Kapook.com

ภาษีรถ EV นำเข้า ขึ้นเป็น 35% เริ่ม 1 ม.ค. 2570 รถกลุ่มไหนโดนบ้าง ราคาจะแพงขึ้นแค่ไหน ?

แก้ไขเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13:21 น.

ภาษีรถ EV นำเข้า ขึ้นเป็น 35% เริ่ม 1 ม.ค. 2570 รถกลุ่มไหนโดนบ้าง ราคาจะแพงขึ้นแค่ไหน ?

แก้ไขเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13:21 น.

สรุปครบเรื่องภาษีรถ EV นำเข้าที่ ครม. ไฟเขียวขึ้นเป็น 35% มีผล 1 มกราคม 2570 รถกลุ่มไหนโดนบ้าง ราคาอาจขยับแค่ไหน และคนที่กำลังจะออกรถยนต์ไฟฟ้าควรเตรียมตัวยังไง

ภาษีรถ EV นำเข้า

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังโตแรงไม่หยุด แค่ 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดจดทะเบียนรถ EV ทุกประเภทก็ทะลุกว่า 2 แสนคัน เพิ่มขึ้นราว 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อีกด้านหนึ่ง รถไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งคันก็ไหลเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแรงกดดันต่อผู้ผลิตที่ลงทุนตั้งโรงงานในไทย

ล่าสุดที่ประชุม ครม. สัญจร จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีมติเห็นชอบปรับขึ้น ภาษีรถ EV นำเข้า ทั้งแบบ BEV และ REEV เป็น 35% โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป หลายคนจึงสงสัยว่ารถรุ่นไหนจะโดนบ้าง ราคาจะขยับขึ้นแค่ไหน และควรรีบออกรถก่อนสิ้นปีหรือเปล่า วันนี้เราจึงสรุปทุกประเด็นที่ควรรู้มาฝากกัน

สรุปมติ ครม. ภาษีรถ EV นำเข้า ขึ้นเท่าไหร่ มีผลเมื่อไหร่ ?

มติครั้งนี้เป็นการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน (CBU) และไม่ได้อยู่ในมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ โดยใช้อัตราเดียวกันไม่ว่ารถจะนำเข้ามาจากประเทศไหน

สำหรับรถ BEV นำเข้าทั้งคัน ภาษีจะขยับจาก 10% เป็น 35% หรือเพิ่มขึ้น 25 จุด ส่วนรถ REEV นำเข้าทั้งคันจะขยับจาก 15% เป็น 35% หรือเพิ่มขึ้น 20 จุด โดยอัตราเดิมใช้ถึง 31 ธันวาคม 2569 และอัตราใหม่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ขณะที่รถ BEV ที่เข้าหลักเกณฑ์ของกรมสรรพสามิต เช่น ค่ายที่ร่วมมาตรการส่งเสริม ยังเสียภาษี 2% เท่าเดิม เพราะไม่อยู่ในมติรอบนี้

1. BEV กับ REEV ต่างกันยังไง

BEV คือรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อย่างเดียวและขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นรถ EV ส่วนใหญ่ที่ขายในบ้านเรา ส่วน REEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง จะมีเครื่องยนต์ติดมาด้วยแต่ทำหน้าที่ปั่นไฟเท่านั้น ล้อยังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน และเสียบชาร์จไฟได้เหมือนรถ EV ทั่วไป

2. เก็บจากผู้นำเข้า ไม่ใช่ภาษีรถประจำปี

ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่เก็บจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าก่อนรถจะถูกนำออกขาย ใครที่มีรถ EV นำเข้าอยู่แล้วจึงไม่ต้องจ่ายภาษีส่วนนี้เพิ่ม และไม่เกี่ยวกับภาษีรถยนต์ประจำปีที่ต่อกับกรมการขนส่งทางบก แต่ภาระที่เพิ่มขึ้นของผู้นำเข้ามีโอกาสถูกส่งต่อมาที่ราคาขายรถใหม่

3. ค่ายที่มาลงทุนในไทยอาจได้อัตราพิเศษ

นอกจากขึ้นภาษีแล้ว ครม. ยังมอบหมายให้กรมสรรพสามิตไปเจรจาอัตราภาษีพิเศษกับนักลงทุนที่จะเข้ามาตั้งหรือขยายฐานผลิตในไทย ขณะที่หลักการที่บอร์ดอีวีเห็นชอบเมื่อ 10 กันยายน 2569 ระบุว่า ค่ายที่มีโรงงานประกอบในไทยแล้วจะนำเข้าบางรุ่นมาทดลองตลาดได้ โดยจำนวนที่นำเข้าได้จะผูกกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ค่ายนั้นสร้างในไทยปีก่อนหน้า

ภาษีรถ EV นำเข้า

ทำไมรัฐบาลถึงขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ?

เหตุผลหลักคือปริมาณรถ EV นำเข้าที่พุ่งขึ้นเร็วมาก ซึ่งรัฐบาลมองว่ารถนำเข้าที่ไม่ได้อยู่ในมาตรการส่งเสริมทำให้ผู้ผลิตในประเทศเสียเปรียบ ทั้งที่ค่ายเหล่านั้นลงทุนโรงงาน ใช้ชิ้นส่วนในไทย และจ้างงานคนไทยจำนวนมาก การปรับภาษีครั้งนี้เดินตามมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยวางหลักการไว้ 3 ข้อ

  • นำเข้าเพื่อดึงการลงทุน (Investment-Driven Import) การนำเข้ารถควรเป็นทางผ่านไปสู่การตั้งฐานผลิตในไทย ไม่ใช่การนำเข้ามาขายอย่างเดียว

  • ศูนย์กลาง EV ของภูมิภาคและโลก (Regional and Global EV Hub) ผลักดันให้ไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) ยกระดับห่วงโซ่อุปทานและทักษะแรงงานไทยไปพร้อมกัน

ส่วนการกำหนดให้มีผล 1 มกราคม 2570 นั้น รัฐบาลระบุว่าเพื่อให้ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายมีเวลาปรับตัวก่อนอัตราใหม่จะเริ่มใช้จริง

รถ EV กลุ่มไหนได้รับผลกระทบบ้าง ?

ผลกระทบต้องดูเป็นรายรุ่นมากกว่าดูแค่ชื่อแบรนด์ เพราะบางค่ายมีทั้งรุ่นที่ประกอบในไทยและรุ่นที่นำเข้าทั้งคัน ซึ่งเสียภาษีไม่เท่ากัน

กลุ่มที่น่าจะโดนผลกระทบเต็ม ๆ คือแบรนด์ที่นำเข้ารถไฟฟ้าทั้งคันและยังไม่มีแผนตั้งโรงงานในไทย ซึ่งรวมถึงแบรนด์พรีเมียมจากยุโรปและสหรัฐฯ หลายราย กลุ่มนี้มีโอกาสปรับราคาขึ้นมากที่สุด แต่ยังต้องรอดูว่าแต่ละค่ายจะประกาศราคาใหม่อย่างไร

กลุ่มถัดมาคือค่ายรถจีนที่ยังนำเข้าอยู่ แต่บางรายประกาศแผนตั้งโรงงานในไทยแล้วหรือกำลังศึกษาแผน โดยผู้บริหารค่ายรถจีนรายหนึ่งมองว่าราคาขายน่าจะไม่ขึ้นตามสัดส่วนภาษีที่เพิ่ม 25 จุด บางรุ่นอาจขยับราวหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

ส่วนค่ายที่มีโรงงานผลิตในไทยอยู่แล้วและเข้าเงื่อนไขมาตรการส่งเสริม ยังเสียภาษีในอัตราเดิม จึงมีโอกาสได้เปรียบด้านราคามากขึ้น อย่างไรก็ตาม รุ่นที่ค่ายเหล่านี้ยังนำเข้าทั้งคันก็อาจต้องเสียอัตราใหม่ด้วย เว้นแต่จะได้สิทธิหรือโควตาพิเศษ

ราคารถ EV นำเข้าจะแพงขึ้นแค่ไหน ?

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ ภาษีที่เพิ่มขึ้น 25 จุด ไม่ได้แปลว่าราคาขายจะแพงขึ้น 25% เสมอไป เพราะราคาจริงขึ้นกับฐานคำนวณภาษี ภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้นทุนของแต่ละค่าย และส่วนที่ค่ายเลือกแบกรับเอง เราจึงจำลองให้ดูแบบง่าย ๆ ว่าถ้าราคาขายขยับขึ้น 10%, 20% หรือ 30% รถในแต่ละระดับราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่

ราคาขายปัจจุบัน

ถ้าขึ้น 10%

ถ้าขึ้น 20%

ถ้าขึ้น 30%

700,000 บาท

770,000 บาท

840,000 บาท

910,000 บาท

1,000,000 บาท

1,100,000 บาท

1,200,000 บาท

1,300,000 บาท

1,500,000 บาท

1,650,000 บาท

1,800,000 บาท

1,950,000 บาท

2,000,000 บาท

2,200,000 บาท

2,400,000 บาท

2,600,000 บาท

3,000,000 บาท

3,300,000 บาท

3,600,000 บาท

3,900,000 บาท

จะเห็นว่ารถราคา 1 ล้านบาท ถ้าราคาขยับ 10-20% ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินเพิ่ม 1-2 แสนบาท ส่วนรถพรีเมียมราคาหลายล้าน แม้เปอร์เซ็นต์เท่ากันแต่ส่วนต่างเป็นตัวเงินจะสูงกว่ามาก นอกจากนี้บางค่ายอาจไม่ขึ้นราคาป้ายตรง ๆ แต่เลือกลดส่วนลด ของแถม หรือแคมเปญดอกเบี้ยแทน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในตารางเป็นการจำลองเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่ราคาใหม่ที่ค่ายรถประกาศ

ควรรีบซื้อรถ EV นำเข้าก่อนสิ้นปี 2569 ไหม ?

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดว่าช่วงก่อน 1 มกราคม 2570 จะมีคนเร่งซื้อรถ EV นำเข้าเพื่อล็อกราคาเดิม โดยเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2026 ปลายปี แต่ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้เช็กเรื่องเหล่านี้ให้ครบ

  • เช็กก่อนว่ารุ่นที่ชอบนำเข้าหรือประกอบไทย ถ้าเป็นรุ่นที่ผลิตในไทยและเข้าเงื่อนไขมาตรการส่งเสริม ราคาอาจไม่เปลี่ยนจากภาษีรอบนี้ จึงไม่จำเป็นต้องรีบ

  • ถามเงื่อนไขราคาให้ชัดถ้าจองตอนนี้แต่รับรถปีหน้า มติที่ออกมายังไม่ได้ระบุชัดว่ารถที่จองไว้แล้วแต่ส่งมอบหลัง 1 ม.ค. 2570 จะได้รับผลกระทบหรือไม่ ควรขอให้ผู้จำหน่ายยืนยันราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

  • ดูรถในสต็อกที่นำเข้ามาแล้ว รถที่ผ่านพิธีการนำเข้าก่อนอัตราใหม่มีผลอาจยังขายในราคาเดิมได้ แต่ขึ้นกับนโยบายของแต่ละค่าย

  • อย่ารีบจนข้ามความพร้อมของตัวเอง ที่ชาร์จที่บ้าน ศูนย์บริการใกล้บ้าน และภาระผ่อนต่อเดือน ยังสำคัญกว่าส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว

  • ติดตามประกาศจากกรมสรรพสามิต รายละเอียดอย่างอัตราพิเศษสำหรับผู้ลงทุนและโควตานำเข้ายังอยู่ระหว่างดำเนินการ อาจทำให้ราคาบางรุ่นต่างจากที่คาดไว้

สรุปแล้ว การขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าเป็น 35% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 คือสัญญาณชัดว่ารัฐบาลอยากให้ค่ายรถเข้ามาผลิตในไทยมากกว่านำเข้ามาขายอย่างเดียว ผลที่ผู้ซื้อจะรู้สึกได้ก่อนคือราคารถ EV นำเข้าทั้งคันที่มีโอกาสขยับขึ้น ขณะที่รถประกอบในไทยอาจได้เปรียบด้านราคามากขึ้น ใครที่กำลังเล็งรถไฟฟ้าสักคัน ควรเช็กให้ชัดว่ารุ่นที่สนใจนำเข้าหรือผลิตในไทย และถามเงื่อนไขราคากับผู้จำหน่ายให้ละเอียดก่อนจอง

ทั้งนี้ อัตราภาษี ราคา และเงื่อนไขในบทความอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมสรรพสามิตและผู้จำหน่ายอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

บทความรถยนต์เรื่องอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : excise.go.th, boi.go.th, paultan.org, just-auto.com, econotimes.com

รวมรูปภาพ ภาษีรถ EV นำเข้า ขึ้นเป็น 35% เริ่ม 1 ม.ค. 2570 รถกลุ่มไหนโดนบ้าง ราคาจะแพงขึ้นแค่ไหน ?

ภาษีรถ EV นำเข้าภาษีรถ EV นำเข้า

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ