหยัดน้ำมัน 2023 รุ่นไหนน่าใช้ ขับแล้วเซฟเงินในกระเป๋า อัปเดตล่าสุด 25 มกราคม 2566 เวลา 17:12:47 79,355 อ่าน
TOP