x close

ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมัน 2020 ยี่ห้อไหนดี มีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง

แนะนำยางประหยัดน้ำมัน ปี 2020 สำหรับใครที่กำลังจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง อยากได้ยางรถยนต์ดี ๆ ใช้แล้วช่วยประหยัดน้ำมัน แบรนด์ดัง Bridgestone, Michelin, Yokohama, Dunlop และ Goodyear มีรุ่นอะไรบ้าง

สำหรับผู้ใช้รถในยุคนี้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนยางเลือกหายางชุดใหม่มาใช้งาน สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือการมองหายางรถยนต์ที่มีคุณสมบัติช่วยประหยัดน้ำมันเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งในปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตต่างก็พัฒนายางที่มีคุณภาพออกมาเป็นตัวเลือกมากมาย

แต่คำถามก็คือ ยางรถยนต์ ที่ผู้ผลิตทั้งหลายบอกว่าเป็น ยางประหยัดน้ำมัน จะสามารถช่วยเราประหยัดได้จริงหรือไม่ ฉะนั้นลองมาทำความเข้าใจกันก่อนสักนิด เพื่อจะได้เลือกซื้อยางให้เหมาะกับรถยนต์ของแต่ละท่านมากที่สุด

ยางประหยัดน้ำมัน

ยางประหยัดน้ำมัน คืออะไร

อธิบายแบบง่าย ๆ ได้ว่า ยางประหยัดน้ำมัน คือยางที่มีส่วนผสมของสาร Silica Filter แทนการใช้คาร์บอน มีคุณสมบัติในการทนความร้อนได้ดีกว่าเมื่อเกิดแรงเสียดทานในขณะขับขี่ ส่งผลให้เนื้อยางไม่เหนียวเกาะถนนมากเกินไป ทำให้เครื่องยนต์ไม่สูญเสียกำลังขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ไปโดยไร้ประโยชน์ นั่นหมายความว่าในปริมาณน้ำมันเท่ากัน รถยนต์ก็จะสามารถแล่นไปได้ไกลมากขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ได้นั่นเอง

คราวนี้เราก็มาลองดูกันว่าในปัจจุบันนี้ มียางประหยัดน้ำมันจากผู้ผลิตแต่ละค่าย มีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจและมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง

ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมันน่าใช้ปี 2020

1. Bridgestone Ecopia

ยางประหยัดน้ำมัน

ภาพจาก bridgestone.co.th

ยางประหยัดน้ำมันจาก Bridgestone โดยในซีรีส์ Ecopia นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมัน เกาะถนนบนพื้นเปียกอย่างมั่นใจพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มสบาย และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย 

Bridgestone Ecopia มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่

  • Ecopia EP300

    • เหมาะสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เช่น Toyota Vios, Altis, Camry หรือ Honda Jazz, City, Civic, Accord เป็นต้น

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 15 - 17 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 2,800 บาท ในรุ่นขอบ 15 นิ้่ว ถึง 4,800 บาท ในรุ่นขอบ 17 นิ้ว

  • Ecopia H/L001 

    • เหมาะสำหรับรถ SUV และรถครอสโอเวอร์ เช่น Toyota C-HR, Mitsubishi Pajero Sport, Honda CR-V, MG GS เป็นต้น

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 16 - 20 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 4,400 บาท ในรุ่นขอบ 16 นิ้ว ในรุ่น 19 นิ้วขึ้นไป อาจต้องมีการเช็กราคาหน้าร้านอีกครั้ง

2. Michelin Energy

ยางประหยัดน้ำมัน

ภาพจาก michelin.co.th

ยางประหยัดน้ำมันจาก Michelin ที่เน้นในเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ชูจุดเด่นในเรื่องของระยะเบรกที่สั้น และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยเนื้อยาง Full Silica สูตรเฉพาะของ Michelin ให้ความยืดหยุ่นสูง ช่วยปรับหน้ายางตามสภาพการยึดเกาะถนนได้เต็มที่ ขับบนถนนลื่นเปียกก็มั่นใจ และใช้งานได้ยาวนานกว่ายางทั่วไปถึง 25% 

Michelin Energy มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่

  • Michelin Energy XM2

    • เหมาะสำหรับรถเก๋งซีดานขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ทั่วไป รถยุโรปและรถญี่ปุ่นบางรุ่นติดตั้งให้เป็นยางจากโรงงานเลย

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 16 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 4,500 บาท ในรุ่นขอบ 16 นิ้ว

  • Michelin Energy XM2+

    • เหมือนกับ XM2 แทบทุกอย่าง แต่เป็นรุ่นใหม่กว่า และมีระยะเบรกที่สั้นกว่า 

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 16 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 2,100 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 3,600 บาท ในรุ่นขอบ 16 นิ้ว

3. Yokohama BluEarth 

ยางประหยัดน้ำมัน

ภาพจาก yokohamathailand.com

ยางรถที่มีสมรรถนะสมดุลในทุก ๆ ด้าน สร้างมาเพื่อประหยัดน้ำมันและความปลอดภัยในทุกสภาพถนน ด้วยเทคโนโลยี Nano Blend Compound ที่ควบคุมปฏิกิริยาทางเคมีของส่วนผสมโพลีเมอร์และไมโครซิลิกา ช่วยลดความร้อนและแรงต้านทานการหมุน นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีน้ำมันส้ม (Orange Oil) สูตรเฉพาะของ Yokohama ที่ทำให้เนื้อยางนุ่ม เพิ่มการยึดเกาะ และให้ความรู้สึกแบบนุ่มเงียบในขณะขับขี่อีกด้วย

ยางประหยัดน้ำมันจาก Yokohama มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่

  • Yokohama BluEarth ES ES32 

    • เหมาะสำหรับรถยนต์ซีดานทั่วไป เน้นในเรื่องของความแข็งแรงของเนื้อยาง และความนุ่มนวลในการขับขี่แบบครอบครัว

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 17 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 3,300 บาท ในรุ่นขอบ 17 นิ้ว

  • Yokohama BluEarth GT AE51

    • เหมาะสำหรับรถยนต์ซีดานทั่วไปเช่นเดียวกับ ES32 แต่เน้นในเรื่องของการขับเร็ว ระยะทางไกลแบบ Touring มากกว่าจะเป็นยางของรถครอบครัว

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 20 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 8,500 บาท ในรุ่นขอบ 20 นิ้ว

4. Dunlop Enasave

ยางประหยัดน้ำมัน

ภาพจาก dunloptire.co.th

อีกหนึ่งแบรนด์มาตรฐานของผู้ใช้รถทั่วไป เนื่องจากหาซื้อง่าย และมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน อายุการใช้งาน การขับขี่ที่นุ่มสบาย และยังเป็นยางติดรถมาจากโรงงานในบางรุ่นอีกด้วย

ยางประหยัดน้ำมันจาก Dunlop มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่

  • Dunlop Enasave EC300

    • เหมาะสำหรับรถซีดานและรถครอสโอเวอร์ทั่วไป หรือ SUV ก็ได้

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 17 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 3,100 บาท ในรุ่นขอบ 17 นิ้ว

  • Dunlop Enasave EC300+

    • เหมาะสำหรับรถซีดานและรถครอสโอเวอร์ทั่วไป หรือ SUV เหมือนกับ EC300 แต่เกรดยางและการออกแบบจะพรีเมียมกว่า 

    • มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 14 - 17 นิ้ว

    • ราคาเริ่มต้นที่ 2,100 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้่ว ถึง 4,400 บาท ในรุ่นขอบ 17 นิ้ว

5. Goodyear Excellence

ยางประหยัดน้ำมัน

ภาพจาก goodyear.co.th

นวัตกรรมล่าสุดของ Goodyear เทคโนโลยีไฮโดรเทรด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียก ดอกยางออกแบบเป็นลักษณะอสมมาตร เพิ่มสมรรถนะในการควบคุมทิศทาง แน่นอนว่าประหยัดน้ำมันและนุ่มเงียบอีกด้วย และอีกหนึ่งจุดเด่นของ Goodyear Excellence คือ เป็นยาง run on flat คือยางที่สามารถวิ่งได้โดยไม่มีลมยางเมื่อเกิดการรั่วซึม แก้มยางมีความแข็งแรง มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

  • Goodyear Excellence มีขนาดยางรองรับล้อขอบ 15 - 17 นิ้ว

  • เหมาะสำหรับรถซีดานทั่วไป ที่เน้นการขับขี่แบบนุ่มนวลมากกว่าขับเร็ว

  • ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,800 บาท ในรุ่นขอบ 14 นิ้ว และ 3,000 บาท ในรุ่นขอบ 17 นิ้ว

สำหรับผู้ที่กำลังมองหายางรถยนต์เส้นใหม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของยางแต่ละรุ่นได้ที่ผู้จำหน่าย และอย่าลืมว่า ยางรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะช่วยให้ประหยัดได้มากขึ้นเท่านั้น ปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่พฤติกรรมการขับของแต่ละคนอยู่ดี และรวมถึงเรื่องอื่น ๆ อย่างเช่น การดูแลรักษาเครื่องยนต์ สภาพถนน น้ำหนักบรรทุก ที่ล้วนมีผลต่ออัตราการใช้น้ำมันทั้งสิ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมัน 2020 ยี่ห้อไหนดี มีรุ่นไหนให้เลือกบ้าง โพสต์เมื่อ 13 เมษายน 2563 เวลา 11:16:43 155,675 อ่าน
TOP