Kapook.com

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 ซูเปอร์สปอร์ตโฉมใหม่ ชิ้นส่วนใหม่ราว 75% เครื่อง 999 ซีซี

แก้ไขเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:47 น.

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 ซูเปอร์สปอร์ตโฉมใหม่ ชิ้นส่วนใหม่ราว 75% เครื่อง 999 ซีซี

แก้ไขเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:47 น.

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 ซูเปอร์สปอร์ตรุ่นเรือธงโฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบบปากแตรดักอากาศแปรผัน 2 จังหวะ เฟรมและตะเกียบหลังออกแบบใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

Honda CBR1000RR-R Fireblade

เปิดตัว Honda CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 โฉมใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในโลก ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด "Total Control for the Track" ที่ต้องการดึงศักยภาพของตัวรถออกมาใช้บนสนามแข่งให้ได้มากที่สุด โดยฮอนด้าออกแบบชิ้นส่วนใหม่ประมาณ 75% ของทั้งคัน ตั้งแต่ถังน้ำมันไทเทเนียมที่ไม่ต้องมีฝาครอบพลาสติก เฟรมและตะเกียบหลังที่ปรับความแข็งเกร็งใหม่ ช่วงล่างที่ปรับค่าความหน่วงตามรุ่นย่อย ไปจนถึงเครื่องยนต์ 999 ซีซี ที่ได้ระบบปากแตรดักอากาศแปรผันเป็นครั้งแรกในมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นผลิตขายจริง เป้าหมายคือเข้าโค้งดีขึ้น นิ่งขึ้นทั้งตอนเร่งและชะลอความเร็ว และคุมรถได้คล่องทั้งในสนามและบนถนนทั่วไป

ไลน์อัปรุ่นใหม่มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย รวมถึง HRC Works Edition ที่ทำมาเพื่อศึก WSBK โดยเฉพาะ วันนี้เราจึงสรุปทุกจุดที่เปลี่ยนไปของ Fireblade รุ่นใหม่มาฝากกัน

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 มีกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร

Fireblade รุ่นปี 2027 แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย แต่ละรุ่นต่างกันที่ช่วงล่างและชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น

CBR1000RR-R Fireblade คือรุ่นมาตรฐานของไลน์อัป ใช้โช้กอัปหน้า SHOWA Big Piston Fork (BPF) คู่กับช่วงล่างหลัง SHOWA BFRC-lite ที่ปรับค่าความหน่วงใหม่ให้เข้ากับตัวรถรุ่นนี้

CBR1000RR-R Fireblade SP ขยับขึ้นมาใช้ช่วงล่าง Öhlins ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโช้กอัปหน้า NPX Smart-EC3.0 และช่วงล่างหลัง TTX36 Smart-EC3.0 พร้อมถังน้ำมันไทเทเนียมขัดลายเส้นด้วยมือ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition คือรุ่น Homologation สำหรับการแข่งขัน WSBK ใช้โช้กอัปหน้า Öhlins NPX และช่วงล่างหลัง Öhlins TTX36 แบบปรับตั้งด้วยกลไก พร้อมชุดแอโรไดนามิกคาร์บอนและเบาะแบบนั่งเดี่ยว ซึ่งเราลงรายละเอียดไว้ในหัวข้อ HRC Works Edition ด้านล่าง

CBR1000RR-R Fireblade 2027 ดีไซน์

จุดที่เห็นชัดที่สุดของ CBR1000RR-R Fireblade 2027 คือถังน้ำมันเชื้อเพลิงไทเทเนียม ซึ่งต่อยอดจากเทคโนโลยีที่ฮอนด้าเคยใช้ใน CBR1000RR SP และ CBR1000RR SP2 รุ่นปี 2017 ตอนนั้นถังไทเทเนียมยังต้องมีฝาครอบพลาสติกครอบด้านนอก แต่ด้วยเทคโนโลยีการปั๊มขึ้นรูปและการพ่นสีไทเทเนียมที่ก้าวหน้าขึ้น รุ่นปี 2027 จึงตัดฝาครอบนี้ออกได้ ตัวรถจึงเบาลงอีกขั้น

Honda CBR1000RR-R Fireblade

ส่วนรุ่น Fireblade SP เพิ่มความพิเศษด้วยถังน้ำมันที่ผ่านการขัดลายเส้นด้วยมือ (Hand-finished Hairline Treatment) โชว์พื้นผิวไทเทเนียมเปลือยบางส่วน ได้ทั้งน้ำหนักที่เบาลงและงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING ดีไซน์ใหม่โทนสีเงินและดำ (Monotone Silver-and-black Design) บนถังน้ำมันทั้งสองด้าน

Honda CBR1000RR-R Fireblade
Honda CBR1000RR-R Fireblade

CBR1000RR-R Fireblade 2027 แชสซีและช่วงล่าง

หัวใจของการปรับครั้งนี้อยู่ที่แชสซี ฮอนด้าตั้งใจลดความแข็งเกร็งแนวขวาง (Lateral Rigidity) ลง แต่คงความต้านทานการบิดตัว (Torsional Rigidity) ไว้เท่าเดิม เพื่อให้ผู้ขี่รู้สึกถึงการยึดเกาะของหน้ายางได้ชัดขึ้นขณะเข้าโค้ง และรถนิ่งขึ้นขณะเร่งความเร็ว

  • เฟรมอะลูมิเนียมท่อคู่ออกแบบใหม่ ขยายช่องเปิดบริเวณคอท่อ (Head Pipe) ที่ทำหน้าที่ส่งอากาศเข้าหม้อกรองอากาศ และเปลี่ยนจุดยึดเสื้อสูบจากแบบหล่อชิ้นเดียวพร้อมครีบเสริม มาเป็นขายึดแยกชิ้นที่ยึดด้วยสลักเกลียว (Bolt-on) ผลคือความแข็งเกร็งแนวขวางลดลง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดยความต้านทานการบิดตัวยังเท่าเดิม

  • ผลิตเฟรมด้วยการหล่อผนังบาง (Thin-wall GDC) ขึ้นรูปผนังได้บางสุดเพียง 2 มม. และปรับความหนาแต่ละจุดได้แม่นยำ ทำให้เฟรมของรุ่น Fireblade และ Fireblade SP เบาลง 440 กรัม

  • ตะเกียบหลัง (สวิงอาร์ม) อะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยการปั๊มตัวใหม่ ลดขนาดแกนสวิงอาร์มจาก 20 มม. เหลือ 17 มม. พร้อมปรับความหนาผนังและความกว้างจุดหมุน ความแข็งเกร็งแนวขวางจึงลดลง 12% โดยความต้านทานการบิดตัวยังคงเดิม ช่วยให้รู้สึกถึงการยึดเกาะของยางหลังได้ดีขึ้นขณะเข้าโค้ง

ด้านช่วงล่าง ฮอนด้าปรับค่าความหน่วง (Damping) ใหม่ให้เหมาะกับแต่ละรุ่นย่อย เพื่อเพิ่มสมรรถนะในสนามแข่ง และซับแรงกระแทกบนถนนขรุขระในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น รุ่นมาตรฐานใช้ช่วงล่าง SHOWA ส่วนรุ่น SP ได้ Öhlins Smart-EC3.0 ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

CBR1000RR-R Fireblade 2027 เครื่องยนต์และสมรรถนะ

CBR1000RR-R Fireblade 2027 ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 999 ซีซี ไฮไลต์อยู่ที่ระบบปากแตรดักอากาศแปรผันความยาวแบบ 2 จังหวะ (Two-stage Variable-length Intake Air Funnel System) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฮอนด้านำมาใช้ในรถรุ่นผลิตขายจริง ระบบนี้ช่วยเพิ่มพละกำลังช่วงรอบต่ำถึงปานกลาง โดยยังรักษาสมรรถนะในรอบสูงไว้ได้ ทำให้คุมรถง่ายขึ้นทุกย่านรอบ

ปากแตรชุดนี้แบ่งเป็น 2 ชิ้นที่แยกออกจากกันในแนวดิ่ง เพื่อปรับความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางของทางเดินไอดีตามรอบเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องแตะ 11,750 รอบต่อนาทีขึ้นไป ปากแตรส่วนบนจะเลื่อนขึ้นและแยกออกจากส่วนล่าง ทำให้การส่งกำลังเหมาะกับการทำงานในแต่ละย่านรอบ

ระบบคันเร่งไฟฟ้าแบบสองมอเตอร์ (Two-motor Throttle-by-wire) ก็ถูกปรับให้คุมองศาการเปิดลิ้นปีกผีเสื้อได้ละเอียดขึ้น คันเร่งจึงตอบสนองดีขึ้นตอนเร่ง แรงหน่วงเครื่องยนต์ (Engine Braking) ทำงานดีขึ้นตอนชะลอ และจังหวะเปลี่ยนจากชะลอไปเร่งก็นุ่มนวลขึ้น นอกจากนี้ฝาครอบหัวสูบยังเปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักในรุ่น Fireblade SP ได้มากกว่า 200 กรัม

CBR1000RR-R Fireblade 2027 HRC Works Edition รุ่นใหม่สำหรับ WSBK

CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition คือรุ่นที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเป็น Homologation Model สำหรับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship (WSBK) โดยเฉพาะ ตัวรถออกแบบให้ขี่แบบนั่งเดี่ยว (Solo Riding) แต่ยังใช้งานบนถนนสาธารณะได้ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย

ชิ้นส่วนเด่นคือปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) บังโคลนหน้า และแฟริ่งท่อดักอากาศด้านหลัง ที่ผลิตจากพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (CFRP) ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ทำให้เร่งความเร็วและเข้าโค้งได้ดีขึ้น ช่วงล่าง Öhlins แบบปรับตั้งด้วยกลไกถูกเลือกมาเพื่อซับแรงกระแทกและยึดเกาะถนนในสนามแข่ง ทำงานคู่กับระบบเบรก Brembo Hypure Sports

นอกจากนี้ยังมีชุดชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขัน HRC Racing Kit เพื่อรองรับข้อกำหนดของรายการแข่ง ประกอบด้วย

  • กล่องควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (PGM-FI) และชุดจุดระเบิด (Ignition Unit)

  • ระบบเกียร์ที่เกียร์ว่างอยู่ล่างสุด (Bottom-neutral Shift System)

  • ปลอกคอท่อ (Head Pipe Collar)

  • ปลอกแกนตะเกียบหลัง (Swingarm Pivot Collar)

  • ชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขันอื่น ๆ

ข้อควรรู้คือ หากติดตั้งชุด HRC Racing Kit การรับประกันจากผู้ผลิตจะสิ้นสุดลง ใครที่ตั้งใจขี่บนถนนเป็นหลักจึงควรคิดให้รอบคอบก่อนติดตั้ง

Honda CBR1000RR-R Fireblade

CBR1000RR-R Fireblade 2027 กับวัสดุที่ยั่งยืน

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการใช้วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ซึ่งฮอนด้าตั้งเป้าใช้ให้ได้ 100% ภายในปี 2050 โดยเน้นวัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่ผลิตจากมวลชีวภาพ (Biomass) สำหรับ Fireblade รุ่นปี 2027 ทุกรุ่นย่อยใช้วัสดุกลุ่มนี้ 4 จุด ได้แก่

  • ชิลด์บังลมหน้า ผลิตจาก DURABIO พลาสติกวิศวกรรมที่ทำจากพืช (เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Mitsubishi Chemical Corporation) ขึ้นรูปง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศและรอยขีดข่วน โดยไม่ลดทอนการใช้งานและหน้าตาของชิลด์

  • โครงฐานเบาะหน้าและหลัง ใช้วัสดุรีไซเคิลก่อนการบริโภค (Pre-consumer Recycled Materials) จากเศษวัสดุเหลือในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

  • หม้อกรองอากาศ ฝาครอบด้านข้าง และชิ้นส่วนอื่น ๆ ใช้วัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Materials) จากพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วจากครัวเรือน อาคารพาณิชย์ และแหล่งอื่น ๆ

  • ตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING ผลิตจากเรซินอะคริลิกรีไซเคิลทางเคมี ได้จากการย่อยอะคริลิกใช้แล้ว รวมถึงวัสดุที่คัดแยกจากรถหมดอายุการใช้งาน ให้กลับเป็นวัตถุดิบอีกครั้ง

CBR1000RR-R Fireblade 2027 ราคาเท่าไหร่

Fireblade รุ่นปี 2027 เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026 ประเทศอิตาลี และข้อมูลเปิดตัวยังไม่ระบุราคาจำหน่าย รวมถึงกำหนดการเปิดตัวและรูปแบบการนำเข้าในไทย

เปรียบเทียบ CBR1000RR-R Fireblade 2027 กับรถยี่ห้ออื่น ๆ

คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของ Fireblade รุ่นใหม่ในไทยคือ Kawasaki Ninja ZX-10R เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี 196 แรงม้า ใช้ช่วงล่าง Showa BFF และ BFRC lite แนวทางเดียวกับ Fireblade รุ่นมาตรฐาน และ BMW S 1000 RR เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี 154 kW (210 แรงม้า) ซึ่งมีระบบท่อไอดีแปรผันเช่นกัน โดยฝั่ง Fireblade ได้เปรียบเรื่องแชสซีที่ออกแบบใหม่เกือบทั้งคัน ถังน้ำมันไทเทเนียม รุ่น SP ที่ได้ช่วงล่าง Öhlins ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และรุ่น HRC Works Edition สำหรับสายแข่ง แต่จะคุ้มกว่าคู่แข่งหรือไม่ ต้องรอตัวเลขแรงม้า แรงบิด และราคาไทยอย่างเป็นทางการก่อน

บทความแนะนำมอเตอร์ไซค์ 2026 เรื่องอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Honda

รวมรูปภาพ Honda CBR1000RR-R Fireblade 2027 ซูเปอร์สปอร์ตโฉมใหม่ ชิ้นส่วนใหม่ราว 75% เครื่อง 999 ซีซี

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ