x close

รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อไหนดี 2021 นั่งสบายและครอบคลุมทุกการใช้งาน

รถกระบะ 4 ประตู หรือรถกระบะ Double Cab ในปี 2021 ที่มีทั้งความอเนกประสงค์ รูปลักษณ์สวยงาม สมรรถนะยอดเยี่ยม มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน 

รถกระบะ 4 ประตู

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รถกระบะ นับว่าเป็นรถยนต์อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะรถกระบะแบบ 4 ประตู เพราะนอกจากใช้บรรทุกของได้มากขึ้นแล้ว ยังมีพื้นที่โดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายไม่น้อยเลยทีเดียว 

เช็กก่อนซื้อ รถกระบะ 4 ประตู เหมาะกับคุณจริงไหม ?

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตูไว้ใช้งานสักคัน ลองตรวจสอบและตรองดูสักนิดก่อนว่า จุดประสงค์ของการซื้อรถกระบะของคุณคืออะไร ไม่ใช่แค่ความอเนกประสงค์แบบเผื่อไว้ก่อน เพราะเมื่อตัดสินใจซื้อมาแล้ว จะมาเปลี่ยนใจทีหลังนั้นอาจสายเกินไป 

สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือ เน้นนั่งหรือต้องการบรรทุก เพราะต้องแลกมากับพื้นที่ที่มีจำกัดมากขึ้นด้วย ซึ่งแม้กระบะ 4 ประตูจะมีพื้นที่นั่งตอนหลังที่กว้าง แต่เรื่องความนุ่มนวลนั่งสบายของผู้โดยสารยังไม่อาจเทียบเท่ารถเก๋ง ขณะเดียวกันยังมีข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนักการบรรทุกอีกด้วย ไม่ใช่ว่าซื้อรถกระบะแล้วจะบรรทุกเท่าไหร่ หรือขนอะไรตามใจก็ได้นะ !

อีกเรื่องที่สำคัญคือ รถกระบะเป็นรถที่มีขนาดใหญ่หน้ากว้าง หากการใช้ชีวิตประจำวันของคุณอยู่ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง พื้นที่แออัด ที่จอดรถแคบ การซื้อรถกระบะมาเพื่อใช้โดยสารในเมืองก็อาจจะไม่เหมาะ เพราะไม่สะดวกในหลายด้าน ไหนจะที่จอดรถ ไหนจะรถติด แถมกินน้ำมันอีก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อคิดเบื้องต้นก่อนตัดสินใจซื้อเท่านั้น ความเหมาะสมทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับคุณที่เป็นคนตัดสินใจ 

รถกระบะ 4 ประตู 2021 รุ่นไหนดี

1. Toyota Hilux Revo Prerunner Double Cab 2x4 2.4 High AT

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : toyota.co.th

เปิดหัวกันด้วย Toyota Hilux Revo Prerunner Double Cab เป็นรุ่นย่อยของ Revo ที่ถูกจับตามองมากในตลาด มากับดีไซน์ใหม่ที่ดุดัน แข็งแกร่งขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED แบบ Bi-Beam มาพร้อม ไฟ LED Daytime Running Light เสริมความหล่อด้วยชุดไฟท้าย LED Light Guiding ด้านข้างกระจกมองข้างครอบด้วยวัสดุโครเมียม ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า มาพร้อมไฟเลี้ยวในตัว

ภายในห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าบุหนังและหนังสังเคราะห์ ปรับด้วยระบบไฟฟ้า พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทางพร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่าง ๆ ระบบเครื่องเสียงจอสัมผัส 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ T-Connect ระบบ Push Start กระจกไฟฟ้าปรับขึ้นลงอัตโนมัติ พร้อมระบบกันหนีบ เบาะนั่งด้านหลังปรับยกเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา นอกจากนั้นในส่วนฟังก์ชั่นความปลอดภัย โดดเด่นด้วยกล้องมองรอบคัน ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA และ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM 

สมรรถนะเครื่องยนต์

ในด้านขุมพลังของ Toyota Hilux Revo Prerunner Double Cab ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร VN Turbo และ Intercooler ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift เป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนกัน 3 แผ่น  เสริมความหล่อด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมยางขนาด 265/60R18

Toyota Hilux Revo Prerunner Double Cab ราคาจำหน่าย

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Entry        ราคา 807,000 บาท

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Entry AT   ราคา 857,000 บาท

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Mid           ราคา 872,000 บาท

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 Mid AT     ราคา 922,000 บาท

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 High         ราคา 959,000 บาท

  • Prerunner Double Cab Prerunner 2x4 2.4 High AT    ราคา 1,009,000 บาท

2.Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Mid AT

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : toyota.co.th

Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Mid AT ที่ชูจุดเด่นเป็นรถกระบะตัวเตี้ยหน้าหล่อแต่งซิ่ง ที่มีการปรับดีไซน์ด้านหน้าถอดแบบมาจากรุ่น Prerunner และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า Bi-Beam LED เปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding ตัวรถสามารถใช้งานได้หลากหลายทั้งใช้เป็นรถยนต์นั่งในชีวิตประจำวัน หรือจะใช้งานบรรทุก 

ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งหน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อ T-Connect  พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งปรับพับแยกแบบ 60:40, กุญแจแบบพับเก็บได้ และปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Eco/Power 

ระบบความปลอดภัยมากับถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยหัวเข่าฝั่งผู้ขับขี่, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD และเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกตำแหน่ง

สมรรถนะเครื่องยนต์

Toyota Hilux Revo Z Edition 2021 จะมากับขุมพลังครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร VN Turbo ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

 ระบบช่วงล่าง ด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนกัน 3 แผ่น ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของทาง Toyota ที่เพิ่มความนุ่มนวลระหว่างการขับขี่มากขึ้น

Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab ราคาจำหน่าย

  • Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Entry       ราคา 699,000 บาท
  • Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Entry AT  ราคา 739,000 บาท
  • Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Mid          ราคา 763,000 บาท
  • Toyota Hilux Revo Z Edition Double Cab 2.4 Mid AT    ราคา 803,000 บาท

3. Toyota Hilux Revo GR Sport

รถกระบะ 4 ประตู

Toyota Hilux Revo GR Sport  เป็นรถกระบะสายพันธุ์สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกสร้างด้วยฝีมือคนไทย ตัวรถถูกตกแต่งพิเศษ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ World Rally Championship (WRC)    

โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ มาพร้อมตัวอักษร TOYOTA ที่ติดตั้งอยู่ตรงกลางกระจังหน้าแทนสัญลักษณ์เดิมที่เป็นรูปสามห่วง ซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยแทบสีดําเมทัลลิก กระจกมองข้างสีดําเมทัลลิก ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า มาพร้อมระบบ Welcome Light ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนในรุ่นตัวเตี้ยขับเคลื่อน 2 จะเป็นล้อขนาด 17 นิ้ว สปอร์ตบาร์สีดำเมทาลิค ปิดท้ายด้วยสัญลักษณ์ GR ที่ด้านข้างและ GR Sport บริเวณด้านท้าย 

ภายในห้องโดยสาร ทั้งรุ่นยกสูงขับเคลื่อน 4 และรุ่นตัวเตี้ยขับเคลื่อน 2 ล้อ มาในโทนสีดำสลับแดง ตกแต่งด้วยสี Smoke silver พร้อมตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ GR ต่างจุดต่าง ๆ เบาะนั่ง Suede แบบเจาะรู หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์เดินด้ายสีแดง แผงคอนโซลหน้า ตกแต่งด้วยวัสดุสี Smoke silver และสีดำเมทัลลิก มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT กุญแจ Smart Key ปุ่ม Push Start ติดตราโลโก้ GR ทั้งหมด

สมรรถนะเครื่องยนต์ 

พละกำลังของ Toyota Hilux GR Sport 2021 ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Sequential Shift พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ในระบบช่วงล่างของ ด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระแบบปีกนกคู่ ด้านหลังแหนบซ้อน พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง นอกจากนั้นในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะได้รับการติดตั้ง Differential Lock ที่เฟืองท้าย และปรับเปลี่ยนในส่วนโช๊คอัพใหม่เป็นแบบโมโนทูบ ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกมาพร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และสัญลักษณ์ GR ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก

Toyota Hilux Revo GR Sport 2021 ราคาจำหน่าย

  • Toyota Hilux Revo GR Sport D-Cab 4x2 2.8 AT ราคาจำหน่าย     889,000 บาท

  • Toyota Hilux Revo GR Sport D-Cab 4x4 2.8 AT ราคาจำหน่าย  1,299,000 บาท

4. Mazda BT-50 Double Cab

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : mazda.co.th

Mazda BT-50 Double Cab รุ่นใหม่มากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว "โคโดะ ดีไซน์" (KODO Design) เส้นสายที่เรียบง่ายแต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More ทั้งภายนอก และภายใน เช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง 

ดีไซน์ด้านหน้ากระจังหน้าเป็นแบบ Signature Wing ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน แบบ LED Signature สำหรับในรุ่น Freestyle Cab ถูกออกแบบมาให้สามารถเปิดประตูได้ง่ายทั้งจากด้านในและด้านนอกตัวรถ ขนของขึ้น-ลงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ ถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์ของรถ SUV ด้วยโทนสีเข้ม เบาะหนังและแผงประตูตกแต่งด้วยสีน้ำตาล เบาะนั่งคนขับ ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีช่องแอร์ พร้อมช่องจ่ายไฟ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมกับที่พักแขนพับเก็บได้และที่วางแก้ว และหน้าจอแบบสัมผัส ขนาด 9 นิ้วพร้อมระบบนำทาง ที่รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติปรับ อุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา แบบ Dual Zone

สมรรถนะเครื่องยนต์

Mazda BT-50 Double Cab จะมีขุมกำลัง 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ เป็น 4 ล้อตามลักษณะการขับขี่ได้ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ส่วนอีกรุ่นหนึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงหน้า ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว และชุดแหนบด้านหลังที่ให้ความสามารถในการบรรทุกรับน้ำหนักได้มากขึ้น รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

Mazda BT-50 Double Cab ราคาจำหน่าย

  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 C ราคา 771,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 S ราคา 847,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 S Hi-Racer ราคา 891,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 S Hi-Racer 6AT ราคา 936,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 SP Hi-Racer ราคา 1,012,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 1.9 SP Hi-Racer 6AT ราคา 1,070,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 4×4 3.0 SP ราคา 1,118,000 บาท
  • Mazda BT-50 Double Cab DBL 4×4 3.0 SP 6 AT ราคา 1,153,000 บาท

5. Nissan Navara PRO-4X Double Cab

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : nissan.co.th

Nissan Navara Pro 4X Double Cab เป็นรถกระบะแบบ 4 ประตู ที่มาพร้อมกับชุดแต่งพิเศษทั้งภายนอก และภายใน สำหรับสายลุยโดยเฉพาะ 

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำด้าน พร้อมชื่อรุ่น Navara ที่สลักลงไปบนกระจังหน้า ไฟหน้า LED Projectors Quad-eyes มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ไฟ DRL แบบ LED ทรง C-Shape กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตชายกันชนสีดำ และแผงตกแต่งสีส้มแดง ไฟตัดหมอกคู่หน้าส่องสว่างแบบ LED ด้านข้างตัวรถเพิ่มความโดดเด่นด้วยคิ้วล้อสีดำ พร้อมแผงทับทิมสีส้มแดง ส่วนมือเปิดประตู กระจกมองข้าง และราวหลังคาเป็นสีดำ ล้ออัลลอยดีสีดำขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางแบบ All-Terrain จากแบรนด์ YOKOHAMA GEOLANDAR AT-S G012 ขนาด 255/65 R17

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในโทนสีดำ Piano Black เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำเดินด้านตะเข็บสีแดงและขาว พร้อมประทับตรา PRO-4X ที่พนักพิง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ฝั่งโลโก้ Nissan สีส้มแดง มาตรวัดพร้อมจอ MID แบบสี 3 มิติขนาด 7 นิ้วหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ Nissan Connect

ระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone พร้อมมีช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่องชาร์จไฟ USB ทั้งคอนโซลกลาง และด้านหลัง นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งกระจก Noise-Reducing Acoustic Glass ที่ช่วยลดเสียงรบกวนทั้ง 3 ด้าน (ยกเว้นกระจกหลัง) 

สมรรถนะเครื่องยนต์

สำหรับขุมพลังเครื่องยนต์ของ Nissan Navara PRO-4X Double Cab  ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รหัส YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร DOHC Twin-Turbo Intercooler ให้สมรรถนะสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ขับเคลื่อน 4 ล้อ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบคานแข็งแหนบซ้อน

Nissan Navara PRO-4X Double Cab ราคาจำหน่าย

  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab Calibre E 6MT  ราคา 849,000  บาท
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab Calibre E 7AT   ราคา 899,000  บาท 
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab Calibre V 6MT  ราคา 915,000  บาท
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab Calibre V 7AT  ราคา 965,000  บาท
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab PRO-2X 7AT  ราคา 999,000  บาท
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab Calibre VL 7AT 4WD  ราคา 1,129,000  บาท
  • Nissan Navara PRO-4X Double Cab PRO-4X 7AT  ราคา 1,149,000  บาท

6. Isuzu D-Max X-Series 2021 Hi-Lander 4 ประตู

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : isuzu-tis.com

Isuzu D-Max X-Series 2021 Hi-Lander รถกระบะ 4 ประตู แบบขับ 2 ยกสูง ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ สไตส์สปอร์ตพรีเมียมรอบคัน มากับเส้นสายที่คมชัด โฉบเฉี่ยวและดูปราดเปรียว จุดเด่นอยู่ที่กระจังหน้าสีดำ Glossy Black โลโก้ Isuzu สีแดง ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำอัตโนมัติ  มาพร้อมระบบไฟหน้า Follow Me Home สเกิร์ตกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ สติ๊กเกอร์คาดหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ X บันไดข้างแบบชิ้นเดียว สปอร์ตบาร์สีเดียวกับตัวรถ กันชนท้ายแบบ Integrated Bumper ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสีดำ Glossy Black ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 265/60R18

ภายในห้องโดยสารของมาตรวัดแบบ Super Vision จอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT พวงมาลัยมัลติฟังช์ชั่นหุ้มหนังเดินด้ายแดง พร้อมสัญลักษณ์ Isuzu สีแดง คอนโซลหน้าสี Piano Black-แดง พร้อมสัญลักษณ์ X เบาะนั่งหุ้มด้วยกึ่งหนังแท้ ปรับระดับสูง-ต่ำได้ เบาะนั่งด้านหลังแบบพับขึ้นได้ 60:40 พร้อมที่พักแขน  หน้าอินโฟเทนเมนท์สัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto  ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

สมรรถนะเครื่องยนต์

Isuzu D-Max X-Series 2021 Hi-Lander จะมากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Rev Tronic เป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ระบบช่วงล่างด้านหน้าใหม่แบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone พร้อมคอยสปริง  ออกแบบจุดยึดปีกนกสูงขึ้น ลดอาการโยนตัว และสามารถเขาโค้งดวยความเร็วได้อยางมั่นใจ  ช่วงล่างหลังแหนบยาวแบบ Long Span ผลิตด้วยเทคโนโลยี WSSP (Warm Stress Shot Peening) ช่วยให้ตัวแหนบมีความแข็งแกรง ทนทานกว่า ยืดหยุนดีขึ้น

Isuzu D-Max X-Series Hi-Lander ราคาจำหน่าย

  • Isuzu D-Max X-Series 1.9 Z Hi-lander 6MT 4 ประตู  ราคา 932,000 บาท

  • Isuzu D-Max X-Series 1.9 Z Hi-lander 6AT  4 ประตู  ราคา 967,000 บาท

7. ISUZU D-MAX V-Cross 4x4 3.0 M Double Cab

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : isuzu-tis.com

ISUZU D-MAX V-Cross 4x4 3.0 M Double Cab มาลุคที่ดูสปอร์ตพรีเมี่ยม ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED Projector มาพร้อมกับระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ และเปิด-ปิดอัตโนมัติ เสริมด้วยระบบไฟหน้า Follow Me Home เพิ่มความหรูหราด้วยไฟ DRL แบบ Built in ชุดไฟท้าย Dual-Sonic LED แบบ Clear Lens ให้ความสว่างชัดเจนมากขึ้น กันชนท้ายแบบ Integrated Bumper ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสีดำ Matte Black ขนาด 18 นิ้ว 

ดีไซน์ห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมี่ยมสีดำ Piano Black และสี Satin Chrome หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว หน้าจอระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto รวมทั้งระบบนําทางแผนที่แบบ Built-in Navigator พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง 

เบาะนั่งคู่หน้าติดตั้งเทคโนโลยี AVEC (Anti Vibration Elastic Comfort) ที่ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางที่ฝั่งคนขับ เบาะที่นั่งตอนหลัง นั่งสบายด้วยเบาะรองนั่งที่ยาวขึ้น ปรับเพิ่มองศาพนักพิงให้รับกับทุกสรีระได้ดีขึ้น พร้อมที่วางแก้วตรงกลางระหว่างผู้โดยสาร ระบบปรับอากาศอัตโนมัติใหม้แบบ Dual Zone ควบคุมอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สําหรับ ผู้โดยสารด้านหลัง

สมรรถนะเครื่องยนต์

ในส่วนพละกำลังของ IISUZU D-MAX V-Cross 4x4 3.0 M Double Cab ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 4JJ3-TCX ที่ให้กำลังสูงุสด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Rev-Tronic เป็นแบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบ Terrain Command ที่ทำงานด้่นการหมุนผ่านสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องโดยสาร  นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งระบบ Eletronic Diff-Lock หรือระบบล็อกเฟืองท้ายที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ระบบช่วงล่างถูกออกแบบใหม่ที่สามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มิลลิเมตร โดยช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระะปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงพร้อมโช๊คอัพแก๊ส ส่วนระบบช่วงล่างด้านหลังจะเป็นแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช๊กอัพแก๊ส 

ISUZU D-MAX V-Cross Double Cab 4 ประตู ราคาจำหน่าย

  • ISUZU D-MAX V-Cross 3.0 Ddi Z 4-Door ราคา 981,000     บาท

  • ISUZU D-MAX V-Cross 3.0 Ddi ZP 4-Door ราคา 1,096,000  บาท

  • ISUZU D-MAX V-Cross 3.0 Ddi M A/T 4-Door ราคา 1,164,000  บาท

8. Ford Ranger FX4 Max Double Cab

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : ford.co.th

Ford Ranger FX4 Max รถกระบะสายพันธุ์โหดจากอเมริกา ตัวใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัพของทาง Ranger กับการตกแต่งพิเศษในสไตล์ออฟโรดที่เหมือนถอดแบบมาจาก Ford Ranger Raptor 

  Ford Ranger FX4 Max เป็นรถกระบบแบบ 4 ประตู ที่มากับชุดแต่งสปอร์ตออฟโรดรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีเทาเข้มพร้อมตัวอักษร FORD ขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟ DRL ที่เป็น  LED เสริมด้วยชุดแต่งรอบคันสีเทาเข้มทั้งฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ซุ้มล้อ และกันชนท้าย ด้านข้างตัวรถติดตั้งบันไดข้างโลหะสีดำแบบออฟโรดพร้อมผิวกันลื่น ซุ้มล้อสีดำแบบใหม่ ที่รองรับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ปิดท้ายในสไตส์ออฟโรดด้วยโรลบาร์ขนาดใหญ่สีดำด้าน

ภายในห้องโดยสารเบาะนั่างหุ้มวัสดุ Alcantara สลับหนังสังเคราะห์ ปักเป็นโลโก้ FX4 Max ลายคาร์บอน โดยเบาะนั่งคนขับปรับตำแหน่งได้ 6 ทิศทาง และปรับเบาะนั่งผู้โดยสารได้ 4 ทิศทาง แป้นเหยียบสไตล์สปอร์ตแบบเดียวกับ Raptor หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay มาออฟโรด Upfitter สวิตซ์ ที่มีช่องต่อ AUX ถึง 6 ตำแหน่ง และระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย

สมรรถนะเครื่องยนต์

Ford Ranger FX4 Max Double Cab ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ด้านสมรรถนะการรองรับน้ำหนักสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 981 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักลากจูงได้สูงสุด 3,500 กิโลกรัม รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ในระบบช่วงล่างที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของ Ford Ranger FX4 Max Double Cab เป็นระบบช่วงล่างที่ยกมาจาก Ford Ranger Raptor แต่ทำการปรับเซทใหม่ เสริมแกร่งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ด้วยโช้คอัพ FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว แบบโมโนทิวบ์ และเหล็กกันโคลงขนาด 29 มม. และด้านหลังแบบแหนบซ้อน พร้อม FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว เสริมด้วยซับแทงค์ ที่จะช่วยดูดซับแรงกระแทกขณะขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

Ford Ranger Double Cab ราคาจำหน่าย

  • Ford Ranger FX4 Max Double Cab   ราคา 1,189,000 บาท

9. Ford Ranger Raptor X

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : ford.co.th

Ford Ranger Raptor X เป็นกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง แบบ 4 ประตู ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ในส่วนชุดอุปกรณ์ยังคงอยู่ครบเหมือนในรุ่นที่ผ่านมา 

ภายนอกโดดเด่นด้วยสติกเกอร์กราฟฟิกสไตล์ Over the Top รอบคัน ทั้งบริเวณฝากระโปรงหน้า หลังคา ประตูกระบะท้าย และด้านข้างรอบตัวรถ เสริมความดุดันด้วยชุดพาร์ทแต่งรอบคันสีดำ เริ่มจากที่กระจังหน้า กันชนหน้า มือเปิดประตูภายนอก ฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับฝากระบะท้าย คิ้วซุ้มล้อ ส่วนบันไดข้างทำจากอะลูมิเนียมอัลลอย เติมเต็มความเป็นออฟโรดพันธุ์โหดด้วยโรลบาร์แบบยาวสีดำ มาพร้อมชุดหูลากหน้ารถสีแดงสไตล์สปอร์ต และโลโก้ฟอร์ดสีดำบนฝาท้ายกระบะ ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสีดำ แอสฟอล์ต แบล็กขนาด 17 นิ้ว

ภายในสไตล์สปอร์ต ตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังแท้ผสมหนังกลับสีทูโทน เดินด้วยด้ายตะเข็บสีแดง ทั่วทั้งห้องโดยสารทั้งในส่วนคอนโซลหน้า พวงมาลัย แผงประตูนอกจากนั้นที่แผงคอนโซลและแผงประตูตกแต่งด้วยลาย Hydrographic พร้อมกับตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Black Alley

สมรรถนะเครื่องยนต์

Ford Ranger Raptor X ยังใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) ที่มีโหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ โช้คอัพแบบ Position Sensitive Damping (PSD) ของทาง FOX มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหลังแบบ watt-link ที่รองรับการขับขี่ออฟโรดที่ความเร็วสูง รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

 Ford Ranger Raptor X ราคาจำหน่าย

  •  Ford Ranger Raptor X  ราคา 1,729,000 บาท

10. Mitsubishi Triton Double Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : mitsubishi-motors.co.th

Mitsubishi Triton Double Cab 4WD GT Premium AT กระบะ 4 ประตู คันเก่งจากค่าย Mitsubishi ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง และทันสมัย โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield ชุดไฟหน้า Projector Lens แบบ Bi-LED ที่มีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ และระบบปรับระดับไฟหน้าสูงต่ำอัตโนมัติ มาพร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกคู่หน้า เสริมด้วยสปอยเลอร์หน้าและฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ ชุดไฟท้ายและไฟเบรกจะเป็นแบบ LED พร้อม LED Light Guide สปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว แบบทูโทน รัดด้วยยาง 265/60 R18

การออกแบบภายใน ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม เบาะนั่งดีไซน์ให้โอบกระชับรับกับทุกสรีระ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางด้านคนขับ พวงมาลัยมัลติฟังช์ชั่น มาพร้อม Paddle Shift  หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี พร้อม 3D Animation หน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน SDA พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ A2DP กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ 

สมรรถนะเครื่องยนต์

Mitsubishi Triton Double Cab  4WD GT Premium 6AT ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 ความจุ 2.4 ลิตร VG Turbo Diesel ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร ผสานการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม SPORT MODE พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (Super Select 4WD II)  แบบ Diff-Lock สามารถปรับเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อน 2 ล้อได้โดยรถไม่ต้องหยุดนิ่ง รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมากับแหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช๊คอัพไขว้

Mitsubishi Triton Double Cab ราคาจำหน่าย 

  • Mitsubishi Triton Double Cab 2.5 GLX 5MT ราคา 682,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab Plus 2.4 GLS 6MT ราคา 824,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab Plus 2.4 GT 6MT ราคา 883,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab Plus 2.4 GLS 6AT ราคา 887,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab Plus 2.4 GT 6AT ราคา 933,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab 4WD 2.4 GLS 6MT ราคา 945,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab Plus 2.4 GT Premium 6AT ราคา 995,000 บาท

  • Mitsubishi Triton Double Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT ราคา 1,109,000 บาท

11. MG Extender Double Cab

รถกระบะ 4 ประตู

ภาพจาก : mgcars.com

  ปิดท้ายกันด้วย MG Extender Double Cab โฉมใหม่ได้รับการเปิดตัวเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดย MG Extender โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ มาพร้อมด้วยโลโก้ MG ทรงแปดเลี่ยมขนาดใหญ่ กันชนหน้าและกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ

ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น โดยด้านบนจะเป็นไฟ Daytime Running Light มาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาการหมุนพวงมาลัย และไฟเลี้ยวและชุดไฟตัดหมอก เป็นแบบ LED ทั้งระบบ  นอกจากนั้นในส่วนซุ้มล้อหน้า และฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่ เสริมสไตส์ออฟโรดด้วย บันไดข้างสีดำ ราวหลังคา ล้ออัลลอยสีทูโทนปัดเงา ขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 255/60 R18  ส่วนดีไซน์ท้ายรถมาพร้อมกับไฟท้าย LED Signature ฝาปิดกระบะมีการตกแต่งด้วยแถบสีดำ-แดงให้ความสปอร์ต มาพร้อมมือเปิดสีโครเมียม และโลโก้ MG ทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่

ภายในห้องโดยสารมาในแบบสีทูโทนดำ-น้ำตาล ตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch ตามจุดต่าง ๆ แผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต เบาะนั่งใหม่สีทูโทน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART 

เบาะนั่งคู่หน้าระบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังสามารถปรับพับได้ พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง ปรับได้แค่ 2 ทิศทางขึ้นและลง จอหน้าปัดเรือนไมล์เป็นแบบเข็มเรืองแสง Optitron ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ 

สมรรถนะเครื่องยนต์

ด้านขุมพลังของ MG Extender Double Cab ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล TCDI ขนาด 2.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกทั้ง Normal, ECO และ Power ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบ 2 ล้อ (2WD) และ 4 ล้อ (4WD Part-Time) รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง B20

ด้านระบบช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ ระบบช่วงล่างหลังเป็นแหนบแบบแผ่นซ้อน

MG Extender Double Cab ราคาจำหน่าย

  • MG EXTENDER DC GRAND D 6MT ราคา     769,000     บาท
  • MG EXTENDER DC GRAND X 6AT ราคา     889,000     บาท
  • MG EXTENDER DC GRAND 4WD X 6AT ราคา   1,039,000   บาท

มาถึงตรงนี้ใครชอบรุ่นไหน แบรนด์ใด ก็ลองเปรียบเทียบกันดู หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อ "รถกระบะ 4 ประตู" แน่ ๆ ก็อย่าลืมไปทดลองขับคันจริงดูก่อน เพื่อเก็บข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจอีกครั้งนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : nissan.co.th, isuzu-tis.com(2), ford.co.th, (2)mitsubishi-motors.co.th, mgcars.com, mazda.co.thtoyota.co.th, (2), (3)

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อไหนดี 2021 นั่งสบายและครอบคลุมทุกการใช้งาน โพสต์เมื่อ 10 กันยายน 2564 เวลา 12:02:22 28,229 อ่าน
TOP