เปิดอันดับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ขายดีที่สุดในโลกช่วงครึ่งแรกปี 2026 Toyota ยังครองแชมป์ ขณะที่ค่ายรถจีนมาแรง ติด Top 10 พร้อมกันถึง 3 ราย ทั้ง BYD, Geely และ Chery ส่วน Honda หลุดจาก 10 อันดับแรก
ตลาดรถยนต์โลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เมื่อผู้ผลิตรถยนต์จากจีนสามารถก้าวเข้าสู่ 10 อันดับแรกของโลกพร้อมกันถึง 3 รายเป็นครั้งแรก ได้แก่ BYD, Geely และ Chery สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Honda และ Suzuki สองผู้ผลิตจากญี่ปุ่นหลุดจาก Top 10 ในครั้งนี้
10 อันดับค่ายรถขายดีที่สุดในโลก ครึ่งปีแรก 2026
จากข้อมูลส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกปี 2026 มีอันดับดังนี้
-
Toyota Group - ส่วนแบ่งตลาด 11.0%
-
Volkswagen Group - ส่วนแบ่งตลาด 8.1%
-
Hyundai-Kia - ส่วนแบ่งตลาด 7.6%
-
Stellantis - ส่วนแบ่งตลาด 6.0%
-
Renault-Nissan - ส่วนแบ่งตลาด 5.4%
-
BYD - ส่วนแบ่งตลาด 4.8%
-
Geely Group - ส่วนแบ่งตลาด 4.6%
-
General Motors (GM) - ส่วนแบ่งตลาด 4.5%
-
Chery Group - ส่วนแบ่งตลาด 4.1%
-
Ford - ส่วนแบ่งตลาด 4.1%
ทั้งนี้ การจัดอันดับดังกล่าวเป็นการนับในระดับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ (Automotive Group) จึงมีบางอันดับที่รวมรถยนต์หลายแบรนด์หรือหลายบริษัทเข้าไว้ด้วยกัน
จากสถิติได้เปิดเผยว่า Toyota ยังคงครองอันดับ 1 ของโลกในช่วงครึ่งปีแรก 2026 ด้วยยอดขายประมาณ 5.4 ล้านคัน ตามด้วย Volkswagen ราว 4.8 ล้านคัน และ Hyundai-Kia ในอันดับ 3 ขณะที่ค่ายรถจีนเติบโตโดดเด่น โดย BYD ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ด้วยยอดขายราว 1.8 ล้านคัน ส่วน Geely อยู่ในอันดับ 7 และ Chery ติด Top 10 เป็นครั้งแรก
เมื่อรวมส่วนแบ่งตลาดของ BYD, Geely และ Chery จะอยู่ที่ประมาณ 13.5% มากกว่า Volkswagen Group ที่อยู่อันดับ 2 สะท้อนการขยายตัวของค่ายรถจีนในตลาดโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ BYD ที่มียอดขายต่างประเทศช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 เกือบ 969,000 คัน
ในขณะที่ Honda และ Suzuki หลุดจาก 10 อันดับแรก โดย Honda ซึ่งเคยอยู่อันดับ 10 ในปี 2025 ไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ในครึ่งแรกของปีนี้ แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ผลิตจีนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จึงน่าจับตาว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ผู้ผลิตรถยนต์จีนจะสามารถขยับอันดับขึ้นไปได้อีกหรือไม่ และการแข่งขันกับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ยุโรป เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน
ขอบคุณข้อมูลจาก : hk01.com






