10 คันเกียร์ ที่ดีไซน์ได้แปลกและแหวกแนวมากที่สุด

คันเกียร์รถยนต์

          รวม 10 คันเกียร์ จากรถ 10 รุ่น ที่ผู้ผลิตกล้าคิดนอกกรอบและออกแบบให้แตกต่างตั้งแต่การดีไซน์ไปจนถึงวิธีใช้งานจนบางทีต้องนั่งงงว่าต้องทำอย่างไรกับมันดี
          
          คันเกียร์ของระบบส่งกำลังไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรืออัตโนมัติในรถยนต์ที่เราคุ้นเคยนั้นอาจมีขนาด รูปร่าง หน้าตาและตำแหน่งติดตั้งแตกต่างกันไปก็จริง แต่ส่วนใหญ่ที่นิยมกันก็มักจะมีรูปแบบคล้าย ๆ กัน แต่ก็มีรถอยู่บางส่วนที่คิดนอกกรอบและออกแบบให้ “คันเกียร์” ผิดแปลกแตกต่างไปจากรูปแบบเดิมไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ในแง่ของความสวยงามอย่างเดียวหรือเหตุผลอื่นก็ตาม ซึ่ง popularmechanics.com ได้รวบรวม 10 คันเกียร์ในรถยนต์ที่เรียกได้ว่าโดดเด่นแปลกตามากที่สุดมาให้ชมกัน ลองไปดูกันเลยว่าคุณเคยเห็นหรือเคยได้ใช้งานกันมาแล้วหรือไม่

          - คอร์ด 810/812 ปี 1936-1937 (Cord 810/812)

คันเกียร์รถยนต์

          Cord 810/812 เป็นรถอเมริกันหรูที่ออกแบบฐานคันเกียร์ของระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 4 สปีด (Semi-Automatic หรือ Preselector Gearbox) ได้เก๋ไก๋แปลกตามาก โดยเป็นก้านยื่นมาจากคอพวงมาลัย ตรงปลายเป็นโครเมียมเงาวับทรงกระบอกที่มีก้านเล็ก ๆ ยื่นมาจากร่องเกียร์ แต่ทั้งนี้ในส่วนของ Preselector Gearbox ไม่ใช่ของแปลกในช่วงยุค 1930 โดยหลักการทำงานของมันคือสามารถกดเลือกเกียร์ถัดไปรอไว้ล่วงหน้าเมื่อจังหวะผู้ขับขี่จะต้องเปลี่ยนเกียร์ก็เหยียบคลัทช์และปล่อย แม้อาจจะดูยุ่งยากแต่ก็ให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วกว่าซึ่งระบบเกียร์แบบนี้ก็ถูกใช้ในรถแข่งกรังด์ปรีซ์อย่าง Auto Union Type D ในยุคนั้นด้วยเช่นกัน
 
          - ซีตรอง 2ซีวี ปี 1948-1990 (Citroen 2CV)

คันเกียร์รถยนต์

          Citroen 2CV หรือฉายาเจ้าลูกเป็ดขี้เหร่ แม้จะไม่ได้มีคันเกียร์แปลกตาในเรื่องความสวยงามแต่ถ้าว่ากันเรื่องการออกแบบทางด้านวิศวกรรมนั้นถือว่าชาญฉลาดมากเพราะคันเกียร์โผล่มาจากผนังกั้นห้องโดยสารด้านหน้าซึ่งโยงมาจากชุดเกียร์ท้ายเครื่องยนต์หน้ารถ จึงทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารเล็ก ๆ นั้นกว้างขวางด้วยการออกแบบพื้นตัวถังให้ราบเรียบได้ไม่ต้องมีอุโมงค์เกียร์ให้เกะกะเลยสักนิดและด้วยการจัดวางแบบนี้ทำให้จังหวะการเข้าเกียร์ของ Citroen 2CV นั้นจำเป็นต้องแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปคือ ใช้การพลิกหัวเกียร์ซ้าย-ขวา เพื่อดันเข้า-ดึงออกแล้วแต่ตำแหน่งเกียร์ ถึงจะฟังดูน่าสับสนแต่ใช้งานไม่ยาก และ ซีตรอง อามี (Citroen AMI) รวมถึงซีตรอง เมฮาริ (Citroen Mehari) ก็มีเกียร์แบบนี้เหมือนกัน
 
          -  เชฟโรเลต ยุค 70 (Chevrolet 70’s)

คันเกียร์รถยนต์

          ในยุค 1970 (รวมถึงปลาย ๆ 60) เหล่ารถอเมริกันกล้ามโตหรือมัสเซิลคาร์ของ GM ได้ใช้คันเกียร์อัตโนมัติทรงเกือกม้าที่เท่มาก ๆ ซึ่งเรียกว่า Horseshoe Ratchet ถึงแม้จะไม่มีอะไรพิเศษในทางเทคนิคแต่ก็เป็นงานออกแบบที่เท่และน่าจดจำมาก โดยรถที่มีโอกาสได้ใช้เกียร์แบบนี้นั้นก็มีหลายรุ่น เช่น Chevrolet Camaro ทั้งเจเนอเรชั่น 1 และ 2, Chevrolet Chevelle และ Chevrolet Impala เป็นต้น
 
          - ซีตรอง เอสเอ็ม ปี 1970-1975 (Citroen SM)

คันเกียร์รถยนต์

          Citroen SM นั้นเป็นรถสปอร์ตทรง GT ที่ล้ำสมัยมาก ซึ่งแนวคิดที่ล้ำสมัยหรือที่เรียกว่าอาวองการ์ด (Avantgarde) นั้นมีมาตั้งแต่ Citroen Traction Avant ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque) มาตั้งแต่ปี 1934 แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Citroen SM ถึงเป็นรถที่ออกแบบคันเกียร์ 5 สปีด ได้ออกมาหน้าตาโมเดิร์นงดงามล้ำหน้าแตกต่างจากรถในยุคเดียวกันหลายสิบปี และไม่เพียงแค่เกียร์เท่านั้นระบบพวงมาลัยอัตราทดไวยิ่งยวด ดิราวี (Diravi) ก็ยังถือเป็นของวิเศษในปัจจุบัน และรถรุ่นนี้ก็ใช้เครื่องยนต์ Maserati (ที่ Citroen ไปเทคโอเวอร์มา) ซึ่งทำความเร็วได้ถึง 220 กม./ชม. เลยทีเดียว
          
          - โอลด์สโมบิล เฮิร์สท์ ไลท์นิ่ง รอดส์ (Oldsmobile Hurst Lightning Rods)

คันเกียร์รถยนต์

          เกียร์สามหัวหน้าตาประหลาดนี้ถูกนำมาติดตั้งในรถอเมริกันขนาดคอมแพคท์รุ่นพิเศษกำลังแรงฉลองครบรอบ 15 ปี ความสัมพันธ์อันหวานชื่นของ Hurst กับ Oldsmobile โดยทั้ง 2 ได้ร่วมมือกันหลังจากที่ Oldsmobile ออกรุ่น Cutlass Supreme (คัทลาส สุพรีม เป็นเวอร์ชั่น 2 ประตู คู้ป ขับเคลื่อนล้อหลัง) จนให้กำเนิดทายาทออกมาใช้ชื่อว่า Hurst/Olds ซึ่งเจ้าเกียร์สามหัวนี่ก็เป็นผลงานของ Hurst ที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งทางตรงหรือ Drag Racing ด้วยเกียร์อัตโนมัติ โดยคันเกียร์ซ้ายสุดนั้นจะมีแพทเทิร์นคล้ายเกียร์อัตโนมัติปกติคือ P (Park) R (Reverse) N (Natural) OD (Over Drive) และ D (Drive) ส่วนคันโยกขวามือสุดจะเป็นจังหวะ 1 ส่วนคันโยกตรงกลางจะเป็นจังหวะที่ 2 ส่วนการใช้งาน หากจะเลื่อนคันเกียร์ก็ต้องกดปุ่มโครเมียมด้านบนทุกครั้ง

          และเมื่อไหร่ที่อยากจะสับเกียร์เล่นแบบเกียร์ธรรมดาสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือเลื่อนคันเกียร์ซ้ายสุดมาที่ตำแหน่ง D หากอยากจะตบเข้าเกียร์ 1 ก็ดันคันเกียร์ที่เหลือทั้ง 2 อันมาล่างสุด จังหวะเกียร์ 2 ก็ดันคันเกียร์ขวาสุดตามขึ้นบน เข้าเกียร์ 3 ก็ดันคันเกียร์ตรงกลางขึ้นบนตามไป ส่วนเกียร์สุดท้ายที่เป็นโอเวอร์ไดรฟ์ (OD) ก็เลื่อนคันเกียร์ซ้ายสุดจากตำแหน่ง D ไป OD หากจะถามว่าทำไมต้องยุ่งยากขนาดนี้คำตอบคือ “ก็นี่มันยุค 80 ไม่มีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัยให้ใช้แต่คุณยังสามารถเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติได้รวดเร็วเร้าใจราวกับเกียร์ธรรมดาได้ไงล่ะ (ถ้าไม่งง)”
 
          - เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเค-จีทีอาร์ ปี 1998-1999 (Mercedes-Benz CLK-GTR)

คันเกียร์รถยนต์

          หัวเกียร์สีเงินลูกกลม ๆ ที่โผล่อยู่ในตำแหน่งคันเกียร์ของรถแข่งอย่าง Mercedes-Benz CLK-GTR ทำหน้าที่เพียงแค่ใช้เลือกเดินหน้าหรือถอยหลังเท่านั้น ส่วนการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงนั้นจะใช้แพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัยแทน ซึ่งด้วยข้อกำหนดของ FIA ที่กำหนดไว้รถที่จะลงแข่ง GT Championship ได้ขณะนั้นจะต้องมีการผลิตเวอร์ชั่นที่วิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมายจำหน่ายอย่างต่ำ 25 คัน ดังนั้นทำให้ Mercedes-Benz จึงต้องมีเวอร์ชั่น CLK-GTR ที่เป็น Road Car ออกมาแบบจำนวนจำกัดด้วย
 
          - ฮอนด้า ซีวิค เอสไอ ปี 2002-2005 (Honda Civic Si)

คันเกียร์รถยนต์

          ในเคสของ Honda Civic Si นี้เรียกได้ว่าเป็นคันเกียร์ธรรมดาที่ออกแบบมาโดยเน้น Function หรือการใช้งานเป็นหลัก เพราะนอกจากมันจะดูเหมือนคันเกียร์หักแล้วยังไม่มีความสวยงามเอาเสียเลย แต่ทุกอย่างมีเหตุผล Honda ไม่ได้ทำมาชุ่ย ๆ เพราะคันเกียร์ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับมือของผู้ขับขี่ขณะบังคับพวงมาลัยมากที่สุด นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีช่วงเกียร์สั้นแบบ Shot Throw ซึ่งทำให้การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละจังหวะนั้นว่องไวและแม่นยำอีกด้วย อย่างไรก็ตามความดีความชอบในการยกคันเกียร์มาไว้บริเวณกลางแผงหน้าปัดด้านล่างนั้นทำให้มีพื้นที่ใช้สอยระหว่างเบาะนั่งคู่หน้ามากขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็นับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ Function นำหน้า Form จนต้องยกความดีความชอบให้ในที่สุด
 
          - ออดี้ อาร์8 ปี 2006-2015 (Audi R8)

คันเกียร์รถยนต์

          จากที่เราได้เห็นการออกแบบคันเกียร์ที่เรียกได้ว่า Function นำหน้า Form ของ Honda ไปแล้ว Audi R8 ก็ได้แสดงความเหนือชั้นให้เห็นว่า Form กับ Function ไปด้วยกันได้โดยไม่ต้องเยอะ ซึ่ง Audi นั้นถนัดงานดีไซน์ที่เป็นสไตล์เบาเฮ้าส์ (Bauhaus) มานานแล้ว ทุกอย่างที่ออกแบบมาต้องมีประโยชน์ใช้งานได้ไม่มีอะไรที่เกินความจำเป็นแต่ก็สวยงามบนความเรียบง่าย เช่น งานออกแบบเกียร์ธรรมดาใน Audi R8 ที่ถึงแม้จะใช้ร่องเกียร์แบบ Ferrari เพื่อความแม่นยำในการเข้าเกียร์แต่ก็ไม่จำเป็นต้องดิบเท่า แม้จะมีเพียงฐานเกียร์ทรงกลมสีเงินและคันเกียร์รวมถึงหัวเกียร์ที่เป็นโลหะสลักลายที่นอกจากดูดีแล้วยังกันลื่นอีกด้วย
 
          - สปายเกอร์ (Spyker)

คันเกียร์รถยนต์

          นอกจากค็อกพิทและแผงหน้าปัดที่มีมาตรวัดแพรวพราวแบบเครื่องบินแล้ว คันเกียร์แบบเปลือยที่โยงด้วยก้านเหล็กสีเงินแวววาวนั้นยังดูเรียบง่ายแต่หรูหราราวกับงานศิลปะจนแทบจะกลายเป็นเครื่องหมายทางการค้าที่รังสรรค์โดย Spyker ผู้ผลิตรถยนต์หรูของเนเธอร์แลนด์ไปแล้ว ซึ่ง Spyker ได้เริ่มใช้เกียร์โยงลักษณะนี้ กับรถสปอร์ตต้นแบบของตนเองมาตั้งแต่ปี 1999 โดย Spyker บอกว่าได้แรงบัลดาลใจจากกลไกคันบังคับของเครื่องบินของตนเองในอดีต
 
          - พากานี ไวร่า (Pagani Huayra)

คันเกียร์รถยนต์

          ในไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาเลียนนี้คงไม่มีอะไรที่ไม่ธรรมดาตั้งแต่การตั้งชื่อรุ่นให้ลำบากต่อการออกเสียงแล้ว และเช่นเดียวกับคันเกียร์ของ Pagani Huayra ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ Pagani ต้องการเอาไว้โชว์กลไกการทำงานมากกกว่าใช้งานเพราะมีแพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัยให้ผู้ขับขี่ชิฟท์เกียร์ขึ้น-ลงได้ใกล้มือกว่าอยู่แล้ว และนี่ยังไม่รวมมาตรวัตรต่าง ๆ ที่แพรวพราวราวกับว่าได้นั่งบังคับยานอวกาศเลยทีเดียว
 
          อย่างไรก็ตามยุคนี้อาจเป็นยุคสุดท้ายที่เราจะได้เห็นคันเกียร์ในรถยนต์แล้วก็ได้เพราะมีแนวโน้มว่าของสิ่งนี้ในอนาคตอาจหายไปแบบถาวร (เพราะในปัจจุบันก็หายไปจากรถบางรุ่นแล้ว)

ภาพจาก poppularmechanics.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 คันเกียร์ ที่ดีไซน์ได้แปลกและแหวกแนวมากที่สุด โพสต์เมื่อ 13 มิถุนายน 2559 เวลา 11:19:56 17,230 อ่าน

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 10 คันเกียร์ ที่ดีไซน์ได้แปลกและแหวกแนวมากที่สุด ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP