ขั้นตอนการรับรถใหม่ รอบคอบสักนิดรับรองอุ่นใจ

ขั้นตอนการรับรถใหม่

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก alphathaigroup.com , 88carwash , autoyim.com เเละ camry2012club.com

          ขึ้นเชื่อว่ารถใหม่ป้ายแดง เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงทะนุถนอมเป็นอย่างดี ก่อนออกก็ดูฤกษ์ดูยาม หรือเมื่อได้รถมายังทำพิธีเจิมรถอีก ทั้งหมดนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าแต่ละคนรักรถใหม่ขนาดไหน วันนี้กระปุกคาร์จึงขอนำเสนอ ขั้นตอนการรับรถใหม่ที่หลาย ๆ ท่านควรทราบไว้ เพราะหากรับรถมาแต่สภาพได้ไม่เต็มร้อยเหมือนราคาที่จ่ายไปรับรองว่าช้ำใจสุด ๆ แถมไม่สามารถนำรถไปเปลี่ยนได้ จนมีข่าวทุบรถโชว์ให้เห็นกันบ่อย ๆ

          เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง เรามาตรวจเช็กลิสต์ก่อนรับรถใหม่ ขั้นตอนการรับรถใหม่ กันดีกว่าเสียเวลานิดหน่อยแต่คุ้มค่ามาก เมื่อตรวจสอบแล้วรถมีปัญหาหรือไม่ถูกใจก็ไม่ควรเซ็นรับเป็นอันขาดครับ เอาล่ะว่ากันมาซะยาว ตามมาดูกันเลยว่าเราควรต้องเช็กอะไรบ้าง
ตัวถัง
          1. ตัวถัง

          1.1 ดูขอบ, สันข้างรถว่าแนวยังตรงดีอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะระหว่างประตู และตัวถัง

          1.2 เปิด / ปิดประตูครบทุกบาน และกระโปรงหน้า-หลัง ได้ดี / ล็อกเด็กประตูหลัง

          1.3 มีสนิมบริเวณขอบประตูแต่ละบานหรือไม่ แค่ไหน

          1.4 เห็นรอยสีใหม่พ่นทับสีเก่าในบริเวณขอบประตูหรือไม่ (ถ้ามีขอบยางกันกระแทกลองแง้มดู)



          2. กระจก          

          2.1 กระจกทุกบานขึ้นลงได้สุดหรือไม่ (ถ้าเป็นกระจกไฟฟ้าควรดูเป็นพิเศษ)

          2.2 กระจกมีรอยร้าวกระเทาะหรือไม่ อาจจะนําไปสู่การแตกง่ายในอนาคต

          2.3 ลวดละลายฝ้ากระจกหลังยังใช้ได้อยู่หรือไม่

          2.4 ยางปัดนํ้าฝนต้องเปลี่ยนหรือไม่

          2.5 ที่ปัดนํ้าฝนยังใช้งานได้ดี

          2.6 ที่ฉีดนํ้าล้างกระจกยังใช้งานได้ดี ฉีดแรง ฉีดตรง

          2.7 กระจกมองข้างปรับได้ตามปกติ / พับยังไง ให้แสดงให้ดู

ยางรถยนต์

          3. ยางและล้อ / เครื่องมือ 
     
          3.1 เนื้อยางยังนิ่มอยู่พอสมควร / ปียางที่ผลิต / รอยวิ่งของยาง

          3.2 ล้อมีรอยบิ่นหรือไม่ / Max เก่า ใหม่

          3.3 แม่แรง / ล้ออะไหล่ / ประแจ / เครื่องมือประจำรถครบหรือไม่

ห้องโดยสาร

         
4. ภายในห้องโดยสาร      
       
          4.1 ลายไม้และหน้าปัดเป็นรอยขูดขีดหรือไม่ / หน้าปัดและเข็มวัดต่าง ๆ ยังใช้งานได้ครบหรือไม่ เช่น เข็มความเร็ว เข็มนํ้ามัน เข็มไมล์ ไฟเบรกมือ เข็มความร้อน

          4.2 เบาะปรับได้ท่าทีถนัด  มีรอยเลอะไหม รอยตะเข็บไม่ขาด, เข็มขัดนิรภัย ลองปรับและลองกระตุกดู

          4.3 ยางปูพื้นติดรถมาแบบไหน

          4.4 เสียบกุญแจรถแล้วบิดสวิตช์ ON (ยังไม่บิดสตาร์ท) แล้วตรวจดูไฟเตือนที่หน้าปัดขึ้นครบถ้วนหรือไม่ กระจกมองหลังและข้างปรับได้ทัศนวิสัยที่ดี/ กระจกข้างปรับได้ ลองพับ กุญแจรีโมท / Central Lock ทำงานดี  ล็อคอัตโนมัติตอนออกตัวหรือไม่

          4.5 วิทยุติดรถ วิทยุ CD ลองฟังแยกทุกจุดว่า OK / กดแตร / ที่ปัดน้ำฝน INT / ไฟเบรกดวงที่ 3 / ไล่ฝ้าหลัง ลองกดแล้วจับดูว่าร้อนไหม

          4.6 หมุนพวงมาลัยดูจนสุด 2 ด้านมีเสียงดังหรือไม่ สามารถปรับไกล-ใกล้ สูง-ต่ำ

          4.7 กระจกไฟฟ้า 4 บาน ลองกดปุ่มเลื่อนขึ้นลง / ป้องกันหนีบ?, กระจกข้างปรับได้ไหม ลองพับดูถ้ามีปุ่มพับ

          4.8 สัญญานเตือนไฟเปิด ประตู / เปิด, เบรกมือ, นาฬิกา

          4.9 ที่เปิดกระโปรงหน้า-หลัง ที่เปิดฝาน้ำมัน / ช่องเก็บของต่าง ๆ เปิด-ปิด ได้ดีหรือไม่



          5. ห้องเครื่อง        

          5.1 น้ำมันเบรก / น้ำมันเครื่อง / น้ำมันเกียร์ / น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์

          5.2 สายพานต่าง ๆ

          5.3 น้ำในหม้อน้ำ+หม้อพัก , กระบอกน้ำฉีดกระจก / ถามให้รู้ว่าอยู่ตรงไหน

          5.4 น้ำกลั่นแบตเตอรี่

          5.5 ลองสตาร์ทเครื่อง ฟังเสียงดู เร่งเครื่อง

          5.6 หมายเลขเครื่อง / หมายเลขตัวถัง / ให้เขาชี้ให้ดู ถูกต้องตรงกันกับเอกสาร

          5.7 แผ่นกันความร้อนมีให้หรือไม่

          5.8 แผ่นยางบังโคลน

กลไกขับเคลื่อน

          6. กลไกขับเคลื่อน            

          6.1 เครื่องยนต์เดินเรียบ

          6.2 พวงมาลัยไม่มีเสียงดังเวลาเลี้ยว

          6.3 คลัทช์ไม่แข็งหรือระยะตื้นจนเกินไป (กรณีเกียร์ธรรมดา)

          6.4 เข้าเกียร์ได้ครบ (เกียร์ออโต้ให้ดูไฟบอกตำแหน่งเกียร์ที่แท่นเกียร์+หน้าปัด)

          6.5 เกียร์ไม่หลวม, ไม่มีเสียงดังเวลาเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่ง

          6.6 ความร้อนไม่ขึ้นสูง

          6.7 เวลาปล่อยมือแล้วรถไม่เอียง

          6.8 ทดสอบเดินรถ - ถอยหลัง ไม่มีเสียง

ระบบปรับอากาศ

         
7. ระบบปรับอากาศ        

          7.1 แอร์เย็น / ปรับอุณหภูมิได้

          7.2 พัดลมปรับความเร็วได้ตามปกติ

          7.3 ช่องลมปรับทิศทางได้ตามปกติ / ตัวครีบมีสภาพแน่นหนาดี

ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง

          8. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง   

          8.1 ไฟสูง ไฟหน้า และไฟหรี่ เปิดติด ปิดดับ สว่างชัดเจน

          8.2 ไฟเลี้ยวใช้ได้ทั้ง 2 ข้าง และลองกดปุ่มไฟฉุกเฉินว่ากะพริบ 2 ข้าง

          8.3 ไฟเบรกใช้งานได้

          8.4 ไฟถอยหลังใช้งานได้

          8.5 เซ็นเซอร์ถอยหลัง หรือ กล้องมองหลัง (ถ้ามี) ใช้งานได้ดี

คู่มือรถ

          9. เอกสารต่าง ๆ

          9.1 สมุดทะเบียน / ใบโอนรถ / เอกสารประกันภัย / พรบ.

          9.2 ใบเสร็จรับเงินค่าดาวน์ / ใบเสร็จค่ามัดจำป้ายแดง

          9.3 สมุดคู่มือป้ายแดง / ป้ายแดงมีตราขนส่งทางบกถูกต้อง

          9.4 คู่มือรถ, เอกสารการรับประกันอุปกรณ์รถ และเช็กระยะฟรี

          9.5 ของแถมต่าง ๆ ตามที่ตกลงไว้ในวันจองรถ เช่น ฟิล์มกรองแสง / Liner ครอบกระบะ  / พรม  / ยาง / กรอบป้าย / พ่นกันสนิม / เคลือบสี  / เซ็นเซอร์ถอย / ล็อกคลัทช์ / ล็อกเกียร์ / ปลายท่อโครเมียม / ส่วนลด

          ** แชร์ประสบการณ์รับรถจากคุณ Redskins_EX

          เรื่องมีอยู่ว่า ผมตัดสินใจจองรถวันที่ 24 ธ.ค.51 รถที่ผมจองมาจากโรงงานมาวันที่ 23 ม.ค. 52 ผมตรวจเช็คตามขั้นตอน รถใหม่จากโรงงานจริง ไม่มีการแต่งเพิ่มแต่อย่างไร ฟิล์มก็ไม่ได้ติด ผมยอมรับรถที่ตรวจเสร็จ แต่ขาดอย่างเดียวคือไม่ได้จดหมายเลขเครื่องและผมก็ตกลงเรื่องการแต่งรถ ติดฟิล์ม ตอนแรกจะไม่แต่งแต่เซลให้ส่วนลดหลายพันจนผมยอม

          วันรับและเซ็นสัญญาผมก็เชื่อใจเซล คือผมรับและเอาออกมาจากศูนย์วันที่ 13 ก.พ. 52 เนื่องจากรอตกแต่ง พอใช้ไปซักพัก ปรากฏว่าวันที่เราต้องส่งไปรษณีย์เพื่อส่งไปขอรับใบประกันฟิล์ม ปรากฏว่า ฟิล์มถูกติดตั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 51 ตกใจเลยครับ ฟิล์มผมติดตั้งก่อนที่ผมจะจองรถซะอีก รถมาก่อนจองเป็นไปได้ยังไง

          จึงสืบข้อมูลได้ความว่า รถคันนี้คนที่จองท่านเดิมยกเลิกการจองไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 51 เป็นรถค้างสต๊อกว่างั้นเถอะ เซลจึงพยายามชักจูงให้ผมแต่งรถให้ได้ตามรถที่ค้างอยู่ ความเชื่อใจทำให้ผมได้รถคนละคันกับที่ผมเช็กไว้ เซลไม่ได้จ่ายรถพลาด เพราะเขาตั้งใจหลอก เขาบอกผมว่า อย่าเพิ่งเลื่อนกระจกเพราะฟิล์มเพิ่งติด พูดมาได้ ติดไว้ตั้ง 2 เดือนละ

          เรื่องนี้อุทาหรณ์ที่เราควรระวังรูปแบบของเซลขายรถ เซลขายรถเพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง เพื่อทีมงานและศูนย์ของเขา หากเราไม่ระวัง เราก็จะตกเป็นเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นอย่าไว้ใจเซลและศูนย์ที่มีข่าวไม่ดี **

          จากทั้งหมดนี้ คงเห็นประโยชน์ของการตรวจเช็กรถ ก่อนรับรถใหม่กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ สำหรับใครที่กำลังจะไปรับรถใหม่ก็ต้องรอบคอบไว้ก่อน แล้วรับรองว่าไม่มาเสียใจที่หลังแน่นอน :)



 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี 





คิดอย่างไรกับเรื่อง: ขั้นตอนการรับรถใหม่ รอบคอบสักนิดรับรองอุ่นใจ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ขั้นตอนการรับรถใหม่ รอบคอบสักนิดรับรองอุ่นใจ โพสต์เมื่อ 3 มิถุนายน 2556 เวลา 09:27:05 60,620 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP