ฟิล์มรถยนต์เซรามิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 กันร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว

ฟิล์มติดรถยนต์เซารามิก ยี่ห้อไหนดี 2026 กันร้อน ด้านนอกดำให้ความเป็นส่วนตัวสูง ด้านในสว่างไม่ลดทอนทัศนวิสัยในการขับขี่ ปกป้องรังสี UV รถเย็นเร็ว ลดภาระของแอร์รถยนต์

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มรถยนต์สำหรับเมืองไทยคงเป็นอะไรที่คนใช้รถยนต์ขาดไม่ได้ เพราะการติดฟิล์มไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เพื่อเพิ่มความสบายในการขับขี่และโดยสาร ซึ่งปัจจุบัน ฟิล์มรถยนต์ที่ได้รับความนิยมคือประเภทเซรามิก ด้วยคุณสมบัติลดความร้อนจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ห้องโดยสารเย็นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแอร์หนัก ๆ และให้ความเป็นส่วนตัวสูงโดยไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่มากนักจึงเหมาะกับเมืองไทยที่แดดจัด สำหรับร้อนนี้ใครกำลังจะติดฟิล์มใหม่แต่ยังไม่รู้จะเลือกตัวไหนดี เรารวบรวม “ฟิล์มรถยนต์เซารามิก ปี 2026” มาให้พิจารณาพร้อมราคาเบื้องต้นก่อนตัดสินใจได้ตามงบ

ฟิล์มรถยนต์เซรามิก ยี่ห้อไหนดี 2026

1. Master Nano Ceramic IR

Master Nano Ceramic IR

ภาพจาก : master-windowfilm.com

ฟิล์มรถยนต์เซรามิกราคาประหยัดสำหรับใครที่อยากจ่ายน้อย ใช้เทคโนโลยี Nano ในการผลิตฟิล์มเซรามิค ซึ่งมีองค์ประกอบของวัสดุขนาดเล็กมากนอกจากจะเด่นในเรื่องความใสของฟิล์มแล้ว ยังป้องกันทั้งแสง ความร้อน รังสี UV ไปจนถึง รังสีอินฟราเรด (IR) ตลอดจนสีของฟิล์มจะคงทนยาวนานไม่ซีดจาง

ราคาโดยประมาณ

  • รถเก๋งเล็ก ประมาณ 2,900 บาท

  • รถเก๋งกลาง ประมาณ 3,000 บาท

  • รถเก๋งใหญ่ ประมาณ 3,300 บาท

  • SUV / PPV ประมาณ 4,000 บาท

2. Hi-Kool Ceramic Black Night

Hi-Kool Ceramic Black Night

ภาพจาก : hikoolfilm.com

ฟิล์มเซรามิกโทนดำซีรี่ส์ Black Night ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน กัน UV 99% ไม่กวนสัญญาณGPS, Easy Pass มี 2 รุ่น คือ Ceramic Titanium เน้นประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีต่าง ๆ และ Ceramic Black Night เน้นการสะท้อนแสงต่ำ 

ราคาโดยประมาณ

  • รถ Eco / Sedan เล็ก ประมาณ 5,000-7,000 บาท

  • รถเก๋ง / SUV ประมาณ 6,000-9,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV ประมาณ 7,000-10,000+ บาท

3. Blaupunkt Greenland

Blaupunkt Greenland

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Blaupunkt Protection Film - Thailand

เทคโนโลนีนาโนเซรามิกมาตรฐานเยอรมันราคาประหยัด มีคุณสมบัติเฉพาะที่กันความร้อนได้ดี ประสิทธิภาพในการป้องกันแสง UV 100% ลดอินฟราเรด (IR) 92% กันความร้อนรวมได้สูงสุด 75% ดำนอก สว่างใน ช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ

ราคาโดยประมาณ

  • รถ Eco / Sedan เล็ก ประมาณ 6,000-8,000 บาท

  • รถเก๋ง / SUV ประมาณ 7,000-10,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV ประมาณ 9,000-12,000 บาท

4. 3M Ceramic IR Series

3M Ceramic IR Series

ภาพจาก : 3m.co.th

ฟิล์มเซรามิกฟิล์มระดับกลาง-พรีเมียม ของ 3M ราคาถูกกว่า Crystalline แต่มีคุณสมบัติดีกว่าฟิล์มธรรมดาใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิก ช่วยลดความร้อนอินฟราเรด และ UV ได้ดี ไม่รบกวนสัญญาณ GPS / Easy Pass / 5G

ราคาโดยประมาณ

  • รถเก๋งเล็ก ประมาณ 9,000 – 12,000 บาท

  • รถเก๋ง / SUV ประมาณ 12,000 – 18,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV ประมาณ 15,000 – 20,000+ บาท

5. Cardinal Zen

Cardinal Zen

ภาพจาก : cardinalfilm.com

ฟิล์มเซรามิกเน้นทัศนวิสัยชัดด้วยเทคโนโลยี Nano Infusion และเซรามิกตัดแสงเกรดพิเศษสีชาช่วยให้สบายตาลดความอ่อนล้าเมื่อขับขี่ กันความร้อนสูงด้วยสารกันรังสี IR ให้ประสิทธิภาพกันความร้อน รับประกัน 15 ปี 

ราคาโดยประมาณ

  • รถเก๋งเล็ก / Eco ประมาณ 14,000-18,000 บาท

  • รถเก๋ง / SUV ประมาณ 16,000-20,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV / Van ประมาณ 18,000-22,000+ บาท

6. Huper Optik Provision

Huper Optik Provision

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Huperoptikthai

ฟิล์มเซรามิกที่ให้ความเคลียร์ชัดจากภายใน ขับขี่สบายตาแม้ในที่แสงน้อย กันความร้อนรวม (TSER) ได้ดี ผ่านทุกสัญญาณดิจิทัล Easy Pass, GPS, M-Flow แบบ 100%

ราคาโดยประมาณ

  • รถเก๋งเล็ก / Eco ประมาณ 15,000-20,000 บาท

  • รถเก๋ง / SUV ประมาณ 18,000-25,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV / Luxury ประมาณ 22,000-30,000+ บาท

7. X-TRA Cole Meta Ceramic

X-TRA Cole Meta Ceramic

ภาพจาก : xtracolefilms.com

ฟิล์มเซรามิกคุณภาพสูงของ X-TRA Cole ใช้เทคโนโลยี Advance Nano Milion Ceramic ให้เนื้อฟิล์มที่มีความทนทานสูง กันร้อนกัน UVA/UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขยายการรองรับสัญญาณ 5G/WIFI ในรถยุคใหม่ได้ รวมถึงไม่รบกวนระบบ ADAS

ราคาโดยประมาณ

  • รถ Size S รอบคัน 16,000 บาท

  • รถ Size M รอบคัน 17,500 บาท

  • รถ Size L รอบคัน 19,000 บาท

  • รถ Size XL รอบคัน 21,000 บาท

  • รถ Size XXL รอบคัน 23,000 บาท

8. Solar Gard Black Phantom

Solar Gard Black Phantom

ภาพจาก : solargard.co.th

ฟิล์มรถยนต์เซรามิกโทนสีดำสบายตา มองจากภายในชัด ใช้การทับซ้อนประจุเซรามิก 5 ชั้น ความหนาฟิล์ม 2 มม. สะท้อนความร้อนสูงสุดถึง 96% ลดการสะสมความร้อน เย็นเร็วขึ้น ป้องกันรังสี UV ได้สูงถึง SPF 385+ ไม่รบกวนสัญญาณทั้ง ทั้งคลื่น 4G 5G GPS และ Easy Pass

ราคาโดยประมาณ

  • รถเล็ก (Eco / Sedan S) ประมาณ 18,000 บาท

  • รถกลาง (Sedan / SUV) ประมาณ 19,000-21,000 บาท

  • รถใหญ่ / MPV / Van ประมาณ 21,000-23,000 บาท

9. Lamina Digital Ceramatrix

Lamina Digital Ceramatrix

ภาพจาก : laminafilms.com

ฟิล์มรถยนต์เซรามิก 100% เกรดพรีเมียมเทคโนโลยี DigitalBoost กันความร้อนสูง (TSER 50-60%) กัน UV 99% ให้มุมมองชัดใส ไม่รบกวน GPS, Easy Pass หรือระบบช่วยขับขี่ ADAS เป็นต้น

ราคาโดยประมาณ

  • รถเล็ก (S) ประมาณ 31,000 บาท

  • รถกลาง (M) ประมาณ 32,000 บาท

  • SUV (L) ประมาณ 34,000 บาท

  • รถใหญ่ (XL–XXL) ประมาณ 36,500-41,500 บาท

10. V-KOOL Royal Privacy

V-KOOL Royal Privacy

ภาพจาก : v-koolthailand.com

ฟิล์มรถยนต์เซรามิกรุ่นล่าสุดของ V-KOOL ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยเทคโนโลยี XIR ให้ค่าการป้องกันรังสีอินฟาเรดสูงถึง 98% กัน UV 99% และค่าการป้องกันความร้อนรวมสูง 75% 

ราคาโดยประมาณ

  • รถ Eco / Sedan ประมาณ 35,000 – 45,000 บาท

  • รถเก๋งกลาง / SUV ประมาณ 40,000 – 55,000 บาท

  • รถใหญ่ / Luxury / MPV ประมาณ 50,000 – 65,000+ บาท

วิธีเลือกฟิล์มติดรถยนต์

การเลือกติดฟิล์มรถยนต์ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาร่วมด้วยนอกเหนือจากยี่ห้อที่ควรรู้ก่อนติดฟิล์มมี ดังนี้

  • ประเภทหรือชนิดของฟิล์มให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานเป็นหลัก ทั้งคุณภาพและราคาที่เหมาะสม

  • ความเข้มของฟิล์ม ยิ่งมีความเข้มมาก ยิ่งกันแสงแดดได้ดี แต่รบกวนทัศนวิสัยการขับในเวลากลางคืนเมื่อเทียบกับฟิล์มใส ควรศึกษาและสอบถามกับผู้จำหน่ายให้แน่ใจ

  • ร้านหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง มีฟิล์มหลายยี่ห้อเพื่อตัดสินใจ รวมถึงมีการรับประกันหลังการขาย

นอกจากนี้ก่อนการเลือกติดฟิล์มรถยนต์ ควรลองเปรียบเทียบคุณสมบัติ และราคาจากหลายยี่ห้อ หรือจากหลายร้านตัวแทนจำหน่าย เพราะฟิล์มติดรถยนต์นั้นค่อนข้างมีราคาสูง ทั้งจากคุณภาพและการตลาด เราจึงควรพิจารณาและเลือกให้เหมาะสมที่สุด 

ฟิล์มติดรถยนต์มีกี่แบบ

ฟิล์มติดรถยนต์จะมีมากมายหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป รวมถึงในเรื่องของราคาที่มีตั้งแต่หลักพันไปจนหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับเกรดของฟิล์มหรือขนาดของตัวรถ โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. ฟิล์มติดรถยนต์แบบปกติ (Dyed Window Tints) 

ฟิล์มรถยนต์แบบธรรมดา ป้องกันรังสี UV หรือรังสี UV ได้ระดับหนึ่ง อายุการใช้งานไม่ยาวนานนัก แต่ข้อดีคือราคาไม่สูง

2. ฟิล์มติดรถยนต์แบบปรอท (Metallized Window Tints) 

ฟิล์มรถยนต์ชนิดนี้จะมีลักษณะพิเศษคือ ความเงา แวววาว สะท้อนแสงคล้ายผิวกระจก ป้องกันรังสี UV และสะท้อนความร้อนได้ดี เพราะมีส่วนผสมของโลหะซึ่งถูกฝังอยู่นชั้นของฟิล์ม เป็นรอยขีดข่วนยาก แต่อาจรบกวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass เป็นต้น

3. ฟิล์มติดรถยนต์แบบไฮบริด (Hybrid Window Tints) 

ฟิล์มรถยนต์ที่เป็นการผสมระหว่างฟิล์มย้อมสีและฟิล์มสีเมทัลไลซ์ที่มีส่วนผสมของโลหะอยู่ในชั้นฟิล์ม มีคุณสมบัติกรองแสงได้ดี สีไม่ซีด ป้องกันรอยขีดข่วน ราคาค่อนข้างสูง และไม่ค่อยนิยมใช้กัน

4. ฟิล์มติดรถยนต์แบบคาร์บอน (Carbon Window Tints) 

มีลักษณะพื้นผิวไม่เงา ภายในเนื้อฟิล์มมีส่วนผสมอนุภาคคาร์บอนสะท้อนแสง สะท้อนความร้อน ทนทาน กักเก็บความร้อนดี แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในเมืองร้อน

5. ฟิล์มติดรถยนต์แบบเซรามิก (Ceramic Window Tints) 

ฟิล์มรถยนต์ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมสูง ช่วยป้องกันแสงแดดและรังสีต่าง ๆ สามารถลดความร้อนได้สูง นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรง ทนทาน แต่ฟิล์มชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน

นอกจากฟิล์มติดรถยนต์จะช่วยปกป้องรถจากแสงแดด ความร้อน รังสีUV หรือช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้แล้ว ยังช่วยถนอมชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร ลดปัญหาสีซีด วัสดุเสื่อมสภาพได้ช้าลง อย่างไรก็ตามก่อนการติดตั้งฟิล์มรถยนต์ ควรศึกษาข้อมูลแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นให้มั่นใจ รวมไปถึงการเลือกร้านผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน และการรับประกันหลังการขาย รวมถึงควรสอบถามราคาให้ชัดเจนก่อนการติดตั้ง

บทความที่เกี่ยวข้องกับฟิล์มติดรถยนต์

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ฟิล์มรถยนต์เซรามิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 กันร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว อัปเดตล่าสุด 23 เมษายน 2569 เวลา 09:49:48 42,512 อ่าน
TOP
x close