แบตเตอรี่เสื่อม กับอาการรวนของรถที่คาดไม่ถึง

แบตเตอรี่รถยนต์

เรื่องแปลกของรถเสีย (ยานยนต์)

          การที่รถเกิดรวนหรือเสียขึ้นมานั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ พวกชิ้นส่วนอุปกรณ์เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพชำรุดเสียหายตามอายุการใช้งานเป็นธรรมดา ซึ่งเมื่อรถเสียก็ต้องมีการแก้ไข ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นที่เสีย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าอะไรเสีย บางครั้งเปลี่ยนอะไหล่ไปตั้งหลายอย่างแล้วอาการยังไม่หายซักที ขาดแต่เปลี่ยนช่างเปลี่ยนอู่เท่านั้นเอง และมีบางรายการที่สาเหตุการเสียนั้นเกิดจากตัวที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นต้นเหตุ ชนิดหากไม่ได้เจอเข้ากับตัวเองก็เชื่อไม่ลงเหมือนกัน

          คืนก่อนในวงสังสรรค์หลังเลิกงานก่อนกลับบ้าน พวกเราก็นั่งจับกลุ่มสังสรรค์หลังเลิกงานตามปกติ ซึ่งก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเหล่าพนักงานเป็นอย่างดี เพราะช่วงนั้นลูกค้าหายหน้าหายตาไปเยอะ พวกวิวนอกไม่ต้องพูดถึง เจอเหตุการณ์บ้านเมืองเราก็กระเจิงหายหน้าหายตาไปหมด กระทั่งวิวพื้นเมืองยังหาดูยาก คงหลงเหลือแต่พวกเราที่ยังไปใช้บริการกันเป็นปกติ


          เรื่องที่พูดคุยกันในตอนแรกที่หนีไม่พ้นเรื่องของหญิง อันเป็นเรื่องปกติของกลุ่มผู้ชาย พอเริ่มหมดเรื่องคุยก็หันมาคุยเรื่องรถรุ่นใหม่ ซึ่งช่วงปลายปีมีรถใหม่ ๆ ออกมาหลายรุ่น ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปตามเรื่อง ซึ่งในระหว่างพูดคุยกันอย่างออกรสชาตินั้น ได้สังเกตเห็นพรรคพวกร่วมวงคนหนึ่งท่าทางซึม ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ก็เลยแซวไปว่าสงสัยกำลังคิดถึงทางบ้าน กลัวถูกทำโทษฐานกลับบ้านดึกหรือไง เพื่อนคนนั้นก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่ากำลังคิดถึงเรื่องรถตนเอง เพราะรู้สึกว่าจะมีปัญหาเยอะ กำลังคิดอยู่ว่าจะซ่อมเพื่อเก็บเอาไว้ใช้ หรือจะขายทิ้งแล้วออกรถรุ่นใหม่ดี

          รถของเพื่อนคันนี้เท่าที่สอบถามดูมีปัญหาหลายอย่างประการแรกสตาร์ทเครื่องติดลำบากโดยเฉพาะตอนเช้า ๆ หรือตอนที่จอดรถทิ้งเอาไว้นาน ๆ สตาร์ทแต่ละทีเหมือนจะขาดใจ นอกจากนี้แผงมาตรวัดตอนสตาร์ทก็จะมีเสียงดังก็อกแก็กเหมือนไฟช็อต พร้อมกับมีไฟเตือนขึ้นวูบวาบจนกว่าเครื่องยนต์จะติด พวกเสียงที่ดังถึงจะเงียบลงและไฟเตือนต่าง ๆ ก็จะดับเป็นปกติ เสียงเครื่องยนต์ก็รู้สึกว่าดังกว่าที่เคย ตอนอยู่ในรถอาจจะไม่รู้สึกเท่าไหร่นัก แต่ตอนที่เพื่อนจอดรถไว้หน้าบ้านแล้วลงจากรถมาเปิดประตูรั้วจะพบว่าเสียงเครื่องยนต์รอบเดินเบากระหึ่มดังมาก อีกทั้งการทำงานของแอร์ก็มีปัญหาบางจังหวะก็เย็นเป็นปกติ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเย็นเท่าที่ควร

แบตเตอรี่รถยนต์

          เจ้าเพื่อนได้นำรถเข้าอู่ไปเจอช่างแล้วเล่าอาการให้ช่างฟัง ช่างบอกว่าสำหรับอาการสตาร์ทติดยาก สาเหตุมีเยอะ อาจเป็นที่มอเตอร์สตาร์ทไม่ดีแล้ว หรือเป็นที่ระบบจ่ายน้ำมันบกพร่อง เช่น ไส้กรองเบ็นซินอุดตัน ปั๊มแรงดันสูงเสื่อม ผ้าปั๊มของเร็กกูเลเตอร์ยืดแล้วก็เป็นได้ ส่วนเสียงดังที่แผงมาตรวัด คิดว่าคงจะเป็นที่เกิดช็อตหรือชำรุดเสื่อสภาพ คงจะต้องเปลี่ยนชุดแผงมาตรวัด หากเป็นของใหม่ราคาประมาณสองหมื่นกว่า หรือเปลี่ยนใช้ของเก่าราคาอยู่แถวแปดพันบาท ส่วนเสียงดังของเครื่องยนต์ น่าจะเป็นเสียงของวาล์วมากกว่า แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องว่ากันยาว เพราะอาจเป็นพวกชาฟท์สึกหรอ ซึ่งต้องรื้อเครื่องออกมาตรวจเช็กกันอีกที สำหรับอาการแอร์ เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวไม่เย็น น่าจะเกิดขึ้นจากตัวเทอร์โมสตัท ถ้าเปลี่ยนใหม่ก็หมื่นนิดหน่อย หรืออาจจะเป็นที่คอมเพรสเชอร์แอร์เสีย ซึ่งประการหลังค่าเปลี่ยนคอมเพรสเชอร์ลูกใหม่จะอยู่ที่สองหมื่นกว่า

          พอดีกับรถที่อู่มีรถรอคิวซ่อมอยู่เยอะ ช่างจึงบอกให้อีกสองวันค่อยเอารถเข้ามาทำ ถ้าเอารถเข้าซ่อมวันนั้นก็เท่ากับจอดเอาไว้เฉย ๆ เพราะไม่มีเวลาที่จะซ่อมให้ เพื่อนเลยต้องเอารถกลับมาก่อน แล้วมานั่งซึมอยู่นี่แหละ เพราะค่าซ่อมรถเท่าที่เพื่อนประเมินคร่าว ๆ ก็หลายหมื่นเลยทีเดียว ทำให้เพื่อนตัดสินใจว่าจะซ่อมรถเก่า หรือขายทิ้งแล้วซื้อรถใหม่มาใช้ดีกว่า

          ฟังเพื่อนเล่าก็รู้สึกเห็นใจ เพราะ "ไอ้ตัวดูด" ก็เคยทำเรื่องทำนองนี้มาแล้ว อาศัยพอซ่อมเองก็เลยประหยัดตังค์ได้มากหน่อย จึงนัดแนะเพื่อนว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้จะช่วยดูรถให้ คิดว่าค่าใช้จ่ายน่าจะเบากว่าเอารถเข้าอู่ซ่อมเยอะ โดยซื้ออะไหล่เองและทำเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

          เมื่อถึงวันเวลาที่นัดแนะกับเพื่อนเอาไว้ พวกก็ขับรถเข้ามาจอดในบ้าน และงานนี้เพื่อนไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีผองเพื่อนติดรถมาอีก 3-4 คน เพราะเท่าที่คิดกันเอาไว้วันนี้คงต้องใช้เวลากันทั้งวันสำหรับซ่อมรถ เนื่องจากมีหลายอาการ ก็เลยนัดแนะเอาของมาทำกินกันระหว่างที่ซ่อมรถเป็นการให้กำลังใจ ซึ่งเรื่องข้าวปลา อาหาร เจ้าเพื่อนพวกนี้จัดการเสร็จสรรพ โดยปล่อยให้ซ่อมรถไปตามสบาย

          ตามที่ตั้งใจเอาไว้ว่าสิ่งแรกที่ลงมือจัดการ ก็ว่าจะสะสางปัญหาเรื่องสตาร์ทยากก่อน เพราะดูแล้วสาเหตุมีเยอะอาจต้องใช้เวลาในการไล่หาตัวการนานหน่อย เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะจัดการเรื่องเสียงดังของแผงมาตรวัด ถ้ามีเวลาเหลือพอ ก็จะดูเรื่องเสียเครื่องยนต์ดัง ส่วนเรื่องแอร์อาจจะต้องเก็บเอาไว้ก่อน

แบตเตอรี่รถยนต์

          จากการตรวจเช็คในตอนแรกพบว่าอาการสตาร์ทเครื่องติดยากนั้น เป็นเพราะมอเตอร์สตาร์ทหมุนช้ากว่าปกติ คล้ายกับว่าไฟแบตเตอรี่ไม่ค่อยพอ หรือมอเตอร์สตาร์ทสกปรก บู๊ชสึก ทำให้หมุนไม่ค่อยสะดวก ก็เลยลองง่าย ๆ โดยการเปิดไฟหน้าแล้วบีบแตร พบว่าเสียงแตรยังดังอยู่แต่ไม่กังวานเท่าที่ควร และเมื่อลองสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดไฟหน้า ก็พบว่ามอเตอร์สตาร์ทหมุนช้าลงชนิดที่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนแบบนี้แสดงว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่ไฟแบตเตอรี่ไม่ค่อยพอมากกว่า เพื่อความแน่ใจก็เลยขับ "ไอ้ตัวดูด" มาจอดใกล้ ๆ แล้วพ่วงแบตเตอรี่ลองสตาร์ทดู หากพ่วงแล้วพบว่ามอเตอร์สตาร์ทหมุนเร็ว เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย ก็น่าจะเป็นที่แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไฟไม่ค่อยพอ แต่ถ้าพ่วงแล้วมอเตอร์สตาร์ทยังหมุนช้า หรือเร็วขึ้นกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ตัวมอเตอร์สตาร์ท

          ซึ่งผลจากการพ่วงแบตเตอรี่พบว่ามอเตอร์สตาร์ทหมุนเร็ว เครื่องยนต์ติดง่าย แบบนี้แสดงว่าปัญหาเกิดจากแบตเตอรี่แน่นอน


          นอกจากนี้ในตอนแรกที่ทดลองสตาร์ทเครื่อง พบว่าตอนบิดกุญแจจะมีเสียงดังแต็ก แต็ก มาจากแผงมาตรวัด เหมือนพวงดีเลย์หรือคัดเอ้าท์ทำงาน แต่เสียงรัวมากไปหน่อย และมีไฟเตือนขึ้นวูบวาบ พร้อมกับเข็มวัดรอบขยับขึ้นขยับลง โดยที่เครื่องยนต์ยังไม่หมุนเลย แค่บิดกุญแจเฉย ๆ เท่านั้นเอง

          งานนี้เข้าใจว่าเพื่อนคงลืมเติมน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ทำให้ไดชาร์จ ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้น้อย ไฟเลยไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก พลังไฟไม่ค่อยจะเพียงพอต่อการใช้งาน ก็เลยเปิดฝาช่องเติมแบตเตอรี่เพื่อจะเติมน้ำกลั่นให้เต็มแล้วติดเครื่องเพื่อชาร์จไฟซักพักก็คงจะเรียบร้อย สามารถจัดการกับปัญหาเครื่องสตาร์ทยากได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเมื่อเปิดจุกปิดช่องเติมน้ำกลั่นที่แบตเตอรี่ออก ก็พบว่ามีน้ำกลั่นเต็มทุกช่อง แบบนี้แสดงว่าน่าจะเป็นที่แบตเตอรี่เสื่อมและหมดอายุการใช้งานแล้วทำให้เก็บไฟไม่อยู่ พอจอดทิ้งไว้นาน ๆ หรือจอดค้างคืนไฟก็ลดลง ทำให้มอเตอร์สตาร์ทหมุนช้าเลยสตาร์ทติดยาก

แบตเตอรี่รถยนต์

          จึงบอกกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถว่า แบตเตอรี่แย่แล้วทำให้สตาร์ทหยาก และต้องเปลี่ยนใหม่เพราะการซ่อมต้องมีการสตาร์ทเครื่องแล้วใช้ไฟเยอะ หากรถสตาร์ทยากต้องคอยพ่วงไฟจะทำให้ยุ่งยาก ไหน ๆ ก็ต้องเปลี่ยนอยู่ดีก็เปลี่ยนไปเลยดีกว่า ตอนนี้จะเอารถไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ร้านเดี๋ยวกลับมา ให้เพื่อนอยู่กับพรรคพวกไปก่อน

          เมื่อถึงร้านขายแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ทางร้านก็ถามว่าจะเอาแบตเตอรี่แบบน้ำหรือแบบแห้ง ถามยังกับสั่งก๋วยเตี๋ยวแน่ะ ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นแบตเตอรี่น้ำทั้งคู่นั่นแหละ เพียงแต่แบตเตอรี่น้ำมันก็คือแบตเตอรี่ธรรมดาที่นิยมใช้กันมานาน เพียงแต่ต้องเติมน้ำกลั่นกันบ่อยหน่อย ส่วนแบตเตอรี่แห้งก็คือแบตเตอรี่น้ำนี่แหละ เพียงแต่ฝาปิดช่องเติมน้ำกรดไม่ได้เจาะรูเอาไว้ เมื่อแบตเตอรี่มีการชาร์จไฟเกิดความร้อน น้ำกลั่นก็ระเหยเป็นไอแต่ออกไม่ได้ ต้องค้างอยู่ในช่องเติมน้ำกลั่นของแบตเตอรี่นั่นเอง พอดับเครื่องยนต์ไม่มีการชาร์จไฟไอน้ำเย็นตัวลง ก็จะกลั่นตัวกลายเป็นน้ำกลับมารวมกับน้ำกลั่นเหมือนเดิม วนเวียนอยู่อย่างนี้ จึงแทบไม่ต้องเติมน้ำกลั่นเพิ่ม

          อันที่จริงแบตเตอรี่ที่น้ำกลั่นวนเวียนแบบนี้ หรือที่จริงควรจะเรียกว่าแบตเตอรี่ระบบปิด เคยมีขายในบ้านเราเมื่อนานมาแล้ว แต่มีปัญหาใช้ไม่ทน ส่วนใหญ่ใช้ได้ไม่ถึงปีก็กลับบ้านแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะบ้านเราอากาศร้อน รถติด ใช้แอร์เยอะ กลางคืนก็ใช้ไฟหน้านาน ไดชาร์จต้องชาร์จไฟกันเยอะ และแบตเตอรี่สมัยนั้นรับประกัน 1 ปี ไม่เหมือนแบตเตอรี่ปัจจุบันที่รับประกันแค่ 6 เดือน ก็เลยเกิดมีการเคลมกันบ่อย จนทำให้บริษัทขายแบตเตอรี่ซักจะขาดทุน ก็เลยเลิกเอาแบตเตอรี่แบบนี้เข้ามาขาย

          ต่อมาพวกรถมีระบบอิเล็คทรอนิกส์เยอะ อุปกรณ์ก็แยะ หรือหันมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แถมยังมีการบาลานซ์น้ำหนักด้านหน้ากับด้านหลัง หากเอาแบตเตอรี่ไว้ในท้องเครื่อง ก็กลัวมีปัญหาเรื่องไอแบตเตอรี่ ทำให้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เสียหาย อีกทั้งห้องเครื่องก็แน่นไปหมด หาที่อยู่ของแบตเตอรี่ลำบาก นอกจากนี้น้ำหนักของแบตเตอรี่ที่อยู่หน้ารถ ก็ทำให้รถหนักหน้าจนเกินไป ก็เลยมีการย้ายแบตเตอรี่ไปไว้ในรถ อย่างเช่นได้พื้นวางเท้าคนขับ บางคันก็อยู่ฟากผู้โดยสาร และที่เก็บไว้ใต้เบาะหลังแบบรถโฟล์คเต่ารุ่นเก่า ๆ ก็มี หรือไว้ที่ผนังด้านข้างในห้องเก็บของท้ายรถ เพื่อเฉลี่ยน้ำหนักทำให้รถมีการทรงตัวดีขึ้น คราวนี้เมื่อแบตเตอรี่ไปอยู่ในรถ หรือห้องเก็บของท้ายรถ เค้าก็กลัวว่าจะมีปัญหาในเรื่องของการบำรุงรักษา เพราะเข้าถึงยากไม่ง่ายแบบเก็บแบตเตอรี่ไว้ในห้องเครื่อง อีกทั้งยังอาจมีปัญหาเรื่องไอน้ำกลั่นจากแบตเตอรี่ ไปสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เคียง หรือเกิดเป็นภัยต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่ในห้องโดยสาร ก็เลยมีการใช้แบตเตอรี่ระบบปิดนี้แทน หรือที่เค้านิยมเรียกว่าแบบ Maintenance Free คราวนี้จะเก็บไว้ในจุดลี้ลับก็ไม่เป็นปัญหา เพราะรถบางยี่ห้อเก็บเอาไว้ซะลึกลับ จนกระทั่งเจ้าของรถยังไม่รู้เลยว่ารถตัวเองนั้นมีแบตเตอรี่ใช้งานสองลูก มารู้ก็ตอนเอแบตเตอรี่เสียแล้วทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้

แบตเตอรี่รถยนต์

          งานนี้ได้ตัดสินใจเลือกแบตเตอรี่แห้งให้เพื่อน ไม่ใช่ว่ามันดี หรือน่าสนใจกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ ถ้าพูดถึงความทนทานในการใช้งานยังไงแบตเตอรี่เติมน้ำกลั่นธรรมดาที่ใช้กันมานาน ก็ย่อมทนทานมีอายุการใช้งานนานกว่า แถมยังมีราคาถูกกว่าอีกหลายร้อยบาท เพียงแต่ต้องคอยดูแลเติมน้ำกลั่นกันบ่อยหน่อยเท่านั้นเอง สำหรับเหตุที่เลือกให้ช่างเปลี่ยนเอาแบตเตอรี่แบบแห้งหรือแบบระบบปิดนั้น เป็นเพราะการเปลี่ยนจะสะดวกและเร็วกว่าเท่านั้นเอง เนื่องจากพวกแบตเตอรี่น้ำแบบดั้งเดิมนั้น ถ้าจะให้ดีจริง ๆ มีอายุการใช้งานยืนยาว ต้องเติมน้ำกรดทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมงก่อน เพื่อให้แผ่นธาตุ (ตะกั่ว) ชุ่มน้ำยา และให้เกิดไฟฟ้าขึ้นตามปฏิกิริยาของตะกั่วกับกรด ต่อจากนั้นก็ชาร์จช้า ๆ ประมาณ 2-4 แอมป์เท่านั้น เพื่อไม่ให้แผ่นธาตุงอเพราะความร้อนจากการใช้แอมป์สูงในการชาร์จไฟ ส่วนพวกแบตเตอรี่แห้งหรือระบบปิดนี้ เพียงแค่เติมน้ำกรดลงไปก็เริ่มมีไฟเกิดขึ้นแล้ว รอเพียงครู่ใหญ่ ๆ ก็สามารถใช้งานได้

          ส่วนตอนเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็มีวิธีการเล็กน้อย โดยการสตาร์ทเครื่องยนต์เอาไว้ จัดการถอดแบตเตอรี่ออกเปลี่ยน ทั้ง ๆ ที่เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่อย่างนั้นแหละ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ระบบไฟขาดตอน ไม่งั้นพวกข้อมูลต่าง ๆ จะลบหมด ทั้งนาฬิกา สถานวิทยุที่เมโมรี่เอาไว้ โดยเฉพาะพวกวิทยุที่มีรหัสกันขโมยก็จะไม่ทำงาน ต้องป้อนรหัสกันใหม่ ใครลืมหรือมมีรหัสก็วุ่นวาย ดังนั้นใช้วิธีเลี้ยงไฟหรือติดเครื่องเปลี่ยนแบตเตอรี่ดีกว่า อาจจะมากเรื่องเพิ่มขึ้นอีกนิด แต่ไม่ต้องมาวุ่นวายกันภายหลัง

          หลังจากเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่โดยจ่ายตังค์ไปสองพันกว่าบาท สิ่งที่พบนอกจากสตาร์ทเครื่องยนต์ง่ายขึ้นแล้ว ยังพบอีกว่าอาการไฟเตือนบนแผงมาตรวัดติด ๆ ดับ ๆ พร้อมกับเสียงแต๊ก ๆ นั้นหายไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเคยเจอรถที่สตาร์ทไม่ได้แล้ว ไฟเตือนบนแผงหน้าปัดขึ้นวิบวับแบบนี้แหละ พอเปลี่ยนแบตเตอรี่ ลูกใหม่ก็หาย คล้ายว่าเป็นการบ่งบอกให้ทราบว่าระบบกำลังไฟมีปัญหาทำให้ไฟมาจ่ายยังอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งระบบอิเล็คทรอนิกส์ ไม่เพียงพอต่อการทำงาน

          พอเปลี่ยนแบตเตอรี่เสร็จเรียบร้อย ก็รีบควบรถเพื่อนกลับบ้านทันที ขืนช้าเดี๋ยว "วุ้น" และพวกกับแกล้ม จะถูกเหล่าบรรดาพรรคพวกฟาดเรียบซะก่อน

          เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้าน ก็บอกกับเพื่อนว่าซ่อมรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่าซ่อมทั้งหมดสองพันกว่าบาทเจ้าเพื่อก็เลยยืนงง บอกว่ารถของเค้าไม่ได้เสียเรื่องสตาร์ทอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีปัญหาเรื่องแผงไฟมาตรวัด เสียงเครื่องดังกว่าปกติ กับมีปัญหาเรื่องแอร์เย็นมั่งไม่เย็นมั่งอีกด้วย ก็บอกเพื่อนไปว่านั่นแหละทั้งหมดซ่อมเรียบร้อยแล้ว หากไม่เชื่อก็ลองตรวจเช็คดูก็ได้ พูดจบ ก็เดินไปหา "วุ้น" จิบ ปล่อยให้เพื่อนเดินไปที่รถ

          ขณะที่กำลังละเอียด "วุ้น" อยู่นั้น เจ้าเพื่อนก็เดินหน้าตาตื่นเข้ามาหา แล้วบอกว่าอาการต่าง ๆ ของรถเป็นปกติดีแล้วจริง ๆ ด้วย คิดว่างานนี้ คงหมดค่าซ่อมหลายหมื่น ที่ไหนได้แค่สองพันกว่าบาทเอง อยากรู้ว่าแอบเอารถไปซ่อมที่ไหนมา

แบตเตอรี่รถยนต์

          จึงอธิบายให้เพื่อนฟังว่าอาการทั้งหมดที่เป็นอยู่นี้ เกิดจากสาเหตุของแบตเตอรี่เสื่อมเพียงประการเดียวเท่านั้นเอง อย่างรถบางรุ่นหากมีปัญหาเรื่องไฟ แผงหน้าปัดก็จะมีปัญหาไฟวิบวับแบบนี้ ส่วนเสียงเครื่องดังกว่าปกติเป็นเพราะเครื่องยนต์ทำงานมากขึ้น แต่รอบเครื่องจะใกล้เคียงของเดิมทำให้เราไม่รู้ ซึ่งเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อมเก็บไฟไม่อยู่ ทำให้ไดชาร์จต้องคอยชาร์จไฟตลอดเวลา อันที่จริงรอบเครื่องในช่วงเดินเบาก็เพิ่มขึ้น แต่โดยโหลดของไดชาร์จดึงเอาไว้ ทำให้เราเห็นว่ารอบเครื่องไม่สูงเท่าไหร่ เมื่อเครื่องยนต์มีโหลดทำงานหนัก ก็ย่อมมีเสียงดังเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ส่วนแอร์ก็เช่นกันเมื่อพลังไฟไม่ค่อยพอโดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ใช้ไฟหน้าด้วย ทำให้คลัทช์แม่เหล็กของคลัทช์แอร์ไม่จับตัว แอร์ก็เลยไม่ค่อยจะเย็น หรือเย็นมั่งไม่เย็นมั่ง ตามแต่พลังของไฟที่มี

          วันนั้นก็กลายเป็นปาร์ตี้ใหญ่ไป เพราะเพื่อนไม่ต้องควักกระเป๋าซ่อมรถเป็นหมื่น ๆ อย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก ก็เลยซื้ออาหารมาเลี้ยงฉลองกัน ส่วนหลังจากเลิกฉลองแล้ว ถูกเจ้าเพื่อนพาไปเที่ยวไหนต่อไม่บอก รู้แต่ว่าหายเมื่อยไปเยอะเลย...??!!




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือยานยนต์
ปีที่ 46 เล่มที่ 572 มกราคม 2557




คิดอย่างไรกับเรื่อง: แบตเตอรี่เสื่อม กับอาการรวนของรถที่คาดไม่ถึง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แบตเตอรี่เสื่อม กับอาการรวนของรถที่คาดไม่ถึง โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2557 เวลา 09:50:19 26,177 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP