เปิดไฟฉุกเฉินตอนไหนถึงจะถูกต้อง ? รู้เหตุผลที่ไม่ควรเปิดขณะขับรถ ข้ามแยก หรือขับตอนฝนตก เพราะอาจทำให้รถคันอื่นเข้าใจผิดและเพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
หลายคนอาจเข้าใจว่าไฟฉุกเฉินหรือไฟผ่าหมากเป็นไฟที่เปิดได้เมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องการให้รถคันอื่นมองเห็นเราเป็นพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วไฟฉุกเฉินมีไว้สำหรับใช้เป็นสัญญาณเตือนเมื่อรถเกิดเหตุขัดข้องหรืออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การนำมาเปิดในจังหวะที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะขณะรถยังเคลื่อนที่ อาจทำให้ผู้ใช้รถคันอื่นสับสนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้
ทำไมถึงไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินผิดเวลา ?
ทำให้รถคันอื่นสับสนทิศทาง
เมื่อเปิดไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยวทั้งสองข้างจะกะพริบพร้อมกัน ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นไม่สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเรากำลังจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือเปลี่ยนเลนไปทางไหน ยิ่งในบริเวณทางแยกที่มีรถมาจากหลายทิศทาง ก็อาจเกิดการเข้าใจผิดและนำไปสู่อุบัติเหตุได้
มองเห็นทางได้ยากขึ้น โดยเฉพาะตอนฝนตก
การเปิดไฟฉุกเฉินขณะฝนตกไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้นเสมอไป เพราะแสงจากไฟกะพริบอาจสะท้อนกับหยดน้ำบนกระจกและรบกวนการมองเห็นของผู้ขับขี่ เมื่อมีรถหลายคันเปิดไฟฉุกเฉินพร้อมกัน ก็อาจยิ่งทำให้มองเส้นทางและตำแหน่งของรถคันอื่นได้ยากขึ้น
ทำให้กะระยะและประเมินสถานการณ์ได้ยาก
ไฟฉุกเฉินที่กะพริบพร้อมกันทั้งสองด้าน อาจทำให้ผู้ขับขี่รถคันหลังประเมินทิศทางหรือระยะห่างของรถคันหน้าได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การจราจรหนาแน่นหรือมีทัศนวิสัยไม่ดี จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนท้ายหรือการเฉี่ยวชน
เปิดไฟฉุกเฉินผิดวิธี มีโทษไหม ?
สิ่งสำคัญคือ การเปิดไฟฉุกเฉินไม่ได้ทำให้การกระทำที่ผิดกฎจราจรกลายเป็นถูกต้อง เช่น การนำไฟฉุกเฉินมาใช้เพื่อจอดในบริเวณที่ห้ามจอด หรือใช้ขณะขับรถในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ผู้ขับขี่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเครื่องหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถฝ่าการจราจรติดขัด ขับสวนเลน ขับผ่านทางแยก หรือเปิดทิ้งไว้ขณะฝนตก เพราะอาจทำให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นเข้าใจสถานการณ์ผิดและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
แล้วไฟฉุกเฉินควรใช้ตอนไหน ?
ไฟฉุกเฉินมีไว้เพื่อเตือนผู้ร่วมทางว่ารถกำลังมีเหตุผิดปกติหรืออยู่ในสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ยกตัวอย่างเช่น
-
รถเสียหรือเกิดเหตุขัดข้อง เช่น ยางแตก เครื่องยนต์ดับ และจำเป็นต้องหยุดรถบนถนนหรือไหล่ทาง เพื่อให้รถคันอื่นสังเกตเห็น
-
เกิดอุบัติเหตุหรือมีเหตุฉุกเฉินบนเส้นทาง จนจำเป็นต้องหยุดรถหรือแจ้งเตือนรถที่กำลังตามมา
-
รถอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องหยุดชั่วคราว เพื่อให้ผู้ใช้ถนนคันอื่นระมัดระวัง
-
รถถูกลากหรือกำลังเคลื่อนย้าย เพื่อเตือนให้ผู้ร่วมทางทราบว่ารถไม่ได้เคลื่อนที่ตามปกติ
เมื่อเปิดไฟฉุกเฉินแล้ว ควรพยายามนำรถไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด และใช้ไฟฉุกเฉินเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ตลอดการเดินทางโดยไม่มีเหตุฉุกเฉิน
ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเจอทางแยกหรือฝนตก ?
เมื่อขับรถผ่านทางแยก สิ่งที่ควรทำคือชะลอความเร็ว ตรวจสอบรถจากทางซ้ายและขวา รวมถึงใช้ไฟเลี้ยวให้ตรงกับทิศทางที่ต้องการเดินทาง ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อแทนไฟเลี้ยว เพราะอาจทำให้รถคันอื่นตีความผิดได้
ส่วนช่วงฝนตก ควรลดความเร็ว เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า เปิดไฟรถตามความเหมาะสม และใช้ไฟเลี้ยวตามปกติ แทนการเปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลาที่รถยังเคลื่อนที่
ไฟฉุกเฉินไม่ได้มีไว้เพื่อเปิดเมื่ออยากให้รถคันอื่นเห็นเรา แต่มีไว้เพื่อส่งสัญญาณว่ารถคันนี้กำลังมีเหตุฉุกเฉิน ใช้ให้ถูกสถานการณ์ นอกจากจะช่วยลดความสับสนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนบนท้องถนนอีกด้วย
บทความเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์
ขอบคุณข้อมูบและภาพจาก : ขับขี่ปลอดภัย by DLT






