x close

เครื่องเสียงรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2023 ? หน้าจอสัมผัส เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน

แนะนำเครื่องเสียงรถยนต์ 2023 สำหรับใครที่อยากอัปเกรดเครื่องเสียงธรรมดาให้เป็นหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนได้ มียี่ห้อไหน รุ่นไหนน่าใช้บ้าง

เครื่องเสียงรถยนต์

ปัจจุบันเครื่องเสียงรถยนต์รุ่นใหม่มักถูกปรับเป็นหน้าจอขนาดใหญ่แบบสัมผัส ติดตั้งแบบ Build-in มากับตัวรถ รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนเพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ พร้อมกับทำให้การฟังเพลงเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้มากขึ้นด้วยสตรีมมิ่ง ซึ่งมีให้เลือกมากมายนับล้านเพลงอันเป็นข้อดีของเทคโนโลยีใหม่

แต่สำหรับรถยนต์รุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่บางรุ่น ที่เป็นรุ่นพื้นฐานอาจไม่ได้ติดตั้งเครื่องเสียงแบบนี้มาแต่แรก ทำให้ผู้ใช้งานนิยมนำไปปรับเปลี่ยนใหม่ให้กลายเป็นหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน เช่น Apple CarPlay หรือ Android Auto เราจึงรวบรวมแบรนด์เครื่องเสียงที่ได้รับความนิยมและมีฟังก์ชันหลากหลายมาให้ชมเป็นตัวอย่างว่าสเปกเป็นอย่างไร มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง

เครื่องเสียงรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2023

สำหรับการเลือกซื้อเครื่องเสียงรถยนต์ สิ่งที่ควรนึกถึงคือความต้องการของผู้ใช้ว่าอยากได้เสียงหรือฟังก์ชันอย่างไร เพราะระดับการฟัง รสนิยมด้านแนวเพลง รวมถึงการใช้งานของแต่ละบุคคลต่างกัน และแน่นอนว่าระบบเครื่องเสียงไม่ได้มีเพียง Head Unit หรือ Front เป็นปัจจัยบ่งชี้คุณภาพของเสียงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นรุ่นที่รวบรวมมาแนะนำจะเป็นการเน้นฟังก์ชันสำหรับผู้มองหาเครื่องเสียงที่มีความสามารถหลากหลายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นหลัก ดังนี้

1. เครื่องเสียงรถยนต์ Alpine รุ่น iLX-F511E

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : alpine-asia.com

Alpine รุ่น iLX-F511E เครื่องเสียงรถยนต์ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 11 นิ้ว ให้ภาพคมชัด สมจริง ที่ความละเอียด 1280 x 720 มีวิทยุ AM และ FM รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay, Android Auto พร้อม Bluetooth ในตัว มีช่องเชื่อมต่อ USB, AUX และ HDMI พร้อมการปรับจูนเสียงแบบอัลไพน์ Preset EQ, CrossOver, 6CH time correction, 13 Band PEQ สามารถใช้งานระบบนำทาง และมีการแสดงผลภาพจากกล้องมองหลัง

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 34,000-35,500 บาท

2. เครื่องเสียงรถยนต์ Sony รุ่น XAV-AX6000

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก :  sony.co.th

เครื่องเสียงรถยนต์ Sony รุ่น XAV-AX6000 ขนาด 2 DIN หน้าจอสัมผัสขนาด 6.9 นิ้ว ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ติดตั้งง่าย รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth ที่เสริมคุณภาพเสียงด้วยระบบ LDAC เพื่อสตรีมเสียงที่ 96 kHz มีวิทยุ AM และ FM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI มีฟังก์ชันการปรับแต่งเสียง อีควอไลเซอร์ (EQ) 14 แบนด์ รองรับการเล่นไฟล์ MP3 / WMA / WAV / AAC / FLAC / ALAC / DSF / DSDIFF มีกล้องมองหลัง

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 21,000-22,990 บาท

3. เครื่องเสียงรถยนต์ Boss Audio รุ่น BVCPA10W

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : bossaudio.com

เครื่องเสียงรถยนต์ Boss Audio รุ่น BVCPA10W ขนาด 2 DIN หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ไม่มีช่องใส่แผ่น CD และ DVD รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth มีช่องเชื่อมต่อ USB และ AV มีวิทยุ AM, FM เสริมด้วยแอปพลิเคชันระบบนำทาง และแสดงผลภาพจากกล้องมองหลัง  

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 16,000-17,000 บาท

4. เครื่องเสียงรถยนต์ JVC รุ่น KW-V940BW

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : jvc.com

JVC รุ่น KW-V940BW เครื่องเสียงรถยนต์ ใช้หน้าจอระบบสัมผัส WVGA แบบ Clear Resistive ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเล่นสื่อต่าง ๆ จากทั้ง CD, DVD และ USB เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านระบบ Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth ในตัว ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ 2 เครื่องไว้ตลอดเวลา สามารถปรับแต่งเสียงด้วยอีควอไลเซอร์ 13 ย่านความถี่ เพื่อเสียงที่มีคุณภาพ สมดุลขึ้น และยังมีฟังก์ชันชดเชยความถี่เพื่อแก้ไขเสียงรบกวน 

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 11,850-12,850 บาท

5. เครื่องเสียงรถยนต์ Pioneer รุ่น AVH-Z5250BT

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : pioneercarentertainment.com

เครื่องเสียงรถยนต์ Pioneer รุ่น AVH-Z5250BT มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว ให้ภาพคมชัดแบบ Full HD การเล่นไฟล์วิดีโอนั้นรองรับไฟล์นามสกุล H.264 / WMV / DivX / XviD/ MKV / FLV ส่วนไฟล์เสียงรองรับไฟล์นามสกุล WAV / MP3 / WMA / AAC /FLAC เชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay, Android Auto, WebLink พร้อม Bluetooth ในตัว สามารถเชื่อมต่อได้ 2 เครื่อง มีช่องเชื่อมต่อ USB และยังมีช่องสำหรับใส่แผ่น CD และ DVD อีกด้วย 

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 8,400-9,400 บาท

6. เครื่องเสียงรถยนต์ Kenwood รุ่น DMX5020S

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : kenwood.com

เครื่องเสียงรถยนต์ Kenwood รุ่น DMX5020S มาพร้อมกับหน้าจอแบบสัมผัส WVGA ให้ภาพคมชัด ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Apple CarPlay, Android Auto พร้อม Bluetooth ในตัว มีฟังก์ชันปรับแต่งเสียงด้วยอีควอไลเซอร์ (EQ) 13 แบนด์ ที่จะช่วยปรับแต่งเสียงให้มีคุณภาพ สามารถเล่นไฟล์วิดีโอ H.264, WMV, DIVX, MPEG 4, MKV และไฟล์เสียง MP3, WAVE, FLAC, ACC, WMA นอกจากนี้ยังมีช่อง USB และการแสดงผลภาพจากกล้องมองหลังอีกด้วย

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 7,900-8,500 บาท

7. Kenwood 2Din รุ่น DMX1025BT

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : kenwood.com

เครื่องเสียงรถยนต์อีกรุ่นของ Kenwood มีราคาไม่สูงมาก ฟังก์ชันต่าง ๆ เพียงพอกับการใช้งาน ติดตั้งหน้าจอ WVGA ระบบสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว แสดงผลภาพคมชัดระดับ Full HD รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Mirroring OB For Kenwood เฉพาะระบบปฏิบัติการ Android เท่านั้น ส่วน iOS สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ได้ มีช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX สามารถปรับตั้งค่าเสียงได้ตามต้องการ มีระบบอีควอไลเซอร์ (EQ) 13 แบนด์

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 4,900-5,500 บาท 

8. เครื่องเสียงรถยนต์ Worldtech รุ่น Lexia LX-DDN9AND-4GB

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : worldtech.asia

Worldtech รุ่น Lexia LX-DDN9AND-4GB เครื่องเสียงรถยนต์ที่มีราคาไม่สูงมากนัก มาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ใช้ระบบปฏิบัติการภายใน แอนดรอยด์ 12 มีวิทยุ FM สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth มีช่องสำหรับ USB, AUX และ Memory Card รองรับการแสดงภาพจากกล้องมองหลัง พร้อมฟังก์ชันการใช้งานแบบ 2 หน้าจอ

  •  ราคาจำหน่ายประมาณ 1,820-2,000 บาท

9. Worldtech รุ่น WT-A803

เครื่องเสียงรถยนต์

ภาพจาก : worldtech.asia

Worldtech รุ่น WT-A803 เครื่องเสียงรถยนต์ราคาประหยัดอีกรุ่น มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IPS ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แสดงภาพคมชัด สีสันสดใส รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนแบบไร้สายผ่าน Bluetooth มีช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX รองรับ GPS และ Wi-Fi แสดงผลภาพจากกล้องมองหลัง สามารถปรับแต่งเสียงตามสไตล์ดนตรี Pop, Rock, Classic และ Jazz

  • ราคาจำหน่ายประมาณ 1,800-1,990 บาท

เครื่องเสียงรถยนต์ คืออะไร ?

สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์นั้นถือเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์ หรือสาระความบันเทิงอย่างหนึ่งที่จะมีติดมาให้กับรถยนต์ทุกคันตั้งแต่โรงงานผลิต แต่ในรถยนต์แต่ละยี่ห้อ หรือแต่ละรุ่นนั้น จะได้รับเครื่องเสียงที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเกรดของรถรุ่นนั้น ๆ บางรุ่นอาจมีจอแสดงผลแบบดิจิทัลขาว-ดำหรือแบบสี เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือดูแผนที่ได้ แต่โดยพื้นฐานทั่วไปแล้วเครื่องเสียงรถยนต์ในปัจจุบันจะสามารถฟังวิทยุ FM และ AM เล่นไฟล์ MP3 ผ่าน USB ช่องเชื่อมต่อ AUX หรือเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Apple Car Play หรือ Android Auto ส่วนการดูหนังหรือดูทีวีนั้น เครื่องเสียงรถยนต์ที่มาจากโรงงานมักจะถูกตั้งค่าล็อกการใช้งานไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่นั่นเอง ทำให้เครื่องเสียงรถยนต์ติดรถนั้นมีข้อจำกัดในการใช้งาน หลายคนจึงเลือกเปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่เพื่อให้การใช้งานหลากหลายขึ้น

เครื่องเสียงรถยนต์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

เครื่องเสียงรถยนต์ หลายคนอาจมองแค่ Front (หรือเครื่องเล่น) กับลำโพง เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วเครื่องเสียงยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ อีกมากมายที่มีผลต่อคุณภาพเสียง ดังนี้ 

  • เครื่องเล่นวิทยุ หรือที่เรียกกันว่า Front (ฟรอนต์) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไปยังระบบเครื่องเสียงต่าง ๆ โดยตัวเครื่องจะมีความสามารถเล่นแผ่นจาก CD (ปัจจุบันอาจพบได้น้อย) เชื่อมต่อ USB เชื่อมต่อสาย AUX บลูทูธ รวมถึงใช้เป็นหน้าจอแสดงภาพในส่วนต่าง ๆ จากระบบของตัวรถ 
  • ปรีแอมป์ เป็นส่วนประกอบภายใน ทำหน้าที่ขยายสัญญาณจากเครื่องเล่นส่งต่อไปยังเพาเวอร์แอมป์ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมหรือสมดุลได้
  • ครอสโอเวอร์ เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่เพื่อควบคุม, จัดการ และแยกย่านความถี่เสียงให้แบ่งออกเป็นเสียงกลาง เสียงต่ำ และเสียงสูง เพื่อจ่ายไปให้ลำโพงแต่ละประเภท และยังทำหน้าที่ตัดความถี่เสียงที่ไม่ต้องการออกไปอีกด้วย
  • เพาเวอร์แอมป์ เป็นตัวขยายสัญญาณเสียง ทำหน้าที่เปลี่ยนหรือเพิ่มความกว้างของคลื่นเสียง หรือความดังของสัญญาณให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีหลายแบบ
  • ลำโพง ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียง ตัวลำโพงหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ลำโพงคู่ด้านหน้า, ลำโพงข้าง และลำโพงหลัง
  • สายไฟ ทำหน้าทีส่งกระแสไฟและเป็นส่วนสำคัญหนึ่งหากต้องการเสียงที่มีคุณภาพ รวมถึงมีราคาค่อนข้างสูงตามคุณสมบัติ เพราะหลายระบบต้องการไฟกำลังสูงเดินได้ดี

เครื่องเสียงรถยนต์ มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร

สำหรับการเลือกซื้อเครื่องเสียงรถยนต์ นอกจากยี่ห้อ รุ่น ดีไซน์ สิ่งแรกที่ควรดูนั่นคือ ความต้องการในการใช้งานว่าเราต้องการเครื่องเสียงรถยนต์แบบไหน ต้องการใช้งานฟังก์ชันใดบ้าง ชอบฟังเพลงแนวไหนเป็นหลัก เนื่องจากบางยี่ห้อให้บุคลิกเสียงที่แตกต่างกัน (แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบ เช่น ลำโพง แอมป์ ด้วยก็ตามที) และสิ่งต่อมาที่ควรดูนั่นก็คืองบประมาณนั่นเอง เพราะเครื่องเสียงแต่ละยี่ห้อก็มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักแสน

ดังนั้น การฟังเสียงความต้องการของตัวเองให้ได้ก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญเบื้องต้นของการเลือกเครื่องเสียง เพราะหูใครหูมัน หูแต่ละคน ระดับการฟัง รสนิยมของแนวเพลง ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และไม่มีระบบใดให้ทุกเสียงได้ครบสมบูรณ์แบบที่สุด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : alpine-asia.comsony.co.thbossaudio.comjvc.compioneercarentertainment.comkenwood.comkenwood.com (2)worldtech.asiaworldtech.asia (2)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เครื่องเสียงรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2023 ? หน้าจอสัมผัส เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน อัปเดตล่าสุด 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 14:38:43 31,058 อ่าน
TOP