


เปิดตัวแล้วสำหรับรถกระบะพรีเมียมพันธุ์แท้คันแรกของ Mercedes-Benz ค่ายรถหรูจากเยอรมนีที่หันมาจริงจังบนเส้นทางนี้เพื่ออุดช่องว่างระหว่างรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถเชิงพาณิชย์ เช่นเดียวกับที่ Mercedes-Benz เคยทำมาแล้วกับตลาดรถตู้ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz Vito และ V-Class ซึ่งครั้งนี้เป็นการรุกสู่ตลาดรถกระบะขนาดกลาง โดยพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดียวกับ Nissan Navara โฉมปัจจุบัน แต่ดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในรวมถึงกลุ่มเป้าหมายหลักนั้นก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ จะแบ่งระดับการตกแต่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่


- X-Class PURE ที่เป็นรุ่นพื้นฐานโล้น ๆ สำหรับงานบรรทุกจริงจังแบบรถเชิงพาณิชย์ แต่ภายในก็ยังสะดวกสบายพอสำหรับการโดยสาร (คันสีดำ Kabara Black Metallic)


- X-Class PROGRESSIVE ระดับการตกแต่งที่เน้นความหรูหรา สะดวกสบายแบบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากกว่าระดับการตกแต่ง PURE (คันสีเหลือง Limonite Yellow Metallic)


- X-Class POWER ระดับการตกแต่งสูงสุด หรูหราสุด สะดวกสบายและอุปกรณ์ครบที่สุด แบบไลฟ์สไตล์ปิกอัพสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง (คันสีขาว Bering White Metallic)


ทั้งนี้ในเรื่องดีไซน์ของ Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ นั้นอาจมีบางจุดที่ชวนให้นึกถึง Nissan Navara อยู่บ้าง แต่การออกแบบด้านหน้าก็บ่งบอกความเป็น Mercedes-Benz ไว้ชัดเจน ด้วยกระจังหน้าและโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่และไฟหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายเป็นแนวตั้งทรง C-Shaped ซึ่งไม่หวือหวาจนต่างจากรถกระบะปกติทั่วไปนัก (ไฟหน้าและไฟท้าย LED มีเฉพาะระดับการตกแต่งสูงสุด POWER)

ส่วนมิติตัวถังของ Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ นั้นกว้างถึง 1,920 มม. (ไม่รวมกระจกมองข้าง) ยาว 5,340 มม. และสูง 1,819 มม. ซึ่งใหญ่กว่า Nissan Navara ทุกมิติอยู่พอสมควรแต่ระยะฐานล้อเท่ากันที่ 3,150 มม. สามารถบรรทุกหนักได้สูงสุดถึง 1.1 ตัน และลากจูงได้ 1.65-3.5 ตัน (ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์) และฝาท้ายถูกออกแบบให้เปิดได้ถึง 180 องศา มากกว่ารถกระบะทั่วไปคือสามารถห้อยตั้งฉากกับพื้น ขณะที่ล้ออัลลอยมีให้เลือกถึง 5 ลาย 3 ขนาด คือ ลาย 6 ก้าน ขนาด 17 นิ้ว, ลาย 6 ก้านคู่และ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว กับล้อขนาด 19 นิ้ว มีให้เลือกสองลาย คือ 6 ก้านคู่ กับซี่ถี่ multi-spoke อีกหนึ่งลาย ซึ่งล้อขนาด 19 นิ้ว นี้จะมีให้เลือกเฉพาะระดับการตกแต่ง PROGRESSIVE และ POWER เท่านั้น


ทางด้านภายในก็เป็นไปอย่างที่เห็นคือแตกต่างจาก Nissan Navara อย่างสิ้นเชิง เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยช่องแอร์ทรงกลมรวม 6 ช่อง มีมาตรวัดที่ยกมาจาก Mercedes-Benz C-Class ส่วนจออินโฟเทนเมนต์ที่ตั้งอยู่บนแผงหน้าปัดนั้นมีขนาด 5.4 นิ้ว ใช้แสดงข้อมูลการเดินทาง ระบบนำทาง และโทรศัพท์ซึ่งควบคุมได้ผ่านหน้าจอนี้ นอกจากนี้ Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ ยังติดตั้งปุ่ม COMAND และ Touchpad บริเวณคอนโซลกลางเพื่อใช้เป็นจุดศูนย์กลางในการควบคุมอุปกรณ์เหมือน Mercedes-Benz รุ่นอื่น ๆ





ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด Mercedes-Benz X-Class ระดับการตกแต่ง POWER จะติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน THERMOTRONIC ซึ่งจะช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้สบายมากที่สุดด้วยเซนเซอร์วัดอุณหภูมิห้องโดยสารและแสงแดด เพื่อปรับสภาพและการไหลเวียนของอากาศภายในกับนอกรถให้เหมาะสมสำหรับผู้โดยสาร
- Mercedes-Benz X 220 d
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาดความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิด 403 นิวตันเมตร ที่ช่วง 1,500-2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 12.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 172 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.6 ลิตร/100 กม.
- Mercedes-Benz X 220 d 4MATIC (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาดความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิด 403 นิวตันเมตร ที่ช่วง 1,500-2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 12.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.7 ลิตร/100 กม.
- Mercedes-Benz X 250 d
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาดความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ช่วง 1,500-2,500 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 10.9 วินาที (เกียร์อัตโนมัติ 11.4 วินาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ 184 กม./ชม. (เกียร์อัตโนมัติ 179 กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.4 ลิตร/100 กม. (เกียร์อัตโนมัติ 7.7 ลิตร)
- Mercedes-Benz X 250 d 4MATIC (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาดความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ช่วง 1,500-2,500 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 11.1 วินาที (เกียร์อัตโนมัติ 11.8 วินาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. (เกียร์อัตโนมัติ 175 กม./ชม.) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 7.7 ลิตร/100 กม. (เกียร์อัตโนมัติ 7.9 ลิตร)
อย่างไรก็ตามสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ที่จะใช้กับรุ่นย่อยสูงสุดของ Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ ซึ่งประจำการใน Mercedes-Benz G-Class และ E-Class รุ่นปัจจุบัน จะเปิดตัวช่วงกลาง ปี 2018 โดยจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-TRONIC PLUS พร้อมแพดเดิลชิฟต์ที่พวงมาลัย และมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยจะมีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ Comfort, ECO, Sport, Manual และ Offroad


Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ ทุกรุ่นย่อยจะใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระดับเบิลวิชโบน คอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊สพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นคานแข็งแบบมัลติลิงก์ คอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊สพร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ระบบความปลอดภัยในจะเป็นไปตามมาตรฐานของรถพรีเมียมทั่วไป เช่น ถุงลมนิรภัย 7 จุด ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, บริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่, ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย โดยถุงลมนิรภัยคู่หน้าจะพองตัวได้สองระดับและฝั่งผู้โดยสารจะไม่พองตัวเมื่อไม่มีผู้โดยสารนั่งหรือติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กบนตำแหน่งดังกล่าว

นอกจากนี้ Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบรักษาช่องทางจราจร (Lane Keeping Assist), ระบบป้องกันการชนและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Braking Assist), ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (Traffic Sign Assist), กล้องมองหลังพร้อมแสดงภาพแบบ 360 องศา, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (cruise control) รวมถึงระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง เป็นต้น
Mercedes-Benz X-Class 2018 ใหม่ จะเริ่มทำตลาดในยุโรปเป็นที่แรกในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ต่อด้วยแอฟริกาใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในปี 2018 ส่วนอาร์เจนตินากับบราซิลต้องรอถึง ปี 2019 ส่วนราคาจำหน่าย Mercedes-Benz ยังไม่ประกาศ และไทยจะมีจำหน่ายโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือไม่อันนี้ก็คงต้องลุ้น











