x close

รถยนต์เครื่อง 1.5 ยี่ห้อไหนดี ปี 2021 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างในตลาดเมืองไทย

  รถยนต์ 1,500 ซี.ซี. หรือจะเรียกว่ารถยนต์เครื่อง 1.5 ก็ได้ จัดเป็นรถยนต์ที่มียอดใช้งานอันดับต้น ๆ ของคนไทย เรามาดูกันว่า รถยนต์เครื่อง 1.5 ที่ทำตลาดอยู่ในบ้านเราขณะนี้มีรุ่นไหนน่าใช้กันบ้าง 

ในยุคที่ รถยนต์ มีการพัฒนาต่อยอดไปไม่หยุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ที่เน้นไปในเรื่องของความประหยัด เครื่องยนต์ขนาดเล็กเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้วันนี้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างนำเสนอรถที่มีเครื่องยนต์ความจุน้อยกันมาก ทว่าขนาดความจุของเครื่องยนต์เล็กก็ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบอย่างที่ควรจะเป็น และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมแบรนด์รถยนต์ยังมีรถที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุพอเหมาะกับการใช้งานอย่างรถยนต์เครื่อง 1.5 กันอยู่

เครื่องยนต์ 1.5 เป็นบล็อกเครื่องยนต์สันดาปที่ได้รับความนิยมกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา เพราะรถยนต์นั่งขนาดเล็กในตอนนั้น เครื่องยนต์ 1.5. ถือว่าเป็นขุมพลังหลัก อาจเนื่องด้วยสมรรถนะในการใช้งานที่จะสามารถครอบคลุมได้ทั้งในเมืองและเดินทางต่างจังหวัดไกล ๆ รวมถึงการบำรุงรักษาที่ดูแลได้ง่าย

แน่นอนว่าปัจจุบัน รถยนต์เครื่อง 1.5 ในตลาดก็มีให้เลือกใช้กันหลายรุ่น ทั้งแบบเครื่องยนต์ N/A ที่เป็นเครื่องยนต์ดูดอากาศแบบธรรมชาติ หรือจะเป็นรถยนต์เครื่อง 1.5 ที่มาพร้อมกับเทอร์โบชาร์จ เป็นอุปกรณ์ช่วยในการอัดอากาศ รวมถึงยังมีเครื่องยนต์ 1.5 แบบลูกผสม ที่เป็นทั้งเครื่องยนต์ e:HEV ที่เรารู้จักกันในชื่อรถ Hybrid และเครื่องยนต์แบบ PHEV ที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่ารถ Plug-In Hybrid

ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมรถยนต์เครื่อง 1.5 ที่ยังมีจำหน่ายในตลาดเมืองไทย และยังคงอยู่ในกระแส รวมถึงมีเรตราคาค่าตัวที่ไม่แรงเกินไปมาให้ดูกัน ว่าแต่จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกันเลย 

1. Honda City e:HEV RS

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : honda.co.th

Honda City e:HEV RS รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปี 2020 เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะได้นำเครื่องยนต์ไฮบริดมาใช้เป็นครั้งแรกในตระกูล City Series

รูปลักษณ์ภายนอกของ Honda City e:HEV RS จะเหมือนกับรุ่นเครื่องยนต์ TURBO แต่แตกต่างกันตรงที่รุ่น e:HEV จะใช้โลโก้ฮอนด้าสีฟ้า และเพิ่มสัญลักษณ์ e:HEV ที่ท้ายรถ ในส่วนกระจังหน้าจะเป็นสีดำ Gloss black พร้อมสัญลักษณ์ RS กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้าสีดำแบบสปอร์ต มีไฟเลี้ยวให้ในตัว เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ด้านท้ายตกแต่งด้วยสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV ในส่วนของไฟท้ายก็เป็นแบบ LED

ภายในห้องโดยสาร เบาะหนังหุ้มด้วยหนังกลับเดินด้ายสีแดง จอเรือนไมล์แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps และยังมีระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เสริมความสะดวกสบายที่นั่งตอนหลังด้วยแอร์ที่เพิ่มเข้ามา

สมรรถนะเครื่องยนต์

Honda City e:HEV RS มากับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHCi-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ให้กำลัง 98 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 109 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ E-CVT มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 27 กม./ลิตร รองรับน้ำมัน E20 ได้

ราคาจำหน่าย

  • Honda City e:HEV RS ราคา 839,000 บาท 

  • Honda City Hatchback e:HEV RS ราคา 849,000 บาท

2. Honda Civic 1.5 VTEC TURBO RS

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : honda.co.th

Honda Civic ถือเป็นเรือธงรุ่นสำคัญอีกรุ่นของทางฮอนด้า ปัจจุบัน Honda Civic ที่วางจำหน่ายในเมืองไทยเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 มีตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบ็ก 5 ประตู

ด้านรูปลักษณ์ภายนอก Honda Civic 1.5 VTEC TURBO RS จะมาพร้อมชุดแต่ง RS รอบคัน กระจังหน้าสีดำตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ RS ปลายท่อไอเสียคู่แบบวางกลาง ไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน และล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งเบาะนั่งหุ้มวัสดุตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดง เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ชุดแป้นคันเร่งแบบสปอร์ต มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลตกแต่งด้วยสีแดง เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay

สมรรถนะเครื่องยนต์

ขุมพลังของ Honda Civic 1.5 VTEC TURBO RS ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน VTEC TURBO ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับเชื้อเพลิง E20 

Honda Civic ราคาจำหน่าย 

  • Honda Civic 1.5 VTEC TURBO ราคา 1,104,000 บาท

  • Honda Civic 1.5 VTEC TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท

  • Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TURBO RS ราคา 1,229,000 บาท

3. Honda Mobilio RS

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : honda.co.th

Honda Mobilio RS รถอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง ขนาดซับคอมแพกต์เอสยูวี (Subcompact SUV) ที่ผลิตขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2014 Honda Mobilio เป็นรถที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถเล็กอย่าง Honda Brio โดยในเวอร์ชั่นล่าสุดนั้นเปิดตัวเมื่อต้นปี 2020  

การออกแบบภายนอก Honda Mobilio RS เน้นความทันสมัย ดูสปอร์ต ชุดไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED กระจังหน้าเป็นแบบ Glass Black เพิ่มความโดดเด่นโฉบเฉี่ยวดุดัน กันชนหน้า-หลังและสปอยเลอร์เป็นแบบสปอร์ต ทั้งยังมีสัญลักษณ์ RS บนกระจังหน้าและฝากระโปรงท้าย เติมเต็มความสปอร์ตแบบลงตัวด้วยล้ออัลลอย RS ขนาด 15 นิ้ว

ห้องโดยสารของ Honda Mobilio RS เน้นในเรื่องความกว้างขวางและสะดวกสบาย สไตล์รถครอบครัว ดีไซน์ภายในของรุ่น RS จะเน้นโทนสีดำ Piano BLack พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่สามารถปรับสูง-ต่ำได้ ระบบอินโฟเทนเมนต์จะมากับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้งระบบ iOS และ Android 

เบาะที่นั่งดีไซน์สปอร์ตทูโทนสีดำ-น้ำตาล เบาะนั่งแถวที่ 2 เป็นแบบพับตลบจังหวะเดียว พับแยกแบบ 60:40 สามารถเลื่อนหน้า-หลังและปรับเอนได้ 3 ระดับ เบาะนั่งแถวที่ 3 พับตลบไปด้านหน้าได้ 2 จังหวะ สามารถพับแยก 50:50 และพนักพิงปรับเอนได้ 2 ระดับ ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้มากขึ้น

สมรรถนะเครื่องยนต์

Honda Mobilio RS มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร SOHC 16 วาล์ว ทำงานประสานคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตันเมตร และยังรองรับการใช้พลังงานทางเลือกอย่าง E85 

Honda Mobilio ราคาจำหน่าย 

  • Honda Mobilio S ราคา 659,000 บาท

  • Honda Mobilio V ราคา 699,000 บาท

  • Honda Mobilio RS ราคา 765,000 บาท

4. Toyota Vios

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : toyota.co.th

Toyota Vios เป็นรถขนาดเล็กหรือที่เรียกว่า Sub Compact พิกัดเครื่องยนต์ขนาด 1.5 จัดเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ฮอตฮิต เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถใหม่ป้ายแดง หรือแม้กระทั่งรถเก่ามือสอง 

Toyota Vios ในเวอร์ชั่นล่าสุดที่ทำตลาดอยู่ในบ้านเรานี้ เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2019 จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Entry, MID และรุ่นท็อป High 

รูปลักษณ์ของ Toyota Vios โดดเด่นมาด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรง V สีเทา-ดำสุดสปอร์ต ดีไซน์เชื่อมต่อกันกับไฟหน้าใหม่แบบ Projector รมดำ มาพร้อมไฟ LED Light Guiding ในโคมเดียวกัน เสริมด้วยชุด LED Daytime Running Lights แนวตั้งที่อยู่บริเวณกันชนหน้า กระจกมองข้างปรับพับด้วยไฟฟ้ามาพร้อมไฟเลี้ยวในตัว เติมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตสีทูโทนลาย 5 ก้าน ขนาด 16 นิ้ว ด้านท้ายตกแต่งด้วยคิ้วฝากระโปรงโครเมียมยาวเป็นแนวนอนเชื่อมต่อกันระหว่างโคมไฟท้ายแบบ LED 

ภายในห้องโดยสาร แผงประตู และคอนโซลหน้า ตกแต่งด้วยวัสดุสีแดง ส่วนฐานและหัวเกียร์เป็นเปียโนแบล็ก เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์ หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องต่อ USB และฟังก์ชัน T-Link เชื่อมต่อแอปพลิเคชันนำทาง พร้อมระบบโทร. ออกด้วยเสียง

สมรรถนะเครื่องยนต์

Toyota Vios ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร 2NR-FBE  4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ส่งกำลังสูงสุด 108 แรงม้า แรงบิด 140 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

Toyota Vios ราคาจำหน่าย 

  • Toyota Vios Entry ราคา 609,000 บาท
  • Toyota Vios Mid ราคา 699,000 บาท
  • Toyota Vios High ราคา 789,000 บาท

5. Toyota Sienta

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : toyota.co.th

Toyota Sienta รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู ประเภท Compact Multi-Purpose Vehicle ที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ถูกออกแบบให้มี 3 แถว 7 ที่นั่ง สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งเพื่อบรรทุกสัมภาระ เติมเต็มความโดดเด่นด้วยประตูข้างแบบบานสไลด์อัตโนมัติ ที่จะช่วยให้เข้า-ออกห้องโดยสารตอนหลังได้อย่างง่ายดาย

การออกแบบภายนอกเน้นความพรีเมียม ดูหรูหรา กระจังดีไซน์เล็กเป็นทรงหกเหลี่ยมคาดด้วยโครเมียม ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าโปรเจกเตอร์ Bi-Beam LED ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และที่เป็นไฮไลต์ของ Toyota Sienta คือ ประตูข้างซ้าย-ขวาที่เป็นแบบบานสไลด์อัตโนมัติ สั่งงานได้จากสวิตช์บริเวณคนขับและรีโมตคอนโทรล พร้อมระบบช่วยปิดประตูแบบไฟฟ้า ในขณะที่ใช้ชุดไฟท้าย LED แบบ Light Guiding และปลอกหุ้มท่อไอเสีย

ภายในห้องโดยสารออกแบบเพื่อให้เป็นรถสำหรับครอบครัว เน้นความกว้างและประโยชน์ใช้สอย เบาะนั่งหุ้มหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์สีดำ เดินด้วยด้ายสีส้ม เบาะนั่งฝั่งผู้ขับปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมที่พักแขน ส่วนเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับได้แบบ 50:50 แบบ 1-Touch Tumble พร้อมที่พักแขนด้านข้าง ปิดท้ายด้วยเบาะนั่งแถว 3 ที่แยกพับได้ 50:50 แบบ Dive-in

สมรรถนะเครื่องยนต์

ขุมพลังของ Toyota Sienta มากับเครื่องยนต์รหัส 2NR-FE พิกัดความจุ 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DUAL VVT-I ส่งกำลังสู่ล้อหน้าด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อม Sport Sequential Shift 7 ให้กำลังสูงสุด 108 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร

 Toyota Sienta ราคาจำหน่าย

  • Toyota Sienta 1.5 V ราคา 875,000 บาท   

  • Toyota Sienta 1.5 G ราคา 765,000 บาท

6. Mitsubishi Xpander Cross

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : mitsubishi-motors.co.th

Mitsubishi Xpander Cross มินิเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง ที่ถูกต่อยอดความสำเร็จมาจาก Mitsubishi Xpander ตกแต่งด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเอาใจผู้ที่ชอบความโดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นเดิม 

กระจังดีไซน์ DYNAMIC SHIELD ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่พร้อมไฟตัดหมอก LED ขนาดใหญ่ พร้อมกับปรับมิติด้านหน้ารถให้กว้างขึ้น 50 มม. เพื่อให้ตัวรถดูบึกบึน ตกแต่งข้างประตูและซุ้มล้อด้วยวัสดุสีดำรับกับล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว นอกจากนี้ตัวรถยังได้ปรับความสูงขึ้นอีก 20 มม. จากรุ่นมาตรฐาน ส่งผลให้ตัวรถมีความสูงจากพื้นถึง 225 มม. และยังได้ปรับแต่งในส่วนช่วงล่างใหม่ เพื่อให้รถสามารถวิ่งผ่านเส้นทางที่หลากหลาย

ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpender Cross ตกแต่งด้วยวัสดุแบบ Soft Touch พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและสีดำเปียโนแบล็ก แผงแดชบอร์ด และเบาะนั่งเป็นสีทูโทนสีดำ-น้ำตาล ออกแบบเน้นความกว้างขวาง สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คน เบาะแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 และเบาะแถวที่ 3 สามารถพับแยกแบบ 50:50 สามารถปรับเบาะทั้ง 2 แถวให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการจัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่

สมรรถนะเครื่องยนต์

          ขุมพลัง Mitsubishi Xpender Cross ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด 

Mitsubishi Xpander  ราคาจำหน่าย

  • Mitsubishi Xpander GLS-LTD ราคา 789,000 บาท

  • Mitsubishi Xpander GT ราคา 863,000 บาท

  • Mitsubishi Xpander Cross ราคา 919,000 บาท

7. Suzuki XL7

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : suzuki.co.th

ในชั่วโมงนี้ทางค่าย Suzuki จัดว่าเป็น “เจ้า” ของรถครอบครัว หรือรถครอสโอเวอร์สไตล์ครอบครัวแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งหลังจากที่เปิดดัว Suzuki Ertiga ครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่ง ออกมาไม่นาน ก็เข็นเจ้า Suzuki XL7 ตามมาติด ๆ 

รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบมาในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำคาดด้วยโครเมียม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดาบซามูไร Katana ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ขนาดใหญ่ กันชนหน้าขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยวัสดุสีโครเมียม มาพร้อมไฟตัดหมอก LED ทรงกลม เติมด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ด้านบนหลังคาเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาสีดำตัดขอบด้วยสีเงินโครเมียม ส่วนล้อเป็นสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร Suzuki XL7 มาในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารเป็นขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง พื้นที่กว้างขวางปรับได้หลากหลาย เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตแบบ Bucket Seat พวงมาลัยไฟฟ้าปรับสูง-ต่ำ เบาะฝั่งคนขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เบาะแถว 2 พับด้วยระบบ One Touch แบบ 60:40 ส่วนเบาะแถว 3 พับได้ 50:50  

สมรรถนะเครื่องยนต์ 

ด้านพละกำลังของ Suzuki XL7 2020 มากับขุมพลังเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า 6,000 รอบ/นาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด 

Suzuki XL7 ราคาจำหน่าย  

  • Suzuki XL7 GLX ราคา 779,000 บาท

8. MG HS PHEV

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : mgcars.com

MG HS PHEV เป็นรถ SUV ที่ได้รับติดตั้งเครื่องยนต์ Plug-In Hybrid มาในระดับที่เข้าถึงง่ายในราคาเริ่มเพียง 1 ล้านต้น ๆ ซึ่งในตลาดเมืองไทยนั้นเราจะเห็นขุมพลัง Plug-In Hybrid อยู่ตามแบรนด์พรีเมียมระดับหรู ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz, BMW หรือ Volvo ที่ราคาค่าตัวนั้นอยู่ในเกณฑ์ 2 ล้านบาทขึ้นไป 

MG HS PHEV เป็นรถอเนกประสงค์ที่ต่อยอดจาก MH HS รุ่นปกติ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ดังนั้นในเรื่องรูปร่างหน้าตาจึงถอดด้ามมาจาก MG HS ทั้งชุด กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ มาพร้อมไฟ DLR ชุดไฟท้ายเป็น LED Space Light Field ที่มากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential เพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยล้ออัลลอยลาย Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว ส่วนที่แตกต่างแบบเด่นชัดของ MG HS PHEV กับ MH HS รุ่นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา จะเป็นในส่วนฝาปิดช่องชาร์จไฟฝั่งผู้ขับขี่บริเวณใกล้กับประตูหลังที่ถูกเพิ่มเข้ามา

ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch สีทูโทน Monaco Blue-Arctic White เบาะคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat หุ้มด้วยหนัง Alcantara ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจอเรือนไมล์ขนาด 12 นิ้ว สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ตามโหมดการขับขี่ ระบบอินโฟเทนเมนต์ติดตั้งหน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธและ USB รวมถึงกล้องมองภาพรอบคัน เสริมความพรีเมียมด้วยระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมด้วยระบบเชื่อมต่อ i-SMART

สมรรถนะเครื่องยนต์

MG HS PHEV ใช้ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว Turbo TGI ให้กำลังได้สูงสุด 162 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร และเมื่อนำกำลังมาผนวกกันจะทำให้มีกำลังรวมถึง 284 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนส่งพลังสู่ล้อด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนขนาด 16.6 kWh สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้เป็นระยะทางถึง 67 กิโลเมตร

MG HS PHEV ราคาจำหน่าย 

  • MG HS PHEV ราคา 1,359,000 บาท

9. MG ZS

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : mgcars.com

MG ZS B-SUV หรือที่เรียกว่าเป็น SUV ขนาดเล็ก ที่มากับขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นขุมพลังหลักของทางค่าย MG นอกเหนือไปจาก MG HS, MG HS PHEV และ MG3 โดย MG ZS รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันนี้ เป็นรุ่นบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่ภายนอกไปจนถึงภายในห้องโดยสาร

เริ่มจากปรับเปลี่ยนในส่วนมิติตัวถังให้ใหญ่กว่าเจเนอเรชั่นแรก กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมลายรังผึ้งสีดำ มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Light เสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสารของ MG ZS 2020 เป็นสีทูโทน ใช้วัสดุแบบ Soft Touch ในการตกแต่ง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะขนาด 7 นิ้ว เติมเต็มด้วยหน้าจอ Touch Screen ขนาด 10 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android มาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB ที่ในรุ่นนี้จัดมาให้ถึง 5 จุดด้วยกัน ด้านหลัง 2 จุด ด้านหน้าอีก 2 จุด และอีก 1 จุดที่ข้างแผงกระจกมองหลังปรับแสง เติมเต็มความหรูหราสไตล์ผู้ดีอังกฤษด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาดใหญ่

สมรรถนะเครื่องยนต์

            ด้านพละกำลังของ MG ZS ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์ชุดใหม่อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด 

MG ZS ราคาจำหน่าย 

  • MG ZSC+ ราคา 689,000 บาท

  • MG ZSD+ ราคา 739,000 บาท 

  • MG ZSX+ ราคา 799,000 บาท

10. Haval H6 Hybrid

รถยนต์เครื่อง 1.5

ภาพจาก : gwm.co.th

HAVAL H6 Hybrid รถ SUV สัญชาติจีน 100% ที่ถูกออกแบบรูปลักษณ์มาในสไตล์รถยุโรปแบรนด์หรู มาพร้อมด้วยเส้นสายมิติตัวรถที่ดูบึกบึนใหญ่โต แต่แฝงไว้ด้วยความพรีเมียม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมด้านในเป็นลายตะแกรงสีโครเมียม พร้อมโลโก้ HAVAL ตรงกลางขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยชุดไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ ส่วนด้านท้ายติดตั้งชุดไฟท้าย LED Taillight Strip ที่พาดยาวซ้ายจรดขวา เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาดใหญ่ 19 นิ้ว 

ภายในเรียบหรูในแบบสีทูโทน พร้อมตกแต่งด้วยสี Rose Gold หน้าจอดิจิทัลแบบสัมผัสขนาด 12 นิ้ว หน้าปัดแสดงข้อมูลเป็นดิจิทัลขนาด 10 นิ้ว มาพร้อม Head Up Display (HUD) จอสี แท่นชาร์จไร้สายบริเวณคอนโซลกลาง พวงมาลัยสามก้านพร้อมปุ่มควบคุม หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ เครื่องปรับอากาศ Dual Zone Climate Control พร้อมตัวกรอง CN 95 และที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย Wireless Charger

สมรรถนะเครื่องยนต์ 

Haval H6 Hybrid มากับเครื่องยนต์เทอร์โบซูเปอร์ชาร์จ VGT 1.5 ลิตร GW4B15D GDIT EVO ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้ารวมสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร 

Haval H6 Hybrid ที่เปิดขายในประเทศไทย จะมีด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Pro และ รุ่น Ultra 

Haval H6 Hybrid 2021 ราคาจำหน่าย

  • Haval H6 Hybrid 2021 รุ่น PRO ราคา 1,149,000 บาท  

  • Haval H6 Hybrid 2021 รุ่น ULTRA ราคา 1,249,000 บาท

จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันรถยนต์ที่ถูกติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 นั้น จะไม่มีอยู่ในทุกค่ายของตลาดเมืองไทยเหมือนเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา นั่นอาจเป็นเพราะด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความนิยมของผู้ใช้รถที่หันไปเล่นรถ Eco Car ที่มีราคาถูกกว่า รวมถึงในเครื่องยนต์ขนาดเล็กปัจจุบันนั้นมีประสิทธิภาพทัดเทียมเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : honda.co.th, toyota.co.th, mitsubishi-motors.co.th, suzuki.co.th, mgcars.com, gwm.co.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
รถยนต์เครื่อง 1.5 ยี่ห้อไหนดี ปี 2021 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างในตลาดเมืองไทย โพสต์เมื่อ 2 กรกฎาคม 2564 เวลา 17:34:31 22,530 อ่าน
TOP