Mercedes-Benz และ Tesla ต่างพากันเล่นใหญ่กับรถไฟฟ้า แล้ว BMW จะรับมืออย่างไร

Mercedes-Benz

          BMW เปิดไพ่ใบสำคัญสำหรับอนาคตรถยนต์ไฟฟ้า "หวังขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีมากกว่ากวาดยอดขาย" ขณะที่ Mercedes-Benz เลือกทุ่มเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เนรมิตโรงงานแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ในยุโรป แข่งกับ Tesla ของสหรัฐฯ

          ขณะที่ Mercedes-Benz เพิ่งตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนถึง 500 ล้านยูโร (ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ขนาดมหึมาเป็นของตัวเอง (เพื่อให้เทคโนโลยีมีราคาถูกลง) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ห่างจากกรุงเบอร์ลินไป 130 กิโลเมตร หลังจากเปิดตัวซับแบรนด์ EQ (เหมือนตระกูล i ของ BMW) แข่งกับ Tesla ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง Panasonic ชิงลงมือสร้าง Gigafactory ไว้ผลิตแบตเตอรี่ไปก่อนแล้วที่รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา หลัง Tesla Model 3 มียอดจองถล่มทะลายเหมือนสายน้ำทะลัก ส่วน BMW ขอคิดต่างหวังครองตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและการเชื่อมต่อมากกว่าพุ่งเป้าไปที่ยอดขายแบบสองรายแรก


Mercedes-Benz

Mercedes-Benz

          โดยรายงานของ Automotive News ระบุว่า BMW ตั้งเป้ายอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลก (ทั้งแบบ Plug-in Hybrid และรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในตระกูล i) ให้ได้ 1 แสน คันภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 3 ล้านคันในปี 2020 หรืออีก 3 ปี ข้างหน้า ทั้งนี้นายฮารัลด์ ครูเกอร์ (Harald Krueger) ตำแหน่งประธานผู้บริหารของ BMW​ ได้กล่าวว่า

Mercedes-Benz

          "ปัจจัยของความสำเร็จที่จะเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้านี้ขึ้นอยู่กับการเป็นผู้นำเทคโนโลยีอย่างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ (ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ) มากกว่าปริมาณของยอดขาย แต่ขณะเดียวกัน BMW ก็ยังจะเพิ่มศักยภาพในการผลิตไปทั่วโลกด้วย"

          อีกทั้ง BMW เชื่อมั่นว่าแบตเตอรี่ไม่ใช่โซลูชั่นที่จะกำหนดทิศทางวิศวกรรมของยานยนต์ไร้มลพิษในอนาคตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยมองว่าเทคโนโลยีรังเชื้อเพลิงหรือ "Fuel Cell" ยังคงน่าจับตาอยู่มาก

Mercedes-Benz

          นั่นหมายความว่า BMW ยังมองว่าระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีอาจเกิดขึ้นไวกว่าที่คิดเพียงแค่พลิกฝ่ามือ หากนึกภาพไม่ออกลองนึกถึงกรณีของแผ่น CD, Blu-ray หรือ MiniDisc (MD)  ที่เปลี่ยนแพลตฟอร์มไปได้เร็วมาก 

          เทคโนโลยีบางอย่างที่ผู้พัฒนาภูมิใจเสนออาจไม่ปังและที่เคยปังอาจมีอายุไม่นาน ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งพวกมากลากไป หรือแม้แต่คุณสมบัติของตัวเทคโนโลยีเองก็ตาม (ไม่นิยมไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นไม่ดี แต่อาจไม่เหมาะสม เช่น เทคโนโลยี Blu-Ray ก็ให้คุณภาพของภาพและเสียงที่ดีกว่าไฟล์บีบอัด เป็นต้น)

Mercedes-Benz

          "BMW ยังคงพัฒนารถยนต์ Fuel Cell เจเนอเรชั่นใหม่ร่วมกับ Toyota และสิ้นปีนี้ รถทดสอบเหล่านั้นซึ่งใช้พื้นฐานของ BMW 5 Series Gran Turismo จะเริ่มวิ่งทดสอบบนถนนจริงปลายปีนี้ โดยในปี 2021 อาจมีรถ Fuel Cell ขนาดเล็กจาก BMW จำหน่ายเป็นลำดับต่อไป"


          อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในตอนนี้รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle) จะเติบโตช้ากว่ารถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานยุ่งยากกว่า เช่น สถานีเติมไนโตรเจน แต่ BMW จะทำให้ทุกอย่างมีความพร้อมร่วมกับ Toyota ด้วยการแชร์ต้นทุนกัน ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรและคาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างได้ในปี 2030

Mercedes-Benz

          ทั้งนี้ในมุมของเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ BMW ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ที่เป็นซัพพลายเออร์เพื่อสร้างรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพราะ BMW ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีทางด้าน "เรดาร์" หรือ "การบังคับควบคุมด้วยตาทิพย์" ดังนั้นเราจึงร่วมกับ Mobieye และ Intel รวมถึง Delphi มาช่วยดูแลในส่วนของการประมวลผลไปจนถึงระบและซอฟท์แวร์ แต่นั่นก็ยังไม่ครอบคลุมความต้องการทั้งหมดสำหรับรถยนต์ไร้คนขับของ BMW

          เนื่องจากว่า BMW ต้องการให้รถยนต์ไร้คนขับนั้นไม่ใช่แค่วิ่งได้จากจุด A ไปจุด B  เท่านั้น มันจำเป็นต้องมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว เช่น MINI ที่ต้องมีแฮนด์ลิ่งแบบโกคาร์ทสนุกสนาน หรือล่องลอยดุจพรมวิเศษสำหรับ Rolls-Royce นั่นเป็นเพราะ "เราอยู่ในธุรกิจที่มีความเป็นพรีเมียม" และคุณจะไม่มีวันเห็น "รถหุ่นยนต์ที่ทำตัวเหมือนแท็กซี่ขับได้เองเพื่อเดินทางจากจุด A ไปจุด B จาก BMW แน่นอน"

Mercedes-Benz

          ฝันไปหรือเปล่า BMW ? คงไม่และ BMW iNEXT รถไฟฟ้าสำหรับปี 2021 เริ่มเดินสายการผลิตแล้ว (ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2560) โดย BMW iNEXT จะมาพร้อมกับระบบขับขี่อัตโนมัติ ระดับ 4 (ตามการจัดประเภทรถขับขี่อัตโนมัติของ Society of Automotive Engineers ซึ่งเรียกว่า High automation) ที่ยังมีพวงมาลัยและเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถขับเองได้หากต้องการ ส่วนระดับ 5 นั้น จะเรียกว่า Full Automation ที่ไม่จำเป็นต้องมีพวงมาลัยและทำหน้าที่แทนมนุษย์ที่เป็นผู้ขับขี่ได้ทั้งหมด

Mercedes-Benz

          ใครจะชนะใครจะเป็นผู้นำสำหรับยุคใหม่ของยานยนต์แห่งโลกอนาคตตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน แต่ที่แน่ ๆ BMW ถือรูปแบบพลังขับเคลื่อนไว้ในมือแล้วทั้งสองรูปแบบและเมื่อไรที่เกมเปลี่ยนก็ย่อมเป็นความได้เปรียบแน่นอน

คิดอย่างไรกับเรื่อง: Mercedes-Benz และ Tesla ต่างพากันเล่นใหญ่กับรถไฟฟ้า แล้ว BMW จะรับมืออย่างไร ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
Mercedes-Benz และ Tesla ต่างพากันเล่นใหญ่กับรถไฟฟ้า แล้ว BMW จะรับมืออย่างไร โพสต์เมื่อ 24 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:58:36 10,436 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP