x close

กล้องมองข้าง เทคโนโลยีสุดล้ำกับรถยนต์ 3 รุ่นที่มีให้เลือกใช้แล้ว

กล้องมองข้าง เทคโนโลยีใหม่สุดล้ำแทนกระจกมองข้างแบบเดิม ทำมาเพื่อแก้จุดด้อยจากการสะท้อนภาพผ่านกระจก แต่ก่อนอาจเคยเป็นแค่คอนเซ็ปท์ สู่วันนี้ได้เป็นออปชั่นจริงติดรถ

ว่ากันด้วยกระจกมองข้าง อุปกรณ์สำคัญที่ใช้สะท้อนภาพข้าง ๆ ตัวรถ ใช้เปลี่ยนเลนถนนหรือเทียบจอดรถ เอาจริง ๆ หน้าที่หลักคงมีเท่านี้ แต่ด้วยการสะท้อนภาพด้วยกระจกแบบเดิม ๆ ทำได้ไม่ทั่วถึง เกิดจุดบอดของรถยนต์ และนี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเทคโนโลยี "กล้องมองข้าง" ขึ้นมาแทน 

จากคอนเซ็ปท์ กล้องมองข้าง เมื่อทุกอย่างพร้อม ทำให้เริ่มเห็นออปชั่นนี้ถูกติดตั้งกับรถยนต์จริง ๆ วันนี้เราจึงพาไปรู้จักรถยนต์ 3 รุ่นแรกที่เริ่มติดตั้งออปชั่น กล้องมองข้าง ไปดูกันว่ามีรุ่นไหนบ้าง

1. Honda e

รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเมืองของฮอนด้า ดีไซน์โมเดิร์นมินิมอล ด้วยชุดคอนโซลหน้าที่เป็นไม้ลักษณ์คล้ายบาร์ ดูโล่ง โปร่ง เรียบ ดีไซน์ที่มีความเป็นญี่ปุ่นอยู่เต็มเปี่ยม ด้านขุมกำลังยังไม่ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนในขณะนี้ แต่ทางฮอนด้ายุโรปก็เฟิร์มมาว่ารถคันนี้วิ่งได้ไกลมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 

ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยเพิ่มเติมก็คือ ให้กล้องมองข้างเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน พร้อมกับอธิบายการทำงานและข้อดีมาเพียบ เริ่มต้นด้วยดีไซน์ของกล้องมองข้างเพียวแหวกอากาศได้ดีกว่ากระจกถึง 90% ทำให้เสียงรบกวนห้องโดยสารไปได้มาก แถมเพิ่มระยะวิ่งสูดสุดได้ประมาณ 3.8% จากแรงต้านอากาศน้อย 

ต่อด้วยหลักการทำงานสามารถถ่ายทอดสดภาพข้างรถ เมื่อคุณเปิดไฟเลี้ยวผ่านจอบริเวณเสา A ในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 โหมด โหมดธรรมดาถ่ายภาพเสมือนกระจกแต่ให้มุมมองมากกว่าเดิม 10% และเปลี่ยนโหมดมุมกว้างเห็นมากกว่าเดิมถึง 50% ไม่เหลือจุดบอดของรถอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องฝน ฝุ่น หรือคราบต่าง ๆ บอกเลยว่าติดยากเพราะเคลือบโค้ทติ้งไว้

รถยนต์ไฟฟ้าขนาดคอมแพคเอสยูวี คล้ายรถตระกูล Q ของ Audi มีความไฮเทคอยุ่เต็มเปี่ยมสอดรับกับขุมพลังไฟฟ้า อย่างชุดไฟหน้าแบบ Matrix LED ภายในห้องโดยสารก็มีหน้าจอเพียบ เพราะทุกการควบคุมเปลี่ยนไปใช้ระบบสัมผัสทั้งหมด

ที่ต้องโฟกัสคือกล้องมองข้างของ Audi e-tron ช่วยเรื่องแอร์โรไดนามิกแหวกอากาศดีขึ้น ทำให้รถทดสอบโดยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานได้ที่ 0.27 Cd ซึ่งนับว่าน้อยมาก เพื่อให้เห็นภาพรถคันเล็ก ๆ อย่าง นิสสัน มาร์ช ยังได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.32 Cd  

การทำงานคือถ่ายถอดภาพจากกล้องสู่หน้าจอ OLED ความคมชัดสูง 1200 x 800 พิกเซล บริเวณมุมประตูที่ใกล้เสา A ในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังมี AI เข้าช่วยประมวลผลให้ภาพที่ดีกว่ากระจกธรรมดา เช่นในเวลาที่แสงจ้า กล้องจะหรี่แสงเพื่อให้ได้ภาพคมชัดที่สุด ช่วยปรับภาพตามการขับขี่เร็ว-ช้า ปรับมุมเวลาเลี้ยวและการจอดรถ หากเปิดไฟเลี้ยวก็จะมีภาพกราฟิกจับให้เห็นชัดยิ่งขึ้น และสามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายมาก ๆ

รถซีดานพรีเมียมขนาดกลางของ Lexus โดดเด่นในเรื่องความเรียบหรูปราณีตระดับเจแปนคราฟต์ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกก็ว่าได้ที่มีกล้องแทนกระจกมองข้าง จัดแยกไว้ให้ในรุ่นย่อย ES300h version L

โดยตัวกล้องจะสแดงภาพผ่าน จอขนาด 5 นิ้ว ติดตั้งบริเวณเสา A ภาพในรถ ซึ่งได้รับการเคลมว่ากล้องมองข้าง สามารถป้องกันฝน กันหิมะ ไม่มีปัญหาเรื่องของภาพที่จะถ่ายทอดเข้ามา กล้องมองข้างให้ภาพมุมกว้างกว่ากระจกแบบเดิม ปิดเรื่องจุดบอดของรถได้ เสริมลูกเล่นเรื่องการปรับภาพให้ซูมชัดยิ่งขึ้น มีเส้นกะระยะ ภาพกราฟิกเตือนต่าง ๆ เมื่อคุณตบไฟเลี้ยว หรือเข้าเกียร์ถอยหลัง 

เราเชื่อว่าในอนาคตออปชั่นกล้องมองข้างน่าจะเข้ามาทดแทนกระจกแบบเดิม ๆ และอาจกลายเป็นออปชั่นพื้นฐานเหมือนอย่างที่ Honda e เลือกใช้ เพราะกล้องมองข้างสามารถประยุกต์ใช้ได้อีกมาก อย่างระบบ Autonomous Driving หรือรถยนต์ที่ไร้คนขับก็ใช้กล้องรับภาพและให้ AI ประมวลผลตัดสินใจในการขับ อย่างระบบที่เทสล่าใช้อยู่ตอนนี้ได้ครับ

ภาพประกอบจาก hondanews, audi และ lexus
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
กล้องมองข้าง เทคโนโลยีสุดล้ำกับรถยนต์ 3 รุ่นที่มีให้เลือกใช้แล้ว โพสต์เมื่อ 6 มิถุนายน 2562 เวลา 16:04:39 9,618 อ่าน
TOP