Mercedes-AMG เปิดตัว C 43 4MATIC 2019 และ E 53 4MATIC+ 2019 รุ่นประกอบในประเทศ

2 รุ่นใหม่จาก Mercedes-AMG ที่ประกอบในประเทศ  Mercedes AMG C 43 4MATIC 2019 เปิดราคา 4.31 ล้านบาท ส่วน Mercedes AMG E 53 4MATIC+ ราคา 5.26 ล้านบาท

เป็นอีกครั้งที่ Mercedes Benz จัดหนัก เปิดตัวรถยนต์กลุ่มสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ AMG โดยทั้ง 2 รุ่นเคยทำตลาดก่อนหน้านี้ แต่นำเข้ามาทั้งคัน และครั้งนี้เมื่อเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศก็มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางชนิด พร้อมกับปรับราคาจำหน่ายใหม่ ลดลงเป็นล้านบาท 

Mercedes-AMG C 43 4MATIC 2019 รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,310,000 บาท

รถยนต์กลุ่ม C-Class เป็นรถยนต์กลุ่มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของ Mercedes-AMG มีส่วนช่วยเสริมสร้างให้แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงนี้ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

ซึ่งการพัฒนารถยนต์ตระกูล 43 ในปี 2558 ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างและสานต่อความสำเร็จของ Mercedes-AMG มาจนถึงปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องและเสียงตอบรับอันเยี่ยมยอดจากผู้เป็นเจ้าของเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนารถยนต์ C 43 รุ่นปรับโฉมในทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะขับขี่ตามสไตล์ AMG 

ดีไซน์ภายนอก กระจังหน้า AMG ก้านคู่ตกแต่งด้วยสีเงินแบบด้าน ฝากระโปรงหน้าที่ปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ให้สวยงามกว่าเดิม โครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหน้าที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น 

สเกิร์ตข้างที่ดีไซน์ให้เข้ากับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว จาก AMG โดยช่องลมและองศาก้านล้อได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียดในอุโมงค์ลมเพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาล้ออัลลอยนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักรถและความร้อนที่ระบบเบรกที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงาน 

ฝากระโปรงหลังยังมาพร้อมกับโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ดูสะดุดตา รวมถึงดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถพร้อมท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ แบบ Two round twin tailpipe look

ประตูแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัว จากตัวถัง ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง ตกแต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam ที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน สามารถปรับความสว่างและความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร รวมถึงหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน มาพร้อมชุดเบาะที่นั่ง AMG Sport Seats ด้วยวัสดุหุ้มหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA กับคุณสมบัติการอุ่นเบาะที่ปรับได้ 3 ระดับ เสริมทั้งพนักพิงหลังและปีกทั้ง 2 ข้างเพื่อปกป้องด้านข้างของผู้ขับขี่ขณะขับรถด้วยความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้น 

พนักพิงศีรษะที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อช่วยปลุกเร้าความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร เพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยแผงหน้าปัดแบบดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว ที่มีโหมดการแสดงผล 3 แบบ ในสไตล์ AMG  คือ Classic, Sporty และ Progressive พร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นสูงในการควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกคำสั่งต่าง ๆ ได้สะดวกรวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพการขับขี่ด้วยความเร็วสูง 

พวงมาลัย 3 ก้าน ท้ายตัด แบบ AMG Performance Steering Wheel หุ้มด้วยหนัง nappa ที่มีรูปทรงสปอร์ตท้ายตัดที่ออกแบบเป็นวงโค้งอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถใช้คำสั่งหรือก้านควบคุมต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะและรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา และ Touchpad 2 ข้าง บนก้านพวงมาลัย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นนี้ 

ด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงหน้าปัดและ Cruise Control ด้านขวาใช้ควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบโทรศัพท์ ระบบสั่งการด้วยเสียง เป็นต้น นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมีระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Audio 20 GPS พร้อม Touchpad และ Controller ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester ตกแต่งภายในด้วย AMG Matt Silver Glass-Fibre

ชุดคำสั่ง AMG เพื่อให้การขับขี่มีความสปอร์ตจนถึงขีดสุด ได้แก่
  • หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up) ที่แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost
     
  • หน้าจอการตั้งค่า (Setup) แสดงข้อมูลของโหมดการขับขี่ที่ใช้งานอยู่ การตั้งค่าระบบ กันสะเทือน โหมดการปล่อยไอเสีย การตั้งค่าระบบ ESP และเกียร์ที่ใช้อยู่
     
  • หน้าจอแรงจี (G-Force) แสดงแรงจีปัจจุบันที่กดลงมาที่ตัวรถ เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วใด ๆ และให้คำแนะนำในการขับขี่ให้เหมาะสม
     
  • หน้าจอจับเวลา (Race Timer) สำหรับการจับเวลาโดยตัวผู้ขับขี่เอง ซึ่งสามารถจับเวลาต่อรอบพร้อมทั้งแสดงรอบที่ใช้เวลาน้อยและมากที่สุดได้พร้อมกัน รวมถึงระยะที่ขับขี่และความเร็วเฉลี่ย
     
  • หน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data) แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบกราฟแท่ง รวมถึงแรงดันในโหมด Boost

รุ่น

เครื่องยนต์

ปริมาตรกระบอกสูบ (ซี.ซี.)

แรงม้าสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที)

แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที)

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (วินาที)

ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)

Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ

 

เครื่องยนต์ V6 สูบ

 

2,996

390 / 6,100

520 / 2,500 – 5,000

4.7

250

นอกจากนี้  Mercedes AMG ยังติดตั้งหน้าจอดิจิทัลสำหรับแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดการใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา โดยสัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอรถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5 โหมด คือ Comfort, Sport, Sport+, Individual และโหมดการขับขี่ใหม่ คือ Slippery เพื่อช่วยกระจายกำลังให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกเพราะฝนหรือหิมะ

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ 2019 รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 5,260,000 บาท

ดีไซน์ภายนอก ตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำ ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบน

ฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip ปลายสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี ไฟเบอร์ออฟติก รวมถึงหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายในตกแต่ด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะที่นั่งหุ้มของ AMG และตราสัญลักษณ์ AMG ด้วย ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน 

พวงมาลัยแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre ที่เป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยไฟฟ้า แบบปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า 

ระบบมัลติมีเดีย อย่างหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system รวมถึงระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ  64 สี

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ มีระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ที่ถูกใส่เข้ามาในรถยนต์รุ่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยในการออกตัวรถ และควบคุมการทำงานของระบบไฮบริด โดดเด่นด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่แบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ให้สอดคล้องกับความต้องการได้ 

ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อมเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zones ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) 

ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบนำทาง (navigation system) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ ระบบตรวจเช็กลมยาง (Tyre pressure monitoring system) 

รุ่น

เครื่องยนต์

ปริมาตรกระบอกสูบ (ซี.ซี.)

แรงม้าสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที)

แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที)

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (วินาที)

ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ

 

เบนซิน แถวเรียง V6 สูบ

2,999

435 / 6,100

520 / 1,800-5,800

 

4.5

250

ระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension และยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศนี้อีกด้วย ได้แก่ ระบบเตรียมความพร้อมของรถยนต์ ระบบเช็กสภาพรถยนต์ ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ระยะไกล ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบ Communication module (LTE) เพื่อเชื่อมต่อกับบริการ Mercedes me connect

ข้อมูลและภาพจาก Mercedes-Benz

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
Mercedes-AMG เปิดตัว C 43 4MATIC 2019 และ E 53 4MATIC+ 2019 รุ่นประกอบในประเทศ โพสต์เมื่อ 3 พฤษภาคม 2562 เวลา 16:20:45 6,663 อ่าน
TOP