รถดับกลางน้ำท่วม ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันความเสียหาย

รถดับกลางน้ำท่วม อย่าเพิ่งสตาร์ตรถซ้ำ ! รู้วิธีรับมืออย่างถูกต้อง ตั้งแต่เปิดไฟฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ ไปจนถึงการตรวจสอบรถหลังพ้นน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจรุนแรงกว่าเดิม

รถดับกลางน้ำท่วม

ภาพจาก : ขับขี่ปลอดภัย by DLT

ช่วงหน้าฝน ปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะทำให้การขับขี่ลำบากแล้ว ยังมีโอกาสทำให้รถยนต์เกิดความเสียหายได้ โดยเฉพาะกรณีขับรถลุยน้ำแล้วรถดับกลางน้ำท่วม หากเจอสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งสำคัญคือ ห้ามฝืนสตาร์ทรถซ้ำเด็ดขาด และควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม

รถดับกลางน้ำท่วม ควรทำอย่างไร ?

1. ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด

หลังจากรถดับขณะอยู่ในบริเวณน้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตรถซ้ำ เพราะหากมีน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ การสตาร์ตอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายมากกว่าเดิม รวมถึงอาจเกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าของรถได้ ทางที่ดีควรตั้งสติ บิดกุญแจหรือปิดระบบรถ และหยุดพยายามติดเครื่องทันที

2. เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนรถคันอื่น

เมื่อรถหยุดนิ่งกลางน้ำท่วม ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นและรับรู้ว่ารถของเรากำลังมีปัญหา ช่วยให้ผู้ใช้รถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวังและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

3. ออกจากรถและขอความช่วยเหลือ

หากสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัยเพียงพอ ควรออกจากรถและเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังจุดที่ปลอดภัย พร้อมติดต่อบริษัทประกันภัย ศูนย์บริการ หรือบริการรถยกและรถลากเพื่อขอความช่วยเหลือในการนำรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม หากระดับน้ำไม่สูงและสามารถทำได้อย่างปลอดภัย อาจเข็นรถออกไปยังบริเวณที่แห้งได้ แต่ไม่ควรเสี่ยงลงน้ำในกรณีที่กระแสน้ำแรงหรือมองไม่เห็นสภาพพื้นถนน

เคลื่อนรถพ้นน้ำแล้ว ตรวจสอบอะไรได้บ้าง ?

หลังจากนำรถออกจากบริเวณน้ำท่วมและอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว หากมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ สามารถเปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นได้ โดยควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออก เพื่อช่วยตัดระบบจ่ายไฟ ก่อนตรวจดูบริเวณไส้กรองอากาศว่ามีร่องรอยน้ำเข้าไปหรือไม่

หากพบว่าไส้กรองอากาศเปียกหรือมีน้ำเข้าไปในระบบ ควรหลีกเลี่ยงการสตาร์ตรถโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีน้ำเข้าไปถึงเครื่องยนต์แล้ว ส่วนกรณีที่ไส้กรองอากาศยังแห้ง สาเหตุที่รถดับอาจเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าที่เปียกน้ำหรือเกิดการขัดข้อง ซึ่งควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด

สำหรับผู้ที่ไม่มั่นใจหรือไม่รู้จักชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในห้องเครื่อง ไม่ควรแกะหรือทดลองตรวจสอบด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม การเรียกรถยกและนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

รถดับกลางน้ำท่วม

รีบนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถ

แม้รถจะถูกนำออกจากน้ำได้แล้ว ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ตรวจสอบ เพราะน้ำอาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก หรือชิ้นส่วนอื่น ๆ ได้ ควรให้ช่างตรวจสอบรถโดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้รถดับและประเมินความเสียหาย หากพบชิ้นส่วนใดมีปัญหาจะได้ดำเนินการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม

ขับรถลุยน้ำแล้วรถไม่ดับ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ?

สำหรับผู้ที่ขับรถผ่านน้ำท่วมแล้วรถยังสามารถใช้งานต่อได้ ก็ควรตรวจสอบความผิดปกติของรถหลังจากเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมด้วย โดยเฉพาะภายในห้องโดยสาร หากพบว่ามีน้ำขังหรือเปียกชื้น ควรรีบดูดน้ำและเช็ดให้แห้ง เปิดประตูรถทั้งสี่ด้านเพื่อช่วยระบายอากาศและลดความชื้นภายในห้องโดยสาร

ส่วนพรมปูพื้นหรือวัสดุที่เปียกชื้น ควรถอดออกมาผึ่งหรือตากแดดให้แห้ง เพื่อป้องกันกลิ่นอับและความชื้นสะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพภายในรถในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการขับรถช่วงหน้าฝน คือการเตรียมรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และควรตรวจสอบด้วยว่า ประกันรถยนต์ของเราคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น รถลากหรือรถยกหรือไม่ เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น จะได้สามารถขอความช่วยเหลือและจัดการสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

บทความที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมรถยนต์

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ขับขี่ปลอดภัย by DLT
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รถดับกลางน้ำท่วม ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันความเสียหาย โพสต์เมื่อ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10:20:04
TOP
x close