6 หมวกกันน็อก ยี่ห้อไหนดี ราคาไม่เกิน 3,000 บาท รุ่นไหนน่าใช้ ?

รวม 6 หมวกกันน็อก ยี่ห้อไหนดี ในงบไม่เกิน 3,000 บาท ทั้งแบบเต็มใบ ยกคาง และเปิดหน้า พร้อมวิธีเลือกให้ปลอดภัยและสรุปจุดเด่นของแต่ละรุ่น

หมวกกันน็อกเป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่คนขี่ มอเตอร์ไซค์ ต้องมี เพราะช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งกฎหมายจราจรยังกำหนดให้ทั้งคนขี่และคนซ้อนต้องสวม หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และถูกตัดคะแนนความประพฤติ 1 คะแนน แต่พอเข้าไปเลือกซื้อจริง หลายคนกลับเจอตัวเลือกเยอะจนตัดสินใจไม่ถูก เพราะราคามีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น

ข่าวดีคือในงบไม่เกิน 3,000 บาท ก็มีหมวกให้เลือกหลายแบบ ทั้งเต็มใบ ยกคาง และเปิดหน้า บางรุ่นยังมีแว่นในตัว นวมถอดซักได้ หรือช่องติดตั้งบลูทูธมาให้ด้วย วันนี้เราจึงรวบรวมหมวกกันน็อก ยี่ห้อไหนดี ในงบนี้มาฝากกัน พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและจุดเด่นของแต่ละรุ่น

วิธีเลือกหมวกกันน็อก เช็ก 5 เรื่องก่อนซื้อ

หมวกจะปกป้องได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อได้มาตรฐานและใส่พอดี ก่อนซื้อจึงควรเช็ก 5 เรื่องนี้ให้ครบ

1. มีเครื่องหมาย มอก. 369-2557

หมวกที่ขายในไทยต้องมีเครื่องหมาย มอก. 369-2557 ถ้ามีมาตรฐานต่างประเทศอย่าง ECE หรือ DOT เพิ่มมาด้วยก็ยิ่งมั่นใจขึ้น ส่วนหมวกที่ไม่มี มอก. ไม่ควรซื้อมาใช้

2. เลือกประเภทให้ตรงกับการใช้งาน

  • เต็มใบ (Full Face) ปกป้องได้มากที่สุด เหมาะกับคนขี่ทางไกลหรือใช้ความเร็ว แต่ร้อนและหนักกว่าแบบอื่น

  • ยกคาง (Modular) ปกป้องใกล้เคียงเต็มใบเมื่อปิดคาง เหมาะกับคนที่แวะจอดบ่อย แต่หนักกว่าเพราะมีกลไกยกคาง

  • เปิดหน้า (Open Face) ใส่สบายและมองเห็นกว้าง เหมาะกับการขี่ในเมืองระยะสั้น แต่ไม่มีส่วนป้องกันคางและใบหน้า

  • ครึ่งใบ (Half Face) เบาและระบายอากาศดี เหมาะกับการขี่ใกล้บ้านด้วยความเร็วต่ำ แต่ป้องกันได้น้อยที่สุด

3. ใส่พอดี ไม่หลวม ไม่บีบ

วัดรอบศีรษะบริเวณเหนือคิ้วแล้วเทียบกับตารางไซซ์ของแต่ละแบรนด์ ตอนลองสวมให้ส่ายหน้าซ้ายขวา ถ้าหมวกขยับไปพร้อมศีรษะ ไม่หมุนหลวม และไม่บีบขมับ ถือว่าพอดี

4. น้ำหนักเบาและระบายอากาศดี

หมวกในรายการนี้ที่ระบุน้ำหนักไว้หนักราว 1.4-1.75 กก. ใครขี่นานควรเลือกรุ่นที่เบาและมีช่องระบายอากาศหลายจุด จะช่วยลดอาการเมื่อยคอและความร้อนได้

5. ดูรายละเอียดที่ใช้ทุกวัน

  • ชิลด์และแว่นในตัว ชิลด์ใสเหมาะกับกลางคืน ส่วนชิลด์สีเข้มเหมาะกับกลางวัน รุ่นที่มีแว่นในตัวจึงใช้ได้ทั้งวัน

  • นวมถอดซักได้ ช่วยลดกลิ่นอับและเชื้อโรคจากเหงื่อ

  • สายรัดคาง แบบ Grip Lock ล็อกและปลดได้ด้วยมือเดียว แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ต้องรัดทุกครั้ง

  • ร่องขาแว่นและช่องบลูทูธ สำคัญกับคนใส่แว่นสายตา และคนที่ต้องคุยโทรศัพท์ระหว่างขี่

6 หมวกกันน็อก ยี่ห้อไหนดี งบไม่เกิน 3,000 บาท

ต่อไปนี้คือหมวกกันน็อกที่เราคัดมาให้เลือก พร้อมสรุปวัสดุ มาตรฐาน และจุดเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อให้เทียบกันได้ง่ายขึ้น

1. Real Falcon Robotech 2

Real Falcon Robotech 2

ภาพจาก : Real Helmets Thailand

Real Falcon Robotech 2 หรือ Falcon RT2 เป็นหมวกเต็มใบที่ผ่านทั้งมาตรฐาน มอก. และ ECE 22.06 เปลือกหมวกทำจากพลาสติก ABS ที่แข็งแรงและทนแรงกระแทก ด้านในเป็นโฟม EPS แบบ Asian Fit น้ำหนักเบา ช่วยดูดซับแรงกระแทกและกันความร้อนได้ดี ส่วนน้ำหนักรวมของหมวกอยู่ที่ราว 1,450 กรัม (±50 กรัม)

ด้านการระบายอากาศมีช่องรับลมเข้า 2 ช่องและช่องระบายลมออก 1 ช่อง ชุดนวมกระชับเข้ารูปหน้า ระบายอากาศได้ดี ถอดซักได้ และมีเส้นแถบสะท้อนแสงที่ด้านล่าง ชิลด์หน้าเป็นสี Clear Chrome Blue ใช้สายรัดคางแบบ Grip Lock (Quick-Release) และรองรับการติดตั้งบลูทูธ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Gray, Red, White และ Purple เหมาะกับคนที่มองหาหมวกเต็มใบไว้ใช้ประจำ และอยากได้มาตรฐานสากลกำกับเพิ่มจาก มอก.

2. Vespa Helmet

Vespa Helmet

ภาพจาก : Vespa Thailand

Vespa Helmet เป็นหมวกเปิดหน้าทรงเรโทรคลาสสิกจาก Vespa ที่ออกแบบให้เข้ากับรถ Vespa ทุกรุ่น เปลือกหมวกทำจากเทอร์โมพลาสติก ผ่านมาตรฐาน มอก. และหนักราว 1.48 กก. ด้านในมีโฟมช่วยรองรับแรงกระแทก บุด้วยฟองน้ำและผ้าหุ้มแบบระบายอากาศ ส่วนสายรัดคางปรับขนาดได้ตามสรีระของผู้สวมใส่

จุดเด่นอยู่ที่ตัวเลือกดีไซน์ เพราะมีให้เลือก 4 คอลเลกชัน ได้แก่ Pop Pastel, Retro Racer, Modern Military และ Tone On Tone Mini รวม 20 สี ตั้งแต่โทนพาสเทลอย่าง Tropical Peach และ Fresh Mint ไปจนถึงโทนลายทหารอย่าง Beige Camo และ Olive Drab นอกจากขนาดปกติแล้วยังมีขนาดเล็กสำหรับเด็กด้วย ส่วนการดูแลรักษาก็ง่าย แค่ฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าแห้งแล้วเช็ดให้ทั่วภายนอกหมวก เหมาะกับคนขี่ Vespa หรือสกู๊ตเตอร์ในเมืองที่อยากได้หมวกเข้าชุดกับรถ

3. RAIDEN FX

RAIDEN FX

ภาพจาก : AMR OUTLET

RAIDEN FX เป็นหมวกยกคางที่เปลือกทำจากเทอร์โมพลาสติก ABS และผ่านมาตรฐาน มอก. จุดเด่นคือแว่น 2 ชั้น ด้านนอกเป็นชิลด์หน้าสีชา ส่วนด้านในมีแว่นสีดำอีกชั้น และยกคางขึ้นได้เพื่อความสะดวกเวลาแวะพักหรือพูดคุย นวมภายในถอดซักได้ ใช้สายรัดคางแบบ Stepping Lock และหนักราว 1,750 กรัม (±50 กรัม)

อีกข้อที่น่าสนใจคือไซซ์มีให้เลือกถึง 6 ขนาด ตั้งแต่ XS สำหรับรอบศีรษะ 53-54 ซม. ไปจนถึง XXL สำหรับรอบศีรษะ 63-64 ซม. เหมาะกับคนที่อยากได้หมวกยกคางพร้อมแว่นในตัว รวมถึงคนศีรษะใหญ่ที่มักหาไซซ์พอดียาก

4. TUTTO K3

TUTTO K3

ภาพจาก : TUTTO Helmet

TUTTO K3 เป็นหมวกเต็มใบสไตล์ Sport Racing ที่ผ่านทั้งมาตรฐาน มอก. 369-2557 และ ECE 22.05 เปลือกหมวกทำจาก ABS ด้านในเป็นโฟม EPS แบบเซาะร่องให้อากาศไหลเวียนสะดวก น้ำหนักราว 1,400 กรัม (±50 กรัม) มีช่องระบายอากาศ 6 จุด และสปอยเลอร์ด้านหลังที่ช่วยเรื่องการลู่ลม

ชิลด์หน้าเป็นแบบใส เคลือบกันรอยขีดข่วน ซึ่งแบรนด์ระบุว่าป้องกันรังสี UV ได้ 99% และมีแว่นด้านในอีกชั้น ผ้าซับในเป็นวัสดุ DRY TECH ที่แห้งเร็ว ชุดซับในถอดซักได้และป้องกันแบคทีเรีย ส่วนแก้มซับในแบบ CRC ช่วยกันอากาศไหลย้อนกลับเข้าหมวก สายรัดคางเป็นแบบ Micro Adjustment Slide Bar ที่ถอดใส่ง่าย และรองรับการติดตั้งบลูทูธ (ไม่มีชุดบลูทูธมาให้) เหมาะกับคนที่อยากได้หมวกเต็มใบน้ำหนักเบาพร้อมแว่นในตัว

5. Yamaha XSR

Yamaha XSR

ภาพจาก : Yamaha TYM

Yamaha XSR เป็นหมวกเต็มใบสไตล์วินเทจจาก Yamaha ที่ทำมาให้เข้าชุดกับรถ XSR155 โดยตรง เปลือกหมวกทำจากพลาสติก ABS ผ่านมาตรฐาน มอก. 369-2557 ชิลด์หน้าแบบใสทำจากโพลีคาร์บอเนต และมีช่องระบายอากาศด้านหน้า 4 จุดกับด้านหลัง 1 จุด

ชุดซับในเป็นแบบ 3D ที่รับกับรูปหน้า รองรับคนใส่แว่นตา และถอดซักได้ ส่วนสายรัดคางเป็นแบบตัวเสียบสไลด์บาร์ที่ถอดใส่ได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีห่วงสำหรับคล้องหมวกและรองรับการติดตั้งบลูทูธ ขนาดที่ระบุไว้คือ XL สำหรับรอบศีรษะ 61-62 ซม. (สีดำ รหัสสินค้า 90791-15V01-BL) เหมาะกับเจ้าของ XSR155 หรือคนที่ชอบหมวกเต็มใบลุคคลาสสิก

6. STM Saturn Graphic

STM Saturn Graphic

ภาพจาก : Ooh Alai

STM Saturn Graphic เป็นหมวกลายกราฟิกจาก STM โดยสติกเกอร์โลโก้ STM บนหมวกจะเป็นแบบคละสี [[รอยืนยัน: ประเภทหมวก วัสดุ น้ำหนัก และมาตรฐาน มอก.]] กระจกหน้าที่ให้มาเป็นแบบใสเท่านั้น หากต้องการชิลด์สีดำ (สีอ่อน) ต้องซื้อเพิ่มแยก

ไซซ์มีให้เลือก 3 ขนาด คือ M สำหรับรอบศีรษะ 57 ซม. L สำหรับ 61 ซม. และ XL สำหรับ 62 ซม. เหมาะกับคนที่ชอบหมวกลายกราฟิก และขี่ช่วงค่ำบ่อยจนอยากได้ชิลด์ใสเป็นหลัก

สรุปแล้ว หมวกกันน็อกทั้ง 6 รุ่นนี้มีให้เลือกครบทั้งเต็มใบ ยกคาง และเปิดหน้า ใครขี่ทางไกลหรือใช้ความเร็วเป็นประจำ แนะนำหมวกเต็มใบอย่าง Real Falcon Robotech 2 หรือ TUTTO K3 ที่มีมาตรฐาน ECE เพิ่มจาก มอก. ส่วนคนที่ชอบลุคคลาสสิกอาจถูกใจ Vespa Helmet หรือ Yamaha XSR ที่ออกแบบให้เข้ากับรถของแบรนด์ และถ้าอยากได้ความสะดวกแบบยกคาง RAIDEN FX ก็มีไซซ์ให้เลือกกว้างถึง XXL ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหน ควรลองสวมจริงก่อนซื้อ เช็กเครื่องหมาย มอก. บนหมวกให้ชัด และเปลี่ยนหมวกใบใหม่ทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ แม้ภายนอกจะดูไม่เสียหายก็ตาม

บทความอุปกรณ์-ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ อื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Real Helmets Thailand, Vespa Thailand, AMR OUTLET, TUTTO Helmet, Yamaha TYM, Ooh Alai

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
6 หมวกกันน็อก ยี่ห้อไหนดี ราคาไม่เกิน 3,000 บาท รุ่นไหนน่าใช้ ? โพสต์เมื่อ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 10:49:47
TOP
x close