
คล้อยหลังมาสักพัก ช่วงปลายเดือนมิถุนายน มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย ก็จัดทริปเทสต์ไดรฟ์ Mitsubishi Mirage 2017 (มิตซูบิชิ มิราจ 2017) และ Mitsubishi Attrage 2017 (มิตซูบิชิ แอททราจ 2017) ให้แก่สื่อมวลชน ได้สัมผัสรถคันจริงกับการเปลี่ยนแปลงรวม 12 รายการ ดูดีขึ้น ใช้งานสะดวก และคุ้มค่า คุ้มราคา ผ่านเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางรวมเกือบ 300 กม. ที่แบกผู้โดยสาร 4 คนเต็มคันรถ เป็นอย่างไรบ้าง มารับชมกันเลย


- ปรับขอบยางกระจกบังลมหน้า ให้ยาวปิดแนบสนิทมากขึ้น ส่งผลให้เสียงรบกวนห้องโดยสารดีกว่าเดิม
- กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ (เฉพาะ มิตซูบิชิ แอททราจ 2017)
- ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ (เฉพาะ มิตซูบิชิ แอททราจ 2017)

- ชุดเครื่องเสียงใหม่รองรับ apply car play
- ปุ่มรับ-วางสาย โทรศัพท์ที่พวงมาลัย
- สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมลำโพงรับเสียงบริเวณหลังคา
- ปุ่มฟังก์ชั่น สำหรับใช้ระบบครูซคอนโทรล
- หัวเกียร์ดีไซน์ใหม่แบบหุ้มหนัง

- ปรับตำแหน่งช่อง USB ใช้งานได้ง่ายขึ้น
- เบาะด้านหลัง เพิ่มพนักพิงศีรษะ เป็น 3 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
เริ่มต้นเดินทาง แบ่งทีมลงรถแต่ละกัน โดนกระปุกคาร์ได้โอกาสสัมผัส Mitsubishi Mirage 2017 (มิตซูบิชิ มิราจ 2017) จากปีที่แล้วเพิ่งเปลี่ยนโฉมภายนอกและเพิ่มเติมฟีเจอร์มาเพียบ อาทิ ระบบเตือนกันชนด้านหน้า และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์หากมีการเหยียบคันเร่งรุนแรงเมื่อเซ็นเซอร์จับได้ว่ามีสิ่งกีดขวางที่เสี่ยงให้ชน

รูปโฉมภายนอก ทะมัดทะแมงลงตัวขึ้นเยอะ ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เด่นสุดที่ชุดไฟหน้าโคมโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ Spectrum LED ที่อยู่ในโคมเดียวกัน

ชุดกันชน ตกแต่งด้วยโครเมียมที่ลากยาวจรดไฟตัดหมอก และแถบด้านบนเดินเส้นสายต่อเนื่องกับไฟเดย์ไลท์ LED โดยส่วนตัวให้คะแนนตรงนี้ ดูดีกว่าโฉมก่อนเยอะ ถูกจริตครับ

ส่วนขนาด ทรง และมิติรถไม่เปลี่ยนแปลงจากโฉมก่อน

ด้านภายในเปลี่ยนเยอะพอสมควร แรกเห็นชุดเบาะหนังเดินด้ายสีแดง ดูดีขึ้นมาก ๆ เท่าที่สำรวจตะเข็บเนียนเรียงสวย เบาะหนังสังเคราะห์ให้สัมผัสนุ่มดี แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง บอกเลยจงทะนุถนอมเบาะให้ดี เพราะใช้ไปเรื่อย ๆ จะเริ่มมีอาการหนังยืดจนยับ


โดยรวมภายในห้องโดยสารดูดีขึ้นมากจริง ๆ ทั้งการตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็ค โครเมียม ให้อารมณ์สปอร์ต สอดรับกับภายนอกใหม่ที่ทิ้งคราบความคิกขุซะไม่เหลือ

(ฝั่งซ้ายมีช่องเก็บของ)
แต่ก็มีจุดขัดใจอย่างหนึ่งคือที่เท้าแขนก็ใช้เปียโนแบล็ค ที่วางแขนแล้วไม่ค่อยสบาย แถมยังดูมันและสกปรกง่ายไป อีกจุดคือช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะ เจ้ากรรมให้มาแค่ฝั่งเดียว วัยรุ่นเซ็งสุด

ด้านความโปร่งในห้องโดยสาร ถือว่าโล่งโปร่ง มีพื้นที่เข่าเหลือ ๆ รวมถึงเฮดรูมเป็นคืบ (ผู้เขียนสูง 177 ซม.) สูงยาวเข่าดีแค่ไหนก็รับรองได้ว่า นั่งเลื้อยใน Mitsubishi Mirage 2017 (มิตซูบิชิ มิราจ 2017) สบาย

ลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่าง ชุดเครื่องเสียง เสียบสายง่ายขึ้น ต่อปุ๊บ Apple Car Play เด้งทำงานทันที ไม่มีปัญหาในจุดนี้ ทดสอบลองเล่น สั่งจากจอ สั่งจากมือถือ รวมถึงสั่งจากพวงมาลัย เรียบลื่น ส่วนเสียงลำโพงแค่พอฟังได้ เสียงตัน เบสหนัก (ลองปรับจูนหมดแล้ว) รายละเอียดไม่ค่อยได้ ไม่เสนาะหู

ต่อด้วยทดสอบระบบครูซคอนโทรล หลังจากทดสอบใช้จริง พบว่าใช้การยากมากกับชุดเรือนไมล์ ที่เป็นอนาล็อคก อยากล็อกความเร็วให้ไม่เกิน 90 กม./ชม. ให้ผ่านการจับความเร็ว ก็อาจพลาดได้ง่าย หรือแม้กระทั่งจำไม่ได้ว่าคราวที่แล้วล็อกความเร็วที่เท่าไหร่ เอาเป็นว่าเหมาะใช้สำหรับพักเท้าเวลาทางโล่ง ถ้าหากปรับแสดงผลที่จอดิจิเล็ก ๆ จะใช้ได้ง่ายกว่านี้เยอะ

ด้านการขับขี่ ควบคุม ต้องบอกเลยว่าง่ายเหมาะสมเป็นซิตี้คาร์ กะระยะง่าย การฟรีของพวงมาลัยแทบไม่มีเลี้ยงคือล้อเบี่ยงตาม พวงมาลัยเบา วงเลี้ยวธรรมชาติ ช่วงใช้ความเร็วดูหนืดขึ้นเล็กน้อย
แต่การที่ระยะฟรีพวงมาลัยต่ำใช้เดินทางไกลจะเหนื่อยกว่าปรกติ เพราะต้องประคองตั้งตรง (ซึ่งทำได้ยาก) เมื่อขับ ๆ ไปต้องประคองซ้าย ประคองขวานิด ๆ อยู่เรื่อย รวมถึงหากเจอพื้นถนนที่ไม่เรียบ อาการฝืนล้อก็ส่งมาที่พวงมาลัยแบบรู้สึกได้ ทั้งหมดนี้คือฟีลลิ่งของพวงมาลัย ที่ใครชอบก็ไปลองเองกันอีกครั้ง

ช่วงล่างน่าประทับใจอยู่ไม่น้อย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น รถแบกน้ำหนัก 4 ผู้โดยสาร แต่การวิ่งช่วงทำทางแถวบ้านบึง ไม่ได้สะท้านกันจนคลื่นไส้ พอรับรู้ถึงผิวถนน อยู่ในระดับกลางเกือบเยี่ยมแล้ว บางโค้งก็ทำความเร็วเฉียดร้อย แต่อาการรถยังดี ก็ต้องยกเป็นผลงานให้ช่วงล่าง
เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ผ่านการทดสอบมาตรฐานอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ (ECO Sticker) สูงสุด 23.8 กม./ลิตร
การเทสต์ไดรฟ์ครั้งนี้ก็วัดผลได้อย่างดี แม้ตัวรถแบกน้ำหนัก 4 ผู้โดยสาร มีบางช่วงวิ่งเข้ามอเตอร์เวย์ก็สามารถทำความเร็ว เร่งแซงตามจังหวะได้ เรื่องการทำความเร็วก็สามารถถูกเครื่องยิงตรวจจับความเร็วส่งใบมาที่บ้านได้ไม่ยาก

เรื่องความประหยัดล่ะ ? ทริปนี้ไม่ได้มีการเติมน้ำมันระหว่างทางแต่อย่างใด มีผู้โดยสารทั้งหมด 4 คน เต็มคันรถ สามารถไป-กลับ กรุงเทพฯ-ระยอง ในระยะเกือบ 300 กม. โดยมีน้ำมันเหลือขีดสุดท้าย และกะพริบเตือน รวมเวลาที่สตาร์ทเครื่องยนต์ประมาณ 6 ชม. จากความจุถังน้ำมันที่ 35 ลิตร ขาดว่าคงคำนวณกันคร่าว ๆ ได้ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ
หากมองตามสเปค ECO Sticker รถอีโคคาร์ของมิตซูบิชิ ทำได้เป็นอันดับสองของกลุ่ม นั่นก็เพราะอานิสงส์ของเครื่องยนต์ที่เป็น 3 กระบอกสูบนั่นเอง
ราคาจำหน่าย Mitsubishi Mirage |
|||
รุ่นย่อย |
รุ่นปี 2016 | รุ่นปี 2017 |
ราคาที่เปลี่ยนแปลง |
GLX MT |
444,000 | 457,000 | +13,000 |
GLX CVT |
478,000 | 491,000 | +13,000 |
GLS CVT |
544,000 | 557,000 | +13,000 |
GLS Ltd. CVT |
572,000 | 596,000 | +24,000 |
จากทั้งหมดที่กล่าวมา สุดท้ายราคาจำหน่ายของ Mitsubishi Mirage 2017 (มิตซูบิชิ มิราจ 2017) ถือว่าทำได้ดี แค่เบาะหนังราคาก็น่าเกินแล้ว แถมยังได้รับการปรับปรุงอีกหลายส่วน
สรุปส่วนตัวจากผู้เขียน
- รูปลักษณ์ทั้งภายนอก ภายในตอนนี้ กลับเข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกครั้งสำหรับผู้ที่หาซิตี้คาร์ไว้ใช้งานสักคัน แถมตอนนี้ทางมิตซูบิชิกล้ารับประกัน โหดมาก ๆ กับโปร 3553
- ทริปนี้พิสูจน์ให้เห็นเลยว่า อีโคคาร์ขนาดกะทัดรัดสามารถแบกผู้โดยสารเต็มคัน วิ่งออกต่างจังหวัดได้ไม่มีปัญหาทั้งการเร่ง การแซง และเหมาะมากหากวิ่งในเมืองง่าย ทั้งการควบคุม จะเข้า จะออก จอดก็สะดวก
ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เลือกเชิญกระปุกคาร์ และอำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ













